ชาวบ้านขึ้นโรงพักนาตาล อุบลฯ แจ้งจับประธานกองทุนหมู่บ้านนาอาลอน ‘ยักยอกทรัพย์’ บริหารกองทุนกู้ยืมธนาคารออมสินไม่โปร่งใส ไม่นำเงินสมาชิกไปชำระหนี้ให้กับธนาคาร ล่าสุดแบงก์จ่อฟ้องคณะกรรมการทั้งหมดรวมเป็นเงินกว่า 2 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ที่ สภ.นาตาล อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี นายเลิศ อายุ 72 ปี กรรมการกองทุนหมู่บ้านนาอาลอน หมู่ 12 ต.พะลาน อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี พร้อมด้วยตัวแทนชาวบ้าน ซึ่งเป็นกรรมการกองทุนหมู่บ้าน จำนวน 11 คน เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.ดิเรก ศรีวะสุทธิ์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.นาตาล เพื่อให้ดำเนินคดี นายภูวนัย อายุ 58 ปี กำนันตำบลพะลาน อ.นาตาล ประธานคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านนาอาลอน โดยกล่าวหาว่า บริหารงานกองทุนโดยมิชอบ ทุจริตเงิน ขัดต่อระเบียบข้อบังคับที่กำหนดไว้
ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุกลุ่มผู้เสียหายได้จัดตั้งกลุ่มกองทุนหมู่บ้านนาอาลอน หมู่ 12 ต.พะลาน มีนายภูวนัยเป็นประธานกองทุน และมีกลุ่มผู้เสียหายเป็นคณะกรรมการกองทุน ได้กู้ยืมเงินธนาคารออมสิน สาขาเขมราฐ โครงการเงินกองทุนกู้ยืมธนาคารออมสิน เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2560 จำนวน 1,900,000 บาท ธนาคารออมสินคิดดอกเบี้ยร้อยละ 7 ต่อปี เพื่อนำเงินมาปล่อยกู้ให้กับสมาชิก

หลังจากนั้นผู้เสียหายที่เป็นกรรมการและสมาชิกได้ชำระเงินกู้ให้กับนายภูวนัย เพื่อนำเงินส่งธนาคารออมสิน มาโดยตลอด แต่มาทราบภายหลังว่านายภูวนัยไม่นำเงินที่สมาชิกกู้ยืมที่ชำระหนี้ไปเข้าระบบ รวมถึงไม่นำไปชำระหนี้ธนาคารออมสิน กลับนำเงินไปใช้ส่วนตัว จึงมาร้องทุกข์ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหา “ยักยอกทรัพย์”
นายเลิศเปิดเผยว่า คณะกรรมการไปค้ำประกันเงินจากธนาคารออมสินที่ให้กู้ยืมโครงการเงินกองทุนกู้ยืมธนาคารออมสิน เมื่อปี 2560 จำนวน 1,900,00 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 7 ต่อปี กรรมการมีอยู่ 14 คน ตั้งแต่ได้เงินมา นายภูวนัยเป็นคนถือเงิน อนุมัติเงิน และจ่ายเงินให้สมาชิกเพียงคนเดียว โดยคณะกรรมการไม่ได้มีส่วนรู้เห็นด้วย

นายเลิศกล่าวว่า เวลาจะส่งเงินกู้ ประธานก็เรียกประชุม แจ้งสมาชิกผู้กู้ให้นำเงินที่กู้มาส่งให้กับประธานเป็นคนรวบรวม และออกใบเสร็จรับเงินให้กับสมาชิกที่ส่งเงินกู้ มีทั้งส่งแบบรายเดือนและรายปี ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ธนาคารออมสิน สาขาเขมราฐ ส่งหนังสือแจ้งให้คณะกรรมการชำระหนี้ที่กู้มา ซึ่งกรรมการกองทุนไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญา ผิดนัดชำระหนี้ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 จึงแจ้งให้คณะกรรมการกองทุน ในฐานะผู้ค้ำประกันเงินกองทุนต้องชำระหนี้ให้กับธนาคารออมสินเป็นเงิน จำนวน 2,316,467.40 บาท เป็นต้นเงินจำนวน 1,900,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายอื่นๆ จำนวน 508,848.58 บาท ภายใน 15 วัน หากเพิกเฉยธนาคารจะดำเนินคดีในฐานะผู้ค้ำประกันตามกฎหมาย จึงรวมตัวกันเพื่อแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ประธานออกมารับผิดชอบต่อเงินที่หายไปจำนวนดังกล่าว

