คาดรังวัดแนวเขตที่ดินข้อพิพาทหาดนุ้ย เสร็จสัปดาห์หน้า
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล เขต 2 จังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า เมื่อเช้าวันที่ 5 มิถุนายน หลังจากกรณีร้องเรียนเรื่องที่ดินของทางราชการ ที่เอกชน สองฝ่ายอ้างสิทธิการครอบครอง และล่าสุดยังมีการก่อเหตุทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะมีการใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่ หลักฐานที่กระจกรถยนต์ ระหว่างผู้ที่อ้างว่าเป็นผู้ครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.4-01 และชาวบ้าน คนรับจ้าง และผู้ที่อ้างตนครอบครองที่ดินป่าไม้บริเวณหาดนุ้ย ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต รวมทั้งเมื่อบ่ายวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงของหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต แต่ปรากฏว่าในวันนั้นยังไม่มีข้อยุติเรื่องแนวเขตการครอบครองที่ดินระหว่างกรมป่าไม้และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
สำหรับการลงพื้นที่ตรวจสอบและรังวัดแนวเขตของที่ดินพิพาทที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและความชัดเจนอันเป็นที่ยุติ ที่บริเวณหาดนุ้ย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่รังวัดแนวเขต (ส.ป.ก.) เนื้อที่ประมาณ 68 ไร่เศษ ทำแผนที่พิพาท แก้ปัญหาบุกรุก คาดว่าในสัปดาห์หน้าจะรู้แนวเขตที่ชัดเจน

นายเฉลิมพงศ์กล่าวด้วยว่า ตนและคณะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต (ส.ป.ก.ภูเก็ต), ศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดภูเก็ต (กอ.รมน.ภูเก็ต), เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กะรน, ผู้แทนนายอำเภอเมืองภูเก็ต เทศบาลตำบลกะรน, ผู้ปกครองท้องที่ ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบและรังวัดแนวเขตที่ดิน ซึ่งเป็นที่ดินทำกินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษรตรกรรม (ส.ป.ก.) เนื้อที่ประมาณ 68 ไร่เศษ มีแนวเขตติดกับหาดนุ้ย ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด แต่มีนายสิงหา เพ็งแก้ว หรือจ่าแหลม อดีตเจ้าหน้าที่ทหารเรืออ้างสิทธิการครอบครอง เนื้อที่ประมาณ 18 ไร่เศษ จนเกิดเป็นข้อพิพาท มีการร้องเรียนและการทะเลาะวิวาทเกิดขึ้น แม้ที่ผ่านมาจะมีการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงของหน่วยต่างๆ มาแล้วหลายครั้ง แต่ยังไม่มีข้อยุติเรื่องของแนวเขตการครอบครองระหว่างกรมป่าไม้กับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จึงได้มีการนัดลงพื้นที่อีกครั้งเพื่อทำการรังวัดแนวเขตของที่ดินที่เกิดข้อพิพาท และแสวงหาข้อเท็จจริงอันเป็นที่ยุติ โดยมีนายชโลธร หรือบอย โชติพนัง ผู้จัดการมรดกของนายธนา โชติพนัง (บิดา) เจ้าของ ส.ป.ก.4-01 ผู้อ้างกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ส.ป.ก. และนายสิงหา เพ็งแก้ว หรือจ่าแหลม มาร่วมด้วย
สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ร่วมดูแลความเรียบร้อย โดยเน้นการวัดแนวเขตที่ดิน ส.ป.ก.เป็นหลัก มีการดำเนินการ จำนวน 4 จุด เพื่อให้เกิดความชัดเจนก่อนจะนำไปขึ้นรูปแผนที่ ส่วนที่ดินหาดนุ้ย ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด และมีผู้อ้างการครอบครอง ศูนย์ป่าไม้ได้แจ้งความผู้บุกรุกไปแล้ว รวมทั้งยังมีการปิดป้ายประกาศ ระบุว่าเป็นพื้นที่ที่มีการตรวจยึดไว้แล้ว
นายมานิต เอกสุวรรณ นิติกรชำนาญการพิเศษ ส.ป.ก.ภูเก็ต กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อรังวัดแนวเขตพื้นที่ ส.ป.ก.กับพื้นที่ของป่าไม้ว่าอยู่ไหนอย่างไร เพื่อนำไปขึ้นรูปแผนที่ ก่อนนำเสนอเพื่อให้รูปแผนที่พิพาทต่อไป เบื้องต้นในการรังวัดเพื่อปักหมุดมีจำนวน 4 หลัก หลังจากได้รูปแผนที่แล้วและมีการตรวจสอบพบว่ามีบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในพื้นที่ของ ส.ป.ก.จะมีการดำเนินการฐานบุกรุกต่อไป ทั้งนี้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปทั้งหมดภายในสัปดาห์นี้

ด้านนายสรศักดิ์ รณะนันทน์ ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต กล่าวว่า เป็นการสนธิกำลังของหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในส่วนของกรมป่าไม้ได้ส่งเจ้าหน้าที่รังวัดสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ เข้าร่วมดำเนินการร่วมด้วย เพื่อให้เกิดความชัดเจน ส่วนกรณีที่มีการแจ้งความบุกรุกพื้นที่หาดนุ้ยนั้น ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของพนักงานสอบสวน สภ.กะรน
ในขณะที่ พ.ต.อ.คุณเดช ณ หนองคาย ผู้กำกับการ สภ.กะรน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีภารกิจ 2 ส่วนคือ การมาดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.และป่าไม้ ในการรังวัดแนวเขตเพื่อขึ้นรูปแผนที่กับในส่วนของพนักงานสอบสวนที่ได้รับคำร้องทุกข์จากทั้ง 2 หน่วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและมีความคืบหน้าไปค่อนข้างมาก ส่วนสำคัญคือ ส.ป.ก.และป่าไม้แจ้งให้พนักงานสอบสวนทราบว่ารัฐได้รับความเสียหายจากใครและจำนวนเท่าไหร่ เป็นประเด็นสำคัญที่จะนำเข้าสู่สำนวน เมื่อได้ความเสียหายและหลักฐานครบถ้วนแล้ว พนักงานสอบสวนจะรีบสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการดำเนินการต่อไป ส่วนประเด็นการทำร้ายร่างกายนั้นมีผู้กระทำความผิดมามอบตัวแล้ว 1 ราย และได้ออกหมายเรียกผู้ก่อเหตุเพิ่มเติมอีก 3 รายด้วย

