ผู้ตรวจการแผ่นดินประชุมหารือกับกอ.รมน.ภาค 4 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหา พร้อมทั้งลงพื้นที่ตรวจสอบ ในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายทรงศัก สายเชื้อ ผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วย พล.ท. ศานติ สกุนตนาค มทภ.4 นายกัมปนาท กลิ่นเสาวคนษ์ นายอำเภอเกาะสมุย ร่วมเป็นประธานการประชุมหารือกรณีการถือครองหรือครอบครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์โดยตัวแทนอำพรางของคนต่างด้าว ในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมี พ.อ.ดุสิต เกษรแก้ว หัวหน้าชุดแก้ไขปัญหา การบุกรุกที่ดินของรัฐ กอ.รม.ภาค4 พ.ต.อ.ศุภณัฐ รัตนภิรมย์ ผกก.สืบสวน ภ.จว.ชุมพร และ คณะทำงาน กอ.รมน.ภาค4 ให้ข้อมูลการปฏิบัติ ที่ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเกาะสมุย ชั้น 3 อาคารรวมใจเฉลิมพระเกียรติ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน

ต่อมาได้ลงพื้นที่ไปยัง เขาหมาแหงน ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ตรวจดูพื้นที่จริง ตามข้อร้องเรียน เพื่อแก้ไขเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อม พบว่า สภาพพื้นที่ มีการก่อสร้างในพื้นที่ลาดชัน ฝ่าฝืนกฎหมายสิ่งแวดล้อม กฎหมายควบคุมอาคาร ส่วนหนึ่งมีการเปิดให้บริการเป็นโรงแรมไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนสวบสวน ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด

ทั้งนี้ การดำเนินการของผู้ตรวจการแผ่นดิน และ กอ.รมน.ภาค 4 เป็นการบูรณาการ ดำเนินการเพื่อมุ่งหมายที่จะส่งเสริมสนับสนุนและให้คำแนะนำเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อขจัดหรือระงับความเดือดร้อนของประชาชน ให้ได้รับการแก้ไขโดยเร็วต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการหารือมีความเห็นสอดคล้องในทิศทางเดียวกัน คือ การแก้ไขปัญหาในระยะสั้น หรือระยะเร่งด่วนเฉพาะหน้า รวมทั้งแก้ในระยะต่อไปทั้งระบบ คือ 1. วางแนวทางและหลักการในเรื่องนี้ โดยในระยะเร่งด่วนมุ่งหยุดการแพร่กระจาย (Freeze) การถือครองอสังหาริมทรัพย์โดยเร่งดำเนินคดีและใช้มาตรการในเชิงป้องปราม ในระยะต่อไป เร่งขยายกฎหมายให้ครอบคลุมกรณีอื่น ๆ ให้มากขึ้น ขณะเดียวกัน เสนอแนะให้มีการแก้ไขทั้งระบบทั้งการป้องกัน การติดตามการบังคับใช้กฎหมาย และการแก้ไขกฎหมาย
2. มาตรการตรวจสอบและควบคุมถึงการลงทุนและการบริหารจัดการของคนต่างด้าวในรูปแบบของนิติบุคคลไทยที่เข้าถือครองที่ดิน 3. มาตรการควบคุมการจดทะเบียนนิติกรรมที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ถือครองโดยนิติบุคคลสัญชาติไทยที่มีคนต่างด้าวถือหุ้นหรือลงทุน 4. การบูรณาการร่วมกันทั้งในระดับนโยบายทั้งส่วนกลางและระดับพื้นที่จังหวัด เพื่อให้เป็นกลไกแบบบูรณการที่สำคัญในการดำเนินการเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ 5. การสร้างแรงจูงใจในการเฝ้าระวังการกระทำผิดของคนต่างด้าว ให้แก่คนไทย
6. มาตรการกำหนดเขตที่ดิน (Zoning) แบบเฝ้าระวัง 7. การแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติในนิยามคำว่า “คนต่างด้าว” ให้ครอบคลุมถึงอำนาจในการบริหารจัดการเหนือนิติบุคคลของคนต่างด้าว และสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนอำนาจในการบริหารจัดการการดำเนินการของนิติบุคคลนั้น และ 8. ในการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ อย่างแรก คือ จะมีข้อเสนอแนะให้แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วนซึ่งมีอยู่หลายฉบับ และอีกลักษณะหนึ่ง คือ เสนอแนะให้มีการยกร่างกฎหมายกลางที่เกี่ยวกับตัวแทนอำพรางและการทำธุรกรรมอำพรางโดยเฉพาะ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายเฉพาะในเรื่องนี้


