หนุ่มจบออกแบบจิวเวลรี่ หันมาเปิดคาเฟ่ชื่อน่ารัก “ไอซ์ ซี ยู” ท่ามกลางสวนผลไม้ของครอบครัว จุดเด่นเน้นขายไอศกรีมผลไม้ตามฤดูกาล ล่าสุด ผุดไอเดียอยากทำส้มตำไทยที่เป็นของคาว ให้เป็นของหวานในรูปแบบของไอศกรีม เพื่อแหวกตลาด เอาใจลูกค้าที่ชอบรสชาติแซ่บนัว และต้องการลิ้มลองของแปลกใหม่ ทำขายได้ไม่ถึง 2 เดือน ปรากฏว่าถูกใจลูกค้าคอส้มตำเป็นอย่างมาก
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่ร้านไอซ์ ซี ยู เอ.เมือง จ.ตรัง นายสุวิทย์ ลักษวธ อายุ 39 ปี หนุ่มจบด้านออกแบบจิวเวลรี่ ผันตัวกลับบ้านที่จ.ตรัง เมื่อประมาณ 7 เดือนที่ผ่านมา เพื่อมาเปิดคาเฟ่ส้มตำ ยำ ลาบ เล็กๆ กลางสวนผลไม้ของครอบครัว เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ครึ่ง และด้วยความที่ตัวเองเป็นคนชอบกินส้มตำ จึงผุดไอเดีย อยากทำของคาวให้อยู่ในรูปของหวาน จึงทำไอศกรีมรสส้มตำไทยขึ้น มีทั้งรสเผ็ดน้อย เผ็ดปานกลางและเผ็ดมาก ให้ลูกค้าชิมก่อนตัดสินใจซื้อ
โดยขายราคาจานละ 69 บาท มีผักสลัดรองจาน ตามด้วยมะละกอชุบแป้งทอดกรอบ องุ่นและมะเขือเทศ ด้านบนเป็นไอศกรีมที่มีส่วนผสมของเครื่องปรุงส้มตำครบเครื่อง เช่น พริกแห้ง กระเทียม มะนาว น้ำตาล น้ำปลา น้ำกระเทียมดอง เมื่อกินเฉพาะไอศกรีม จะให้รสชาติเหมือนกินน้ำส้มตำ แต่เมื่อไอศกรีมละลายและคลุกเคล้าให้เข้ากัน จะกินเหมือนส้มตำทอด ปรากฏว่าเปิดขายได้ไม่ถึง 2 เดือน มีลูกค้าแวะอุดหนุนกันอย่างต่อเนื่อง สัปดาห์ละ 40-50 ถ้วยกันเลยทีเดียว
ซึ่งไอศกรีมรสส้มตำไทย ใช้มะละกอที่ปลูกเองในสวน เน้นวัตถุดิบปลอดสารและอยู่ในชุมชน ไม่ใส่ผงชูรสและสารกันเสียใด ๆ ทำให้สดใหม่แบบวันต่อวัน เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ชอบความแปลกใหม่ หรืออยากจะกินทั้งไอศกรีมและส้มตำในเวลาเดียวกัน


นอกจากนี้ ยังมีไอศกรีมโฮมเมดจากผลไม้ตามฤดูกาลวันละกว่า 30 เมนู เช่น ไอศกรีมกะท้อน ไอศกรีมมะม่วง ไอศกรีมระกำ ไอศกรีมสละ ไอศกรีมละมุดม่วง ไอศกรีมมังคุด ไอศกรีมทุเรียน ไอศกรีมกะทินมสดและไอศกรีมอื่น ๆ เน้นใช้ความหวานจากผลไม้ น้ำตาลน้อย เพื่อสุขภาพของผู้บริโภค ขายราคาถ้วยละ 30-50 บาท แต่งเป็นรูปการ์ตูน เพิ่มสีสันและอรรถรสในการกินได้อย่างเพลิดเพลิน ส่วนใครสนใจสามารถไปชิมลิ้มลองได้ทุกวัน ยกเว้นวันพุธ ตั้งแต่เวลา 10.00 น.-19.00 น. หรือติดตามได้ทาง FB ไอซ์ซียู
ด้าน นายสุวิทย์ เจ้าของร้านไอซ์ซียู อ.เมืองตรังกล่าวว่า เดิมทีที่นี่เป็นสวนผลไม้เก่าที่มีผลไม้อยู่ 30 กว่าชนิด ซึ่งตนได้คุยกับคุณลุงว่าจะเอาพื้นที่ตรงนี้ทำเป็นคาเฟ่ที่แปรรูปเกี่ยวกับผลไม้ให้เป็นไอศกรีม จึงได้ไอเดียเริ่มต้นจากตรงนี้ ตอนนี้เปิดมาได้ 7 เดือนแล้ว ไอเดียทำผลไม้ตามฤดูกาล เช่นมีระกำ ก็จะเอาระกำมาทำ หลังจากนี้มังคุดก็จะเริ่มออก ตนก็จะเอามังคุดมาทำ

แต่อีกอย่างที่ตนสนใจและอยากจะทำให้แปลกและแหวกตลาด ให้เป็นไอศกรีมแบบกึ่งคาวกึ่งหวาน ก็เลยนึกถึงรสชาติส้มตำ ซึ่งปกติก็ชอบกินส้มตำอยู่แล้ว ซึ่งเมนูของทางร้านกำลังจะเพิ่มเป็นร้านส้มตำเข้าไปด้วย เลยมีไอเดียว่าจะทำไอติมที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านไปเลยที่เป็นได้ทั้งคาวทั้งหวาน ก็เลยทดลองเอาพริก มะนาว น้ำปลา ทุกอย่างมามิกซ์กันให้เป็นสูตรของไอศกรีม กลายเป็นไอศกรีมที่ทานได้ทั้งผักสด หรือมะละกอทอด
ซึ่งมันก็เข้ากันได้ดี ราคาขายอยู่ที่ 69 บาทต่อ 1 ชุด ซึ่งลูกค้าตอบรับดี รู้สึกถึงความแปลกใหม่ ตอนแรกก็กลัวว่า ลูกค้าไม่กล้าทาน แต่พอทานก็รู้สึกว่าไปกันได้ดี ทั้งตัวที่เป็นท็อปปิ้ง ซึ่งหลังจากละลายแล้ว กึ่ง ๆ เหมือนน้ำสลัดเอามาคลุกรวมกัน สุดท้ายก็ยังทานได้อยู่ ต่อสัปดาห์จะขายไอศกรีมส้มตำได้ประมาณ 40-50 ถ้วย แต่หลัก ๆ ลูกค้าที่มา ก็จะมุ่งมาทานไอศกรีมที่มีอยู่ในร้านอยู่แล้ว


