ตำรวจคุมตัวหนุ่มโหดฆ่าลุงเฝ้าโรงงานทำแผนฯ พบเป็นเพื่อนร่วมงาน อ้างโมโหที่ถูกด่า
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7 และ พล.ต.ต.สุระพรรณ นาทวรทัต ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ธีระเดช อธิภัคกุล รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พร้อมด้วย พ.ต.อ.สร ซื่อตรงพานิช ผกก.สภ.กระทุ่มแบน, พ.ต.อ.ยอดชาย แก้วเรือง ผกก.ภ.จว.สมุทรสาคร, พ.ต.ท.ชุมพร ฉัตร์สงวนชัย รอง ผกก.ป.สภ.กระทุ่มแบน, พ.ต.ท.สุชาติ สมบูรณ์ รอง ผกก.สอบสวนฯ และเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนฯ
ควบคุมตัวนายฐาปกรณ์ หอมบุญมี อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาในคดีฆ่าผู้อื่น ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ หจก.เอ็นสแควร์ แซนดอลล์ จํากัด หมู่ 7 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร โดยผู้ต้องหารายนี้คือ ฆาตรกรโหดที่ลงมือฆ่า นายบรรจง ประเศรษโฐ อายุ 63 ปี คนงานเฝ้าโรงงานดังกล่าว พบเป็นศพอยู่ภายในโรงงานเมื่อช่วงเช้าของวานนี้ (8 มิถุนายน 67)
โดยบรรยากาศของการทำแผนนั้น ก็มีทางครอบครัวของผู้เสียชีวิต และเพื่อนร่วมงานของผู้เสียชีวิต ซึ่งก็คือเพื่อนร่วมงานของผู้ต้องหาด้วยนั้น มาเฝ้าดูการทำแผนฯแม้จะเป็นวันหยุด ต่างส่งเสียงสาปแช่ง ส่วนหลักฐานที่ตรวจพบนั้น มีทั้งไม้หน้าสาม จำนวน 1 ท่อน (อาวุธที่ผู้ต้องหาใช้ในการก่อเหตุฆ่าผู้ตาย), เสื้อยืดคอกลมสีเทา และกางเกงขาสั้นสามส่วนที่ผู้ต้องหาสวมใส่ในวันก่อเกิดเหตุ 1 ชุด, กระเป๋าเงิน สีดำ 1 ใบ, เงินสดรวมจำนวน 4,400 บาท และรองเท้าแตะหูหนีบสีดำ อีก 1 คู่
สำหรับการจับกุมตัวนายนายฐาปกรณ์ หอมบุญมี อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุฆ่า นายบรรจง ประเศรษโฐ อายุ 63 ปี คนงานเฝ้าโรงงานนั้น โดยภายหลังจากเกิดเหตุแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนฯ สภ.กระทุ่มแบน และสืบสวนฯ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ได้ลงพื้นที่ทำงานร่วมกันทั้งการติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุ และการนำตัวพนักงานในโรงงานเดียวกันไป
สอบปากคำ ซึ่งนายฐาปกรณ์ ผู้ต้องหา ก็เป็นหนึ่งในพนักงานของโรงงานแห่งนี้ด้วย กระทั่งต่อมานายฐาปกรณ์ ได้ให้การยอมรับว่า ตนเองเป็นผู้ก่อเหตุจริง โดยอ้างว่าสาเหตุมาจากการทะเลาะวิวาทมีปากเสียงกับผู้ตาย จึงทำให้เกิดความโมโหใช้ไม้หน้าสามตีนายบรรจง หลายครั้ง ทำให้นายบรรจง ล้มลงเสียชีวิต จากนั้นนายฐาปกรณ์ จึงได้ไปเอากล้องวงจรปิดและเงินที่อยู่ในลิ้นชักห้องผู้จัดการ ก่อนหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ โดยเดินกลับไปยังที่พักของตนเอง ส่วนกล้องวงจรปิดทิ้งลงถังขยะ, ไม้หน้าสามเขวี้ยงทิ้งเข้าไปในป่าละเมาะข้างโรงงานที่เกิดเหตุและเงินสด เก็บไว้กับตัวตามที่ตรวจพบ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้นำตัวผู้ต้องหาไปตามเอาของกลางทั้งหมดกลับมาเพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีข้อหาฆ่าผู้อื่น
ด้านผู้ต้องหากล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ตนรู้สึกผิดต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตเป็นอย่างมากจึงอยากขออโหสิกรรมจากทางครอบครัวผู้เสียชีวิต
ส่วนทางด้านภรรยาของผู้ตายกล่าวว่า ขอให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมอย่างมากจนเกินกว่าจะให้อภัยได้


