หนุ่มร้องออกรถป้ายแดง ขับได้เดือนกว่า สตาร์ตไม่ติด บริษัทอ้างฟ้าผ่าลงล้อ ประกันไม่จ่าย
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุทัยธานี ภายหลังได้รับการร้องเรียนจาก นายบัณฑิต (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ชาว ต.ทุ่งพง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี เจ้าหน้าที่กองช่างเทศบาลทัพทัน
นายบัณฑิตกล่าวว่า ตนได้ไปดูรถยนต์ 4 ประตู ยี่ห้อหนึ่ง ในราคาขาย 882,000 บาท ที่บริษัทแห่งหนึ่งใน จ.อุทัยธานี โดยวางเงินดาวน์ 20,000 บาท หลังจากนั้นวันที่ 30 มีนาคม 2567 บริษัทได้นัดให้ไปรับรถ พร้อมจ่ายเงินดาวน์เพิ่มอีก จำนวน 330,000 บาท รวมเป็นเงินดาวน์ทั้งสิ้น 350,000 บาท หลังจากนั้นได้ทำการจดไฟแนนซ์กับบริษัทลีสซิ่งแห่งหนึ่ง เป็นคู่สัญญา กับเงินในส่วนต่างที่ค้าง และพร้อมกับเอกสารประกันภัยรถกับบริษัทประกันภัย รวมยอดเงินต้องส่งรายเดือน เดือนละ 9,208 บาท จำนวน 72 งวด ต้องส่งให้กับบริษัทลีสซิ่ง โดยทางรถยนต์จะติดป้ายแดงให้ก่อน
นายบัณฑิตกล่าวต่อว่า จากนั้นตนได้นำรถยนต์มาใช้งานบวชญาติที่บ้าน จนใช้รถยนต์ครั้งสุดท้ายไปส่งญาติๆ ที่มาจากกรุงเทพฯ ในวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังจากนั้นนำมาจอดไว้ที่เพิงข้างบ้านตลอด โดยไม่มีใครมาใช้ จนถึงวันที่ 22 พฤษภาคม ช่วงเช้าตนนำกุญแจรีโมตมาเปิดประตูรถที่จอดอยู่ แต่ไม่สามารถเปิดประตูรถได้ ตนคิดว่าถ่านคงหมดจึงนำกุญแจรีโมตอีกอันมาเปิด แต่ก็เปิดไม่ได้เช่นกัน จึงนำกุญแจไขประตูรถจึงเปิดได้ แต่ไม่สามารถสตาร์ตเครื่องยนต์ได้ ตนจึงโทรศัพท์ติดต่อไปยังคนขายรถของบริษัทว่ารถสตาร์ตเครื่องยนต์ไม่ติด หลังจากนั้นคนขายบอกให้นำแบตเตอรี่มาพ่วง หลังจากนำมาพ่วงแล้วยังไม่สามารถสตาร์ตให้รถติดเครื่องได้

นายบัณฑิตกล่าวต่ออีกว่า ตนจึงทำการติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่บริษัทอีกครั้งหนึ่ง ช่างศูนย์บอกว่าให้ถอดแบตเตอรี่ออกมาชาร์จค้างคืนไว้ 1 คืน ตนก็ทำตามที่ช่างศูนย์แนะนำ พอวันที่ 23 พฤษภาคม รุ่งเช้าตนก็นำแบตเตอรี่ที่ชาร์จไว้เข้าไปติดตั้ง อาการของรถมีไฟส่องสว่างกลางวันติดเอง โดยที่ยังไม่เสียบกุญแจสตาร์ต แต่รถก็ยังสตาร์ตไม่ติด ตนเห็นรถผิดปกติจึงโทรแจ้งไปยังศูนย์อีกครั้ง
นายบัณฑิตยังกล่าวอีกว่า บริษัทได้ส่งช่างศูนย์พร้อมเด็กฝึกงานมาที่บ้านตน โดยช่างศูนย์ตรวจสอบรถแล้วเบื้องต้นได้สันนิษฐานว่าหนูกัดระบบสายไฟ หรือมดเข้าชุดกล่องฟิวส์ไฟ หลังจากนั้นบอกว่าฟ้าผ่าลงรถ ช่างได้ถามกับตนว่าเมื่อคืนฝนตกรึเปล่า แต่ช่างก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ จึงเรียกรถสไลด์มายกกลับไปยังศูนย์ โดยไม่รู้ว่ารถเป็นอะไรกันแน่ บอกอย่างเดียวนำรถไปเช็กแล้วจะนำมาคืนให้ในภายหลัง
นายบัณฑิตกล่าวว่า ต่อมาวันที่ 24 พฤษภาคม เวลา 09.30 น. บริษัทโทรมาแจ้งว่าอาการรถที่เกิดขึ้นเนื่องจากสายฟ้าผ่าลงที่กระทะล้อรถด้านหลังซ้าย จึงทำให้กล่องควบคุมไฟฟ้ารถยนต์ทั้งหมดได้รับความเสียหายทั้งคัน สร้างความงุนงงให้กับตนและครอบครัวที่ซื้อรถยนต์ป้ายแดง วิ่งได้แค่ 3,000 กว่ากิโลเมตร จอดไว้ข้างบ้าน 15 วัน ไม่ได้ใช้ แต่ถูกฟ้าผ่าวันไหนก็ไม่รู้ เสียหายทั้งคัน
หลังจากนั้นวันที่ 27 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันภัยเดินทางมายังบ้านตนเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุดังกล่าว หลังจากที่พนักงานประกันภัยกลับไปแล้ว บริษัแจ้งเอกสารมาทางตนว่า เหตุที่เกิดกับรถยนต์นั้นไม่เข้าเงื่อนไขความคุ้มครองของรถยนต์ โดยที่ไม่เกี่ยวกับฟ้าผ่าลงล้อกระทะตามที่บริษัทรถประเมินมา แต่เป็นการเสื่อม หรือการสึกหรอของรถยนต์ที่บริษัทผลิตรถออกมา บริษัทประกันภัยขอปฏิเสธในการไม่จ่ายเบี้ยประกันดังกล่าว

นายบัณฑิตกล่าวต่อว่า ต่อมาบริษัทรถทราบเรื่องว่าประกันภัยขอปฏิเสธไม่จ่ายเบี้ยประกัน จึงแจ้งให้กับบริษัทรถสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพฯ ให้ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบหาสาเหตุอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่เจ้าหน้าที่สำนักงานใหญ่มาตรวจ แต่ก็แจ้งว่ารถถูกฟ้าผ่าอีก
จากนั้นนายบัณฑิตได้พาผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบจุดที่จอดรถบริเวณข้างบ้าน โดยชี้จุดจอดรถพร้อมกับบอกว่าถ้าฟ้าผ่าลงจริงบริเวณนั้นตนติดตั้งกล่องสัญญาณโทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต ไม่พังไปด้วยหรือ และบริเวณนั้นก็มีสายกราวด์ลงดิน
“ผมจนปัญญา เสียเงินล้านกว่า ขับใช้รถได้เดือนเศษ โดยที่ต้องมาส่งผ่อนกุญแจรถ ค่างวดเดือนละ 9,208 บาท ถึง 72 งวด ซึ่งส่งมาเข้างวดที่ 3 แล้ว โดยบริษัทรถอ้างสาเหตุเกิดจากฟ้าผ่า ผมเชื่อว่าไม่น่าเป็นไปได้ ผมพร้อมญาติๆ ไปยังสำนัก สคบ.จ.อุทัยธานี เพื่อร้องขอความเป็นธรรมช่วยเหลือ โดยสำนักงาน สคบ.รับเรื่องคำร้องดังกล่าว” นายบัณฑิตกล่าว
หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวนำโดรนขึ้นบินเพื่อตรวจสอบมุมสูงเหนือหลังคาบ้าน ที่เป็นหลังคากระเบื้อง โครงสร้างใช้ไม้ทั้งหมด โดยไม่พบร่องรอยของฟ้าผ่าแต่อย่างใด






