ชาวบ้านเฮ ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้นำที่ดินที่หมดอายุสัมปทาน จัดสรรให้คนจนไม่มีที่ดินทำกิน หลังยื่นฟ้อง 10 ปีก่อน
เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ชาวบ้านผู้เรียกร้องที่ดินทำกินจังหวัดกระบี่ เตรียมเคลื่อนไหวเข้าสร้างที่พักชั่วคราว ภายในสวนปาล์มน้ำมันที่หมดอายุสัมปทาน ในพื้นที่ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ หลังจากเมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กรมป่าไม้ จัดทำหลักเกณฑ์ รูปแบบการนำพื้นที่สวนปาล์มที่หมดอายุสัมปทานในจังหวัดกระบี่ รวม 14 แปลง พื้นที่กว่า 72,000 ไร่ จัดสรรให้กับคนจนไม่มีที่ดินทำกิน โดยพิจารณาชาวบ้านในพื้นที่เป็นหลัก โดยให้เช่ารายละ 10 ไร่ เสียค่าเช่าไร่ละ 100 บาทต่อปี ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 180 วัน หลังจากมีคำพิพากษา

นายชูวงศ์ มณีกุล ที่ปรึกษาด้านกฎหมายกลุ่มผู้เรียกร้องที่ดินทำกินจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2556 ตนและตัวแทนชาวบ้านรวม 25 คน ยื่นฟ้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อธิบดีกรมป่าไม้ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ต่อศาลปกครอง ฐานไม่ปฏิบัติตามมติ ครม. ปี 2546 ในการนำพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันที่หมดอายุสัมปทาน ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ มาจัดสรรให้กับคนจนไม่มีที่ดินทำกิน ผ่านมากว่า 10 ปี เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาออกมา สร้างความดีใจให้แก่กลุ่มผู้เรียกร้องที่ดินทำกินเป็นอย่างมาก หลังจากต่อสู้เรียกร้องมากว่า 20 ปี ตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา เตรียมเข้าจองพื้นที่สร้างที่พักชั่วคราว ภายในสวนปาล์มน้ำมันที่หมดอายุสัมปทานเพื่อรอการจัดสรรตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด

นายสมชาย นุชนานนท์เทพ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันที่ทยอยหมดอายุสัมปทานมาตั้งแต่ปี 2546-2566 รวม 14 แปลง พื้นที่ประมาณ 72,000 ไร่ พบว่ามีจำนวน 8 แปลง รวมพื้นที่ประมาณ 40,000 ไร่ ผู้ได้รับสัมปทานเดิมได้ขายพื้นที่ให้กับกลุ่มทุนรายใหม่ และชาวบ้านไปแล้ว พื้นที่ถูกนำไปออกหลักฐานครอบครอง เป็น ส.ป.ก.4-01 และโฉนดที่ดิน บางพื้นที่ใช้งบประมาณของหน่วยงานภาครัฐเข้าไปพัฒนา สร้างสาธารณูปโภค ถนน ไฟฟ้า ประปา ทั้งที่กรมป่าไม้ไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่หมดอายุสัมปทานให้กับสำนักปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรแต่อย่างใด จึงเสนอข้อมูลให้กรมป่าไม้แล้ว ส่วนโครงการโค่นล้มต้นปาล์มน้ำมันที่หมดอายุสัมปทานในพื้นที่ตำบลปลายพระยา รวม 7,000 ไร่ เพื่อปลูกป่าทดแทน ยังคงดำเนินการต่อเนื่อง เพราะเป็นโครงการก่อนมีคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด


