สุดวังเวง! ฉายหนังกลางแปลงให้ผีกลางสุสานดูกว่า 2,800 หลุม เจ้าของหนังสะดุ้ง บอกแอบกลัวเพราะเป็นครั้งแรกในชีวิต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 6 มิถุนายน ที่สุสานสว่างเมตตา หรือที่คนโคราชเรียกกันติดปากว่า ป่าช้าจีน ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา มูลนิธิสว่างเมตตาธรรมสถาน (หลักเสียงเซี่ยงตึ๊ง) ได้ประกอบพิธีฌาปนกิจศพไร้ญาติ ในงานมหากุศลเก็บศพไร้ญาติล้างป่าช้า ครั้งที่ 7 ซึ่งภายหลังจากเสร็จพิธีแล้วนั้นทางมูลนิธิได้มีการจัดมหรสพฉายหนังกลางแปลงให้บรรดาผีไร้ญาติและศพที่ฝังอยู่ในสุสานอีกกว่า 2,800 หลุม ได้ดูกลางสุสาน ซึ่งการฉายหนังกลางแปลงในครั้งนี้จัดให้ฉายมาตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน จนถึงวันที่ 6 มิถุนายน 2567 ซึ่งเป็นคืนสุดท้าย รวม 5 คืน โดยหนังจะฉายถึงเวลาประมาณ 24.00-01.00 น.

โดยบรรยากาศในช่วงเวลา 18.00 น.นั้นทางเจ้าของหนังก็เริ่มเตรียมอุปกรณ์สำหรับฉายหนังก่อนที่จะเริ่มฉายในเวลาประมาณ 19.00 น. โดยบรรยากาศในช่วงแรกนั้นยังคงมีเจ้าของหนังและเจ้าหน้าที่ของมูลนิธินั่งดูหนังอยู่เกือบ 10 คน แต่เวลาผ่านไปเรื่อยๆ บรรยากาศเริ่มวังเวงหลังจำนวนคนดูก็เริ่มลดลงเหลือเพียงเจ้าหน้าที่มูลนิธิเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่นั่งดูหนังอยู่ภายในสุสาน เก้าอี้นับร้อยตัวที่วางอยู่ในพิธีก็ไม่มีคนนั่ง นอกจากนี้บรรยากาศยิ่งชวนขนลุกยิ่งขึ้นไปอีกเพราะนอกจากจะอยู่ในสุสานแล้วบริเวณจุดที่ฉายหนังนั้นอยู่ตรงข้ามกับจุดที่ทำพิธีฌาปนกิจศพไร้ญาติ ซึ่งในระหว่างฉายหนังนั้นไฟในเตาที่ประกอบพิธีฌาปนกิจนั้นยังคงลุกไหม้อยู่ยิ่งทำให้บรรยากาศในการดูหนังนั้นชวนขนลุกเป็นที่สุด

โดยนายญาณวุฒิณ์ จักรกวัตติษาวัง อายุ 42 ปี เจ้าของหนังกลางแปลง ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวก่อนเริ่มฉายหนังว่า ก่อนหน้านี้ตนก็มีวิ่งฉายหนังตามหมู่บ้าน ก่อนที่ทางเจ้าภาพจะติดต่องานเข้าไปเพื่อขอให้มาฉายหนังให้ผีดูภายในสุสานจีน ซึ่งมาวันแรกตนก็รู้สึกกลัวอยู่เหมือนกันเพราะไม่รู้ว่าจะต้องฉายหนังบริเวณไหน แต่พอมาเห็นสถานที่จริงแล้วก็ค่อยคลายความกลัวลงไปบ้างเพราะมีเจ้าหน้าที่อยู่เฝ้าสุสานอยู่เป็นเพื่อนในระหว่างฉายหนัง แต่อย่างไรก็ตามตนก็ไม่ได้อยู่เฝ้าอุปกรณ์หรืออยู่จนฉายหนังจบ เนื่องจากตนก็ยังคงรู้สึกกลัวเลยเลือกที่จะกลับไปบ้านและกลับมาใหม่ในตอนที่หนังฉายเสร็จในช่วงเที่ยงคืน ซึ่งการรับงานในครั้งนี้ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีเนื่องจากเป็นครั้งแรกที่มีคนมาจ้างหนังมาฉายให้ผีดู และรู้สึกดีใจที่ได้มาฉายหนังให้สิ่งที่มองไม่เห็นได้ดูเพราะส่วนตัวแล้วตนก็มีความเชื่อเรื่องสิ่งลึกลับอยู่แล้ว

