หน้าแรก ภูมิภาค เกษตรกรรู้แล้...

เกษตรกรรู้แล้ว! ตัวอะไรบุกไร่มันสำปะหลัง ขอบคุณเจ้าหน้าที่ช่วยแนะวิธีกำจัด

15.06.24 | 18:18 น.

เกษตรกรรู้แล้ว! ตัวอะไรบุกไร่มันสำปะหลัง ขอบคุณเจ้าหน้าที่ช่วยแนะวิธีกำจัด

จากกรณีพบฝูงแมลงปีกแข็งตัวสีเขียวไม่ทราบชนิดกัดกินใบมันสำปะหลังของ นายไพบูลย์ ลาทอง เกษตรกรหมู่ 4 ต.ย่านรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ภายหลังได้ออกสำรวจไร่มันมันสำปะหลังของตนเอง และสังเกตเห็นแมลงปีกแข็งตัวสีเขียว พากันรุมกัดกินใบมันสำปะหลังที่กำลังเจริญเติบโตเป็นจำนวนมาก และไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งต้นมันสำปะหลังที่ถูกกัดกินมีหลายต้นที่เหลือแต่ก้านใบ หากไม่กำจัดฝูงแมลงดังกล่าวจะทำให้ต้นมันไม่โต ไม่มีหัว ส่งผลให้ยืนต้นตายในที่สุด โดยในไพบูลย์ได้ฝากถึงเกษตรอำเภอเกษตรจังหวัดช่วยให้คำแนะนำถึงวิธีการกำจัดศัตรูพืชโดยด่วนก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง ตามที่ได้นำเสนอเป็นข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน น.ส.สุมนา สิมาสฤษฎ์ ผอ.กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืชสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง คณะฯสำนักงานเกษตรจังหวัดปราจีนบุรี เกษตรอำเภอกบินทร์บุรี และผู้นำท้องถิ่น ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแมลงดังกล่าว ที่พบเห็นในแปลงของเกษตรกร ทราบว่าแมลงดังกล่าว คือ ‘ด้วงกัดใบ’ แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะมีด้วงกัดใบอาศัยอยู่ในไร่มันสำปะหลังของเกษตรกรมากน้อยเพียงใด จึงได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างด้วงกัดใบนำไปวิจัยที่สำนักงานด้วย

ในเบื้องต้นได้แนะนำเกษตรกรให้รีบกำจัดหนอนกัดใบ หากพบว่ามีปริมาณไม่มากนักให้รีบกำจัดและทำลาย โดยเด็ดใบมันสำปะหลังที่มีตัวด้วงกัดใบเกาะอยู่ใส่ภาชนะและนำไปเผาทำลาย หากวิธีนี้ไม่ได้ผลแนะนำเกษตรกรที่พบด้วงกัดใบให้ใช้ยากำจัดแมลงจำพวกคาร์บาริล 85% wp สารกลุ่ม 1 a อัตรา 60 กรัม/น้ำ20 ลิตร พีโพรนิล 5% sc กลุ่ม 2 b อัตรา 80 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร ทำการฉีดพ่น หากฉีดพ่นยากำจัดแมลงในเบื้องต้นได้ผลมากน้อยอย่างไร รีบประสานเจ้าหน้าที่เกษตรจังหวัดและเกษตรอำเภอได้ตลอดเวลา ซึ่งทางเกษตรอำเภอและเกษตรตำบลสามารถติดต่อกับเกษตรกรได้โดยตรงอยู่แล้ว

นายไพบูลย์กล่าวว่า ขอบคุณกรมส่งเสริมการเกษตรและสำนักงานเกษตรจังหวัดเกษตรอำเภอเกษตรตำบล และผู้นำท้องถิ่นท้องที่ที่ลงมาให้คำปรึกษาถึงไร่มันสำปะหลังในครั้งนี้ ในเบื้องต้นจะรีบดำเนินการซื้อยากำจัดแมลงมาฉีดพ่นเพื่อกำจัดไม่ให้หนอนกัดใบแพร่ระบาดในไร่มันของตนเองมากกว่านี้ รวมถึงอาจจะแพร่ระบาดในไร่มันของเพื่อนบ้านที่อยู่ละแวกเดียวกันอีกด้วย

Advertisement