หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา ฝ่ายปกครองโคร...

ฝ่ายปกครองโคราช ลุยตรวจ ที่พักสงฆ์สร้างคร่อมปราสาทหินพันปี เร่งวางแผนรื้อถอนตามคำสั่งศาล 

6.06.24 | 16:17 น.

ฝ่ายปกครองโคราช ลุยตรวจ ที่พักสงฆ์สร้างคร่อมปราสาทหินพันปี เร่งวางแผนรื้อถอนตามคำสั่งศาล 

จากกรณีชาวบ้านในอำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา รวมตัวทวงคืนปราสาทหินโบราณอายุนับพันปี หลังจากที่พักสงฆ์วัดโคกปราสาท ได้เข้ามาใช้พื้นที่โบราณสถาน สร้างอาคารปฏิบัติธรรมคร่อมทับลงกลางปราสาทหินบ้านหลุ่งตะเคียน ซึ่งต่อมา ชาวบ้านได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆ จนกรมศิลปากรมีคำสั่งวันที่ 29 กันยายน 2565 ให้รื้ออาคารศาลาปฏิบัติธรรมที่ปลูกสร้างในพื้นที่โบราณสถานออก เพราะก่อสร้างโดยไม่ขออนุญาตอธิบดีกรมศิลปากรก่อน จนนำไปสู่การฟ้องร้องต่อศาลปกครองจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งศาลปกครองชั้นต้น ได้มีคำสั่งคุ้มครองคำสั่งรื้อถอนไว้ก่อนตั้งแต่นั้นมา แต่ชาวบ้านไม่ยอมถอดใจ เดินหน้าต่อสู้ทวงคืนปราสาทมาอย่างต่อเนื่อง

จนเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2567 ศาลปกครองสูงสุด ได้พิจารณาเห็นว่า อาคารศาลาการเปรียญซึ่งเป็นอาคารขนาดใหญ่ มีน้ำหนักมาก ใช้ในการทำพิธีกรรมต่างๆ ที่มีคนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก มีความเป็นไปได้ที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่ปราสาทหิน อันเป็นโบราณสถานและเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ จึงถือได้ว่า การปล่อยให้มีอาคารศาลาการเปรียญ ปลูกสร้างอยู่บนพื้นที่ส่วนหน้าของปราสาท ทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อประโยชน์สาธารณะและยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลัง จึงมีคำสั่งระงับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้นที่ให้ทุเลาคำสั่งของกรมศิลปากรเป็นการชั่วคราว เป็นผลให้ที่พักสงฆ์จะต้องดำเนินการรื้อถอนอาคารที่สร้างคร่อมทับปราสาทโบราณออกโดยเร็ว เพื่อไม่ส่งผลกระทบต่อปราสาทหินโบราณสาธารณสมบัติของชาติ

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุดว่า นายอดุลย์ มูลหา ปลัดอำเภอชำนาญการพิเศษ อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายอำเภอห้วยแถลง ได้ลงพื้นที่ไปพร้อมผู้นำชุมชน ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลหลุ่งตะเคียน และเจ้าหน้าที่องค์กรช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติ (NRO) ผู้รับมอบสิทธิชุมชนจากชาวบ้าน ร่วมกันตรวจสอบอาคารศาลาปฏิบัติธรรมที่ปลูกสร้างคร่อมทับปราสาทหินบ้านหลุ่งตะเคียนอีกครั้ง

Advertisement

นายอดุลย์ กล่าวว่า มีการรื้อถอนตามคำสั่งกรมศิลปากร หลังจากศาลปกครองสูงสุดได้ระงับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้นแล้ว ซึ่งขณะนี้ ยังอยู่ระหว่างการพูดคุยของตัวแทนที่พักสงฆ์กับสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา เพื่อกำหนดวันเข้าดำเนินการรื้อถอน เนื่องจากอาคารศาลาปฏิบัติธรรมมีขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก อาจจะส่งผลกระทบกับโครงสร้างปราสาทหินโบราณอายุนับพันปี จึงต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดำเนินการตรวจสอบก่อน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีกไม่นาน

นายอดุลย์เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีปราสาทหินบ้านหลุ่งตะเคียนในวันนี้ หากมีการพิสูจน์จนเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ เป็นสาธารณสมบัติของชาติอย่างชัดเจน ทางฝ่ายปกครองอำเภอและองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ก็มีหน้าที่ดูแลและรักษาไว้ให้พลเมืองใช้ร่วมกันตามระเบียบของกฎหมาย ซึ่งทุกฝ่ายย่อมได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน ส่วนข้อพิพาทที่มีการฟ้องร้องกัน ระหว่างที่พักสงฆ์โคกปราสาทกับชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งพิพาทมายาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ.2565 นั้น ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีระหว่างกันหลายคดี ซึ่งบางเรื่องอยู่ในชั้นอัยการและการพิจารณาของศาล ในขณะที่บางคดีก็มีคำวินิจฉัยไปบ้างแล้ว