ตาป่วยอัมพฤกษ์ครึ่งซีก หัดเดิน แต่ผลัดตกบ่อน้ำลึก 8 เมตร ดับสลด
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 17 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ตำรวจร้อยเวร สภ.หนองปลิง ได้รับแจ้งว่ามีคนตกบ่อน้ำเสียชีวิตที่บ้าน แพทย์เวรโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยนครสวรรค์ร่วมกันตรวจสอบ พบว่าเป็นบ่อน้ำข้างบ้านที่ใช้รถน้ำต้นไม้ ซึ่งมีความลึกกว่า 8 เมตร และมีน้ำในบ่อลึกอีกประมาณ 1 เมตร ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้รีบนำอุปกรณ์และเชือกสำหรับการโรยตัว ลงไปนำศพผู้เสียชีวิตขึ้นมาจากบ่อ พร้อมกับทำการตรวจสอบ
สภาพศพมีรอยบาดแผลถลอกจากการร่วงตกเพียงเล็กน้อย และทางแพทย์เวรให้ความเห็นระบุว่า น่าจะเสียชีวิตจากการวูบตกลงไป โดยทราบชื่อผู้เสียชีวิตในเวลาต่อมาคือนายปราโมท (สงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี เจ้าของบ้านและเจ้าของบ่อน้ำที่เกิดเหตุ

จากการสอบถาม น.ส.มัชมน (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี หลานผู้เสียชีวิต ให้การว่า ตอนเกิดเหตุไม่มีใครเห็น รู้เพราะมีคนข้างบ้านมาตามหา และก่อนหน้านี้นายปราโมท หรือตาแป้ว ยังนอนเล่นอยู่บนแคร่ต้นไม้ใต้ต้นกอไผ่ข้างบ่อน้ำ ออกมาดูอีกทีก็ไม่เจอตัวแล้ว เจอเพียงรถเข็น และรองเท้า 1 ข้างเท่านั้น จึงเดินตามหา สังเกตเห็นรองเท้าผู้ตายอีกข้างตกอยู่ในบ่อ จึงได้นำไฟฉายมาส่องดู ก็เห็นร่างของผู้ตายจมอยู่ในบ่อ จึงได้รีบแจ้งตำรวจและกู้ภัยให้มาตรวจสอบดังกล่าว

เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำหลานสาวของผู้ตายอย่างละเอียด จึงทำให้ทราบด้วยว่า ผู้ตายป่วยเป็นโรคอัมพฤกษ์ครึ่งซีก เดินไม่ได้อยู่นานนับปี ซึ่งก็ได้รับการบำบัดอยู่เป็นระยะๆ และเพิ่งจะหัดกลับมาเดินได้เพียงแค่ 1 เดือนเท่านั้น แต่ก็ต้องใช้ไม้เท้าคอยพยุง ควบคู่ไปกับการใช้รถเข็นช่วยอยู่ตลอด

ส่วนหลังจากที่ผู้ตายเดินได้ ก็มักจะพาตัวเองออกจากบ้านมาพักเล่นหลับนอนอยู่ที่แคร่ไม้ใต้ต้นกอไผ่อยู่เป็นประจำในช่วงกลางวัน และมักจะชอบใช้น้ำที่บ่อรดน้ำต้นไม้ในพื้นที่ของตัวเองด้วย จึงคาดว่า ผู้ตายน่าจะเกิดอาการวูบขณะไปตักน้ำที่บ่อแล้วพลาดร่วงลงไปจนเสียชีวิต


