หน้าแรก ภูมิภาค ลุงเร่ร่อนนอน...

ลุงเร่ร่อนนอนตายอนาถในศาลาริมรั้ววัด คู่หูเผยล้มหัวฟาดพื้น 2 ครั้ง คาดโรคประจำตัวกำเริบ

5.06.24 | 17:33 น.

ลุงเร่ร่อนนอนตายอนาถในศาลาริมรั้ววัด คู่หูเผยล้มหัวฟาดพื้น 2 ครั้ง คาดโรคประจำตัวกำเริบ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 5 มิถุนายน ร.ต.อ.หญิง รัชณิชา ชูช่วย รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี มีชายนอนเสียชีวิตอยู่ภายในศาลาพักผ่อน วัดจันทราทิพย์ จ.อุดรธานี จึงพร้อมด้วยแพทย์เวร และอาสากู้ภัยมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมสถาน รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นเพิงเหล็กหลังคาเมทัลชีต ชื่อศาลาดาวกระจาย ติดกับกำแพงวัดด้านทิศเหนือ ใกล้ทางเข้าออกตลาดเมืองทองเจริญศรี พบศพชายไทย อายุประมาณ 60 -65 ปี สวมเสื้อยืดสีกรมท่า กางเกงวอร์มขายาวสีดำ ไม่สวมรองเท้า นอนตะแคงขวา ศีรษะหนุนกองเสื่อและเครื่องนอน ในตัวไม่พบเอกสารราชการ ตามร่างกายไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย รอบบริเวณไม่มีร่องรอยการต่อสู้ คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3-4 ชม.

จากการสอบถามนายเฉลิมพล ศรีเพ็ชร์ อายุ 46 ปี ชาวชุมชนเก่าจาน ผู้พบศพคนแรก เล่าว่า ผู้ตายชื่อนายยาว ไม่ทราบนามสกุล อายุประมาณ 62 ปี จากที่เคยพูดคุยกัน เป็นคน อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี มาทำงานรับจ้างกับร้านขายผักในตลาดมานานหลาย 10 ปี มีหน้าที่ขึ้นผักลงผัก กลางคืนผู้ตายจะไปหลับนอนอยู่ในตลาด กลางวันจะมาหลับนอนอยู่ที่ศาลานี้ ช่วงหลังทราบว่าป่วยเป็นโรคเกาต์จนไปทำงานไม่ได้ ส่วนตนมีบ้านอยู่แถวนี้ แต่มีอาศัยหลับนอนกลางวันตรงนี้ หากว่างงานรับจ้างในตลาด

ตนและผู้ตายชอบดื่มเหล้า แต่ไม่ได้ดื่มด้วยกัน จะดื่มใครดื่มมัน เมาแล้วนอนพักผ่อน ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกัน ข้าวของเครื่องนอนที่อยู่ในศาลาก็เป็นของตน นายยาวเสมือนคนเร่ร่อนไม่มีข้าวของ คุยกันล่าสุดเมื่อช่วง 10.00 น. วันนี้ นายยาวบอกว่าล้มหัวฟาดพื้น 2 ครั้ง มีครั้งหนึ่งล้มใส่กระติกน้ำแข็งจนฝากระติกแตก ตนก็บอกว่าจะหายาหม่องให้นวดหัว นายยาวก็ไม่ได้ว่าอะไร ก่อนเดินถลาไปนอนลงตรงเครื่องนอนของตน ตนจึงไปผูกเปลนอนที่เสาศาลา ตอนเที่ยงนายยาวยังนอนกรนอยู่เลย จนเวลา 14.00 น. พระมาปลุกให้ลุก เพื่อทำความสะอาดศาลา เมื่อเดินไปปลุกนายยาว พบว่านอนตายตัวแข็งแล้ว

Advertisement

จากการตรวจสอบ คาดว่าผู้ตายอาจมีโรคประจำตัวหลายอย่าง และโรคประจำตัวอาจกำเริบ หรืออาจจะเกี่ยวข้องกับการล้มหัวฟาดพื้นจนสมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างแรง เบื้องต้นได้มอบศพให้อาสากู้ภัย นำไปเก็บรักษาไว้ที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี เพื่อรอให้ญาติมาติดต่อรับศพไปบำเพ็ญกุศล หรือหากไม่มีญาติมาติดต่อ จะนำไปเก็บไว้ที่สุสานศพไร้ญาติของมูลนิธิต่อไป