ได้ยินเสียงกรี๊ดดังกลางสวนยาง เล่านาทีช่วย 4 เด็กสาวพ้นมือไอ้หื่นขณะถูกตามประกบลวนลามขู่เอาทรัพย์ หลังออกเที่ยวงานบุญบั้งไฟท่าตะเกียบช่วงขากลับกลางดึก เผยคนร้ายขับรถคล่องแคล่วรู้เส้นทางในพื้นที่เป็นอย่างดี ส่วนหนึ่งในเหยื่อสาวพาชี้จุดเพื่อนถูกลวนลามและถูกถีบจนรถล้ม
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. กรณีเด็กสาววัยรุ่นรวม 4 คน ถูกคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบออกมาจากงานบุญบั้งไฟ ที่จัดขึ้นริมอ่างเก็บน้ำคลองสียัด บริเวณทางลงผ่านอ่างเก็บน้ำสายเก่า (3259 เดิม) ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นในช่วงระหว่างที่เด็กหญิงสาวทั้ง 4 คนได้พากันขี่รถ จยย.จำนวน 2 คันนั่งซ้อนท้ายกันมา ตามเส้นทางจากริมอ่างเก็บน้ำ

ผ่านบ้านเขากระดาษเพื่อที่จะมาเลี้ยวเข้าสู่หมู่บ้านทุ่งส่ายผ่านทางลูกรังผ่ากลางสวนยาง ก่อนที่จะถึงบ้านพักอาศัยอีกเพียงประมาณ 1 กม.เท่านั้น โดยคนร้ายที่ขี่รถ จยย.ตามมาได้อาศัยจังหวะที่กลุ่มของเด็กสาวเลี้ยวลงมาจากถนนใหญ่ สาย 3076 ช่วงตอนเขากระดาษ-หนองคอก เพื่อเข้าสู่ทางลูกรังขนาดเล็กเพื่อเข้าไปยังในหมู่บ้านทางด้านหลังวัดประชานิมิต ซึ่งเป็นทางลัด โดยมี น.ส.เทียร์ อายุ 15 ปี ขี่รถนำหน้าและมี น.ส.ข้าวโพด อายุ 15 ปี นั่งซ้อนท้ายเลี้ยวเข้าไปในเส้นทางเป็นคันแรก
ส่วนอีกคันมี น.ส.น้ำค้าง อายุ 18 ปี เป็นคนขี่และมี น.ส.มีนา อายุ 15 ปี นั่งซ้อนท้าย แต่หลังจากขี่รถลงไปยังในเส้นทางได้เพียงประมาณ 40 เมตร คนร้ายที่ขี่รถตามหลังมา ได้อาศัยจังหวะที่รถชะลอความเร็วลง และเลี้ยวลงมาจากเนินขอบของถนนใหญ่ ขี่ตรงเข้าประกบด้านท้ายรถ ก่อนที่จะใช้เท้าถีบจนรถจักรยานยนต์คันที่ขี่มาคันหลังเสียหลักล้มลงพุ่งเข้าไปยังริมสวนยาง ซึ่งมีต้นหญ้าวาขึ้นปกคลุมประปราย

ก่อนที่คนร้ายจะคว้าตัวของ น.ส.น้ำค้างไว้ และได้พยายามลวนลามขอจับหน้าอกของสงวน พร้อมกับข่มขู่ว่าจะต่อย และให้ส่งเงินมาให้ ส่วน น.ส.มีนา คนนั่งซ้อนท้ายได้กระเด็นตกจากตัวรถลงไปนั่งจ้ำเบ้าพร้อมกับส่งเสียงร้องด้วยความตื่นกลัว จากนั้นคนร้ายได้หันมาถาม น.ส.มีนา ว่ามีเงินไหม โดยเหยื่อได้ตอบว่าไม่มีเช่นเดียวกันกับ น.ส.น้ำค้าง โดยที่ น.ส.น้ำค้างได้ตอบกับคนร้ายไปว่า “เดี๋ยวไปเอาที่บ้านให้ได้ไหมล่ะ” ซึ่งคนร้ายได้ตอบว่าให้ขี่รถไปเอามา
โดยที่คนร้ายได้เร่งให้เร็วๆ ให้ไปเอาเงินมา โดยที่ น.ส.น้ำค้างได้ตอบกลับว่า “เดี๋ยวหนูไปเอาให้และบอกว่าจะขอโทรศัพท์ไปหาเพื่อนก่อน” โดยที่ น.ส.มีนาได้ขอร้องให้คนร้ายปล่อยพวกตน และบอกให้คนร้ายตามไปรอเอาเงินที่บริเวณแถวใกล้ๆ วัด พร้อมกับมีอาการดิ้นสั่นไปทั้งตัวด้วยความหวาดกลัว โดยที่คนร้ายได้พยายามที่จะบังคับให้ขี่รถไปพร้อมกับเร่งให้เร็วๆ ก่อนที่ น.ส.น้ำค้าง จะดึงเพื่อนให้ลุกขึ้นมาก่อนที่คลิปจะตัดไป

โดยคลิปดังกล่าว ถูกบันทึกไว้เพราะทั้ง 2 เห็นมีคนกำลังขับรถติดตามมา น.ส.มีนา ซึ่งนั่งซ้อนท้ายรถคันหลังมานั้น ได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปไว้เป็นระยะ จนทำให้ในขณะเกิดเหตุการณ์ขึ้น โทรศัพท์ได้บันทึกเหตุการณ์ในช่วงเวลานั้นไว้ได้ ซึ่งได้ยินเสียงคนร้ายพูดได้ชัดเจน และถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญอันดับแรก ที่จะนำไปสู่การสืบสวนหาตัวคนร้ายของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป
ซึ่งระหว่างเกิดเหตุการณ์ขึ้น รถของเด็กสาวคันที่ขี่นำหน้าไป ได้พยายามที่จะขี่ไปร้องขอความช่วยเหลือจากคนในหมู่บ้านที่อยู่ไม่ไกล แต่เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ นายเดื่อ ซึ่งเป็นบิดาของ น.ส.ข้าวโพด ได้ยินเสียงร้องกรี๊ดขอความช่วยเหลือ ขณะกำลังกรีดยางอยู่ในแปลงยางอีกด้านซึ่งอยู่ถัดเลยจากแปลงไร่มันสำปะหลังของบิดา น.ส.น้ำค้าง และแปลงสวนยางข้างเคียงของเพื่อนบ้านอีกแปลง ห่างประมาณ 500-600 เมตร

จึงได้รีบพากันขี่รถ จยย.เพื่อมาดูตามเสียงร้อง พร้อมด้วยนายสุนทร เพื่อนที่กำลังกรีดยางอยู่ด้วยกันพุ่งตรงมาตามเสียงที่ดังขึ้นยังในที่เกิดเหตุ และจากแสงไฟฉายคาดศีรษะ และไฟของรถ จยย.ที่สาดส่องพุ่งตรงเข้ามายังในจุดเกิดเหตุ จึงทำให้คนร้ายรีบขี่รถ จยย.หลบหนีไป
นายเดื่อเล่าถึงนาทีตัดสินใจคว้ารถ จยย.ขี่ออกมาจากสวนยาง หลังได้ยินเสียงกรีดร้องของเด็กสาวทั้ง 2 คนว่า ตอนนั้นเป็นช่วงกลางดึกสงัดแล้ว จึงทำให้เสียงกรีดร้องดังก้องออกไปไกล จนทำให้ตนเองที่อยู่ห่างไกลออกไปประมาณ 500-600 เมตรได้ยิน จึงได้ชวนนายสุนทร เพื่อนที่กำลังกรีดยางด้วยกันขับรถออกมาตามร่องสวนตัดขวาง มุ่งตรงผ่านร่องสวนมันสำปะหลังที่ตัดตามแนวยาวมาจนเห็นคนร้ายขับรถหลบหนีออกไปจากจุดเกิดเหตุ เนื่องจากมีแสงไฟที่ตนคาดศีรษะสาดส่องออกมา จนทำให้เด็กสาวทั้ง 2 จาก 4 คนที่ถูกถีบจนรถล้มรอดพ้นจากมือคนร้าย

โดยคนร้ายได้ขับรถเลยจากจุดเกิดเหตุไปตามเส้นทางลัดเข้าทางหลังวัดประชานิมิตประมาณเกือบ 100 เมตร แต่พอตนขับรถใกล้เข้ามา จึงทำให้คนร้ายได้เปลี่ยนใจเลี้ยวกลับรถย้อนไปขึ้นถนนใหญ่สายท่าตะเกียบ-หนองคอก (3076) ส่วนทางฝ่ายของเด็กสาว 2 คน ที่ถูกคนร้ายก่อเหตุถีบจนรถล้ม ได้คว้ารถ จยย.ขี่มุ่งหน้าเข้าสู่หมู่บ้านต่อไปได้ พร้อมกับร้องบอกให้ตนช่วยไล่ติดตามคนร้ายไปด้วย
“ตนได้ขับรถไล่ตามหลังคนร้ายไป โดยคนร้ายใช้เส้นทางอ้อมไปตามเส้นทางถนนคอนกรีตอีกซอย ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านไปทางด้านหลังโรงเรียนทุ่งส่าย จากที่สังเกตเห็นพบว่าคนร้ายขับรถและใช้เส้นทางหลบหนีได้อย่างคล่องแคล่ว จึงเชื่อว่าเป็นคนในพื้นที่ใกล้เคียงหมู่บ้านแห่งนี้ โดยตามถนนเส้นทางทะลุออกจากปากซอยทางด้านหลังโรงเรียนบ้านทุ่งส่าย เพื่อไปขึ้นสู่ถนนสาย ฉช.4011 นั้น เชื่อว่ากล้องวงจรปิดจะสามารถบันทึกภาพของคนร้ายไว้ได้” นายเดื่อกล่าว

ด้าน น.ส.ข้าวโพด อายุ 15 ปี ซึ่งเป็นบุตรสาวของนายเดื่อและเป็นหนึ่งใน 4 ของกลุ่มเด็กสาวที่ไปเที่ยวงานบุญบั้งไฟด้วยกัน ได้มายังในที่เกิดเหตุ และพาผู้สื่อข่าวดูร่องรอยของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา พร้อมได้เล่าว่า ตนนั่งซ้อนท้ายรถคันหน้าซึ่งมี น.ส.เทียร์ อายุ 15 ปีเป็นคนขับมา กว่าจะรู้ตัวว่าถูกคนร้ายขับรถตามหลังมาก็เมื่อรถได้เลี้ยวลงมายังภายในทางถนนลูกรังแล้ว จนคนร้ายตามเข้ามาก่อเหตุทันและถีบรถคันหลังที่มี น.ส.น้ำค้าง เพื่อนวัย 18 ปีเป็นคนขับ และ น.ส.มีนา อายุ 15 ปี ซ้อนท้ายมาล้มลง
“ส่วนรถคันของตนนั้นได้พยายามที่จะขับไปร้องขอความช่วยเหลือจากคนในหมู่บ้าน จนนายเดื่อ ผู้เป็นบิดาขับรถออกมาจากสวนยางพอดี จึงทำให้คนร้ายหลบหนีไป” น.ส.ข้าวโพดกล่าว


