หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา สั่งปิดถาวร &...

สั่งปิดถาวร ‘ที่พักสงฆ์’ ฉาว หลอกสาว-ผัว เข้าลัทธิถวายตัว สั่งพระลูกวัด-ทรัพย์สินคืนวัดสังกัด

12.06.24 | 18:02 น.

ผอ.พศจ.เพชรบูรณ์ เผยเจ้าคณะตำบล สั่งปิดถาวร ‘ที่พักสงฆ์’ ฉาวหลอกสาว-ผัวเข้าลัทธิถวายตัว สั่งพระลูกวัด-ทรัพย์สินคืนวัดสังกัดในหนองคาย 

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน น.ส.อัจฉรา ปั้นมูล ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด(พศจ.) เพชรบูรณ์ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีสาวร้องเรียนถูกพระสงฆ์ ประธานที่พักสงฆ์แห่งหนึ่งที่ จ.เพชรบูรณ์ หลอกเข้าลัทธิถวายตัว ขอมีเพศสัมพันธ์แก้กรรมต่ออายุขัย ต่อมาพระรูปดังกล่าวได้ลาสิกขาโดยอ้างว่า ไปต่อสู้คดีและไม่ให้เป็นภาระทางคณะสงฆ์ว่า จากการประสานกับทางพระเลขาฯ เจ้าคณะตำบลในพื้นที่ที่ทำการสึกพระรูปนี้ ตอนนี้มีคำสั่งปิดที่พักสงฆ์แห่งนี้อย่างถาวร ส่วนพระลูกวัดที่อยู่ภายในวัดก็จะส่งกลับต้นสังกัด หากมาจากจังหวัดไหนก็จะส่งกลับไปยังต้นสังกัดของพระเหล่านี้ตามใบสุทธิ

“ในส่วนของพระที่ตกเป็นข่าวถูกร้องเรียน ไม่ใช่เป็นพระของจังหวัดเพชรบูรณ์ แต่เป็นพระที่เดินทางมาจาก จ.หนองคาย โดยเดินทางมาตั้งที่พักสงฆ์ภายในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ แต่ยังไม่ได้ย้ายสังกัดเข้าวัดใน จ.เพชรบูรณ์ โดยใบสุทธิที่อดีตพระรูปนี้ยังอยู่ใน จ.หนองคาย อยู่” น.ส.อัจฉรากล่าว

น.ส.อัจฉรากล่าวว่า ขณะนี้ทางคณะสงฆ์กำลังประสานงานไปยังวัดสังกัดของอดีตพระที่ตกเป็นข่าว เพื่อสำรวจทรัพย์สินที่เกิดขึ้นในที่พักสงฆ์ว่ามีอะไรบ้าง ทรัพย์ที่ได้มาจากการบริจาคมีอะไรบ้างในระหว่างที่เป็นพระสงฆ์ โดยทรัพย์สินเหล่านี้จะต้องตกเป็นของวัดสังกัดของอดีตพระรูปนี้ และต้องมีการส่งกลับคืนไปยัง จ.หนองคาย ซึ่งจะมีการสำรวจจัดทำทะเบียนเพื่อส่งคืนในโอกาสต่อไป

ผู้อำนวยการ พศจ.เพชรบูรณ์ กล่าวชี้แจงกรณีที่เพจสวนธุดงค์สถานฯ แจ้งเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นสำนักบารมีพุทโธรักษาว่า เมื่อที่พักสงฆ์แห่งนี้ถูกสั่งปิดแล้ว การจะไปตั้งเป็นสำนักปฏิบัติธรรมจะกระทำมิได้ ต้องผ่านการตรวจสอบอนุญาตจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติก่อน ยิ่งปัจจุบันนี้เจ้าคณะตำบลนิมนต์ให้พระลูกวัดที่อยู่ในที่พักสงฆ์แห่งนี้กลับวัดต้นสังกัดทั้งหมด จึงทำให้ที่พักสงฆ์ที่ถูกสั่งปิดแห่งนี้ไม่มีพระอยู่เลย และในวันพรุ่งนี้ก็เตรียมจะนำคำสั่งเจ้าคณะตำบลไปปิด ณ ที่พักสงฆ์แห่งนี้

Advertisement

“นอกจากนี้ยังได้รับแจ้งจากพระเลขาฯ เจ้าคณะตำบลด้วยว่า พระที่ตกเป็นข่าวและได้ลาสิกขาไปก็ยังบอกด้วยว่าเป็นความประสงค์ของเขาเองที่จะปิดสถานที่แห่งนี้ ฉะนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่จะเปลี่ยนชื่อมาเป็นสำนักบารมีพุทโธรักษา เพื่อเป็นสำนักปฏิบัติธรรม ยิ่งจะมาเปลี่ยนตอนนี้คงทำไม่ได้” ผู้อำนวยการ พศจ.เพชรบูรณ์ กล่าว

น.ส.อัจฉรากล่าวว่า ในส่วนคดีนั้น ปัจจุบันพระรูปนี้ได้สึกแล้ว จึงไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางคณะสงฆ์ ฉะนั้นหน้าที่คณะสงฆ์ในเวลานี้ คือปิดที่พักสงฆ์ และตรวจสอบทรัพย์สินว่ามีอะไรบ้าง จากนั้นประสานวัดสังกัดที่ จ.หนองคาย ที่รับพระรูปนี้เข้าสังกัดเมื่อปี 2554 ส่วนอดีตพระที่ตกเป็นข่าว หลังสึกได้ออกจากที่พักสงฆ์ไปแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้ ซึ่งหลังจากลาสิกขาแล้วได้แจ้งพระผู้ใหญ่ว่าเขาจะเดินทางไปต่างจังหวัด แต่ไม่ได้แจ้งว่าจะไปจังหวัดไหน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
สึกแล้ว! พระถูกสาวร้องหลอกเข้าลัทธิถวายตัว หลังเหยื่อเตือนภัย เสียตัว เสียเงิน สุดท้ายเสียผัวให้พระ