กระบะฝ่าไฟแดงชนเก๋ง กลางเมืองโคราช พุ่งลงคลองข้างทาง มีผู้บาดเจ็บหลายราย กู้ภัยรุดช่วยเหลือ เด็ก 11 เดือน อาการสาหัส นำส่งโรงพยาบาล
นครราชสีมา-เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 8 มิถุนายน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฮุก 31 โคราช จุดจอหอ ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันตกคลองข้างทาง มีผู้ติดอยู่ภายในรถหลายราย ที่บริเวณสี่แยกสะพานต่างระดับจอหอ ใกล้สำนักงานขนส่งนครราชสีมา แห่งที่ 2 ต.จอหอ อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา จึงรุดไปที่เกิดเหตุ โดยพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า แจ๊ส สีขาว ทะเบียนนครราชสีมา จอดอยู่กลางถนนในสภาพถูกเฉี่ยวชนด้านหน้าฝั่งซ้ายพังยับ มีผู้หญิงอายุประมาณ 30 ปี เป็นคนขับรถ
และบริเวณคลองข้างถนนบายพาสเลี่ยงเมืองใกล้กับสี่แยกฯ พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ดีแมคซ์ 4 ประตู สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร พลิกตะแคงจมอยู่ในน้ำจนมิดคัน มีชาวบ้านแถบนั้นเร่งช่วยกันนำผู้ที่ติดอยู่ในรถขึ้นมาบนฝั่ง ซึ่งรถคันดังกล่าวมีผู้โดยสารมากับรถทั้งหมด 4 คน และในจำนวนนั้นมีเด็กเล็กอายุ 11 เดือน รวมอยู่ด้วย
โดยผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 4 ราย เบื้องต้นทราบว่ามี 1.ชาย อายุ 17 ปี 2.หญิง อายุ 32 ปี 3.หญิง อายุ 38 ปี และ 4.เด็กหญิง อายุ 11 เดือน 8 วัน ทั้งหมดเป็นชาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา
เจ้าหน้าที่จึงเร่งให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดย 3 รายได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลตามร่างกายแต่ยังมีสติและสามารถสื่อสารได้ ในขณะที่เด็ก 11 เดือนเศษ พบว่ามีอาการซึม คาดว่าน่าจะสำลักน้ำเข้าไปจำนวนมาก กู้ภัยฮุก 31 จึงเร่งให้การช่วยเหลือ ก่อนส่งต่อให้กับเจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.มหาราชนครราชสีมา เพื่อนำตัวผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งรักษาต่อที่ รพ. เป็นการเร่งด่วน จึงได้นำไปส่งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ก่อนที่จะนำรถมาลากรถกระบะขึ้นมาบนฝั่ง ส่วนหญิงสาวที่ขับรถเก๋งไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด จึงไม่ประสงค์ไปโรงพยาบาล
จากการสอบถาม ชาวบ้านผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า ในช่วงดังกล่าวสังเกตเห็นมีรถกระบะขับมาจากตัวเมืองนครราชสีมาแล้วฝ่าไฟแดง ก่อนจะพุ่งชนเข้ากับรถเก๋งที่วิ่งมาบนเส้นทางขณะเป็นไฟเขียวปกติ จนทำให้รถเก๋งได้รับความเสียหาย ส่วนรถกระบะเสียหลัก พุ่งลงไปในคลองข้างทาง โชคดีที่ชาวบ้านบริเวณนั้นเห็นเหตุการณ์หลายคนจึงพากันลงไปช่วยเหลือนำผู้ที่ติดอยู่ในรถกระบะออกมาได้ทัน ก่อนที่รถจะค่อยๆ จมน้ำลงไป
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสอบปากคำคนขับทั้งสองฝ่ายและสอบสวน รวมทั้งเชิญผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์และพยานที่เห็นเหตุการณ์มาให้ปากคำ เพื่อนำมาประกอบสำนวนดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป



