บุกค้นบ้านขายยาผู้ป่วยซึมเศร้า สารภาพนำเข้าจากต่างประเทศไว้กินเอง-ขายสร้างรายได้ ตร.ตั้ง 6 ข้อหา
เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ร.ต.ท.ชูศักดิ์ ชูทอง ตชด.434 พัทลุง เจ้าหน้าที่เภสัชอำเภอพะยอม นำหมายศาล จังหวัดพัทลุง ที่ ค.330/2567 ตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ตำบลป่าพะยอม อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง ของนายภาณุเดช (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี เนื่องจากพบมีการกระทำผิดกฎหมาย จำหน่ายยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท โดยแพทย์ไม่อนุญาต ผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งผลการตรวจค้น พบของกลางจำนวนมาก ทั้งยาอันตราย, วัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2-4 มูลค่ากว่า 300,000 บาท
สอบสวนผู้ต้องหา สารภาพว่า ยาดังกล่าวสั่งผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งส่วนใหญ่สั่งมาจากต่างประเทศ โดยส่วนหนึ่งนำมารักษาตนเองที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และจำหน่ายให้กับกลุ่มเพื่อน รวมถึงขายผ่านระบบออนไลน์ เพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเอง

ผู้ต้องหาบอกอีกว่า ยาทั้งหมดสั่งมาจากหลายประเทศ เช่น ประเทศกัมพูชา ลาว รัสเซีย ฝรั่งเศส ซึ่งส่วนหนึ่งได้ศึกษาจาก Google จนรู้สรรพคุณของยาแต่ละตัว จึงได้ทดลองสั่งมาใช้กับตัวเอง และเมื่อได้ผลก็จะสั่งมาจำนวนมาก เพื่อจำหน่ายให้กับกลุ่มลูกค้าที่เป็นเพื่อน และขายในระบบออนไลน์ เพื่อสร้างรายได้
ในขณะที่แม่ของผู้ต้องหาบอกว่า ลูกชายป่วยเป็นโรคซึมเศร้า หลังจากเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล อาการไม่ดีขึ้น จึงได้สั่งยาผ่านระบบอินเตอร์เน็ต หรือระบบออนไลน์ เพื่อนำยามารักษาตนเอง ซึ่งจากการสั่งมารักษาตัวเอง ทำให้อาการดีขึ้น จึงสั่งมาตลอด แต่ไม่ทราบว่าลูกชายได้สั่งยามาเป็นจำนวนมาก เพื่อจำหน่าย
เภสัชกรหญิง ชุตินธร ไชยเพชร บอกว่ายาพวกนี้ถ้าใช้อยู่ในการดูแลของหมอ หมอก็จะสั่งยาจากอาการของผู้ป่วย ดูว่าคนไข้อยู่ในอาการที่ควบคุมได้หรือไม่ หากอยู่ในอาการควบคุมไม่ได้ คนไข้ก็ต้องกลับไปพบหมอเพื่อปรับยาตามวิชาชีพ หากคนไข้หายามาใช้เอง ยาบางตัวอาจจะเสริมฤทธิ์มากขึ้นเรื่อยๆ มันจะมีผลต่อระบบประสาท สมองอาจจะรวน ยาพวกนี้เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทในสมอง นั่นคือเป้าหมายหลักของยาประเภทนี้ การใช้ยาต้องใช้ตามหมอสั่ง หากคนไข้ควบคุมอาการไม่ได้ควรไปพบหมอเพื่อปรับยาไปตามแนวทางการรักษา ยาบางตัวหากใช้มั่วๆ ฤทธิ์ยาจะตีกันอาจจะเกิดฤทธิ์กับคนไข้หากรับยาเกินขนาดทำให้เกิดอาการง่วง และอาการข้างเคียง อาจจะมองเห็นเป็นภาพหลอน

สิ่งที่หมอแนะนำคือหากคนไข้มีภาวะทางจิตใจควรไปพบแพทย์ ต้องเปิดใจกับหมอ การซื้อยามากินเองเป็นอันตรายต่อร่างกาย เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าผลข้างเคียงหลังใช้ยาชนิดต่างๆ มีอะไรบ้าง ฉะนั้นต้องอยู่ในความดูแลของหมอเท่านั้น
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา รวม 6 ข้อหาคือ 1.ฐานจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 โดยไม่ได้รับอนุญาต ผิด มาตรา 35 (5) ม.94 ม.149 (2) ป.ยาเสพติด
2.ฐานจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 หรือประเภท 4 โดยไม่ได้รับอนุญาต ม.35 (5) ม.94 ม.149 (3) ป.ยาเสพติด
3.ฐานจำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 โดยไม่ได้รับอนุญาต ผิดมาตรา ม.34, ม.35, ม.91, ม.146 วรรคหนึ่ง ป.ยาเสพติด
4.ฐานขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต ผิด ม.12 พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510
5.ฐานจำหน่ายยาไม่มีทะเบียนตำรับ ผิด ม.72 (4) พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510
6.ฐานจำหน่ายตำรับวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 3 หรือประเภท 4 ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ผิด ม.49 ม.102 ม.161 วรรคหนึ่ง ป.ยาเสพติด


