เผาร่างหนุ่ม 15 รถล้ม แต่ รพ.ให้พารา จนเสียชีวิต ‘เป็นหนึ่ง’ แฉวินิจฉัยพลาดนับ 10 ราย เตรียมรวมตัวร้องสธ.
กรณี ด.ช.ณัฐนัย อายุ 15 ปี ประสบอุบัติเหตุรถล้มหัวฟาดพื้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยตำบลทับรั้ง ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอพระทองคำ จังหวัดนครราชสีมา หลังจากนั้นหมอให้กินยาพาราและนอนรอดูอาการตั้งแต่ 19:00 -02:00 จนกระทั้งอาการแย่ลง กว่าจะได้ส่งตัวไป รพ.ใหญ่ในตัวเมือง จนกระทั่งน้องเสียชีวิตแพทย์ชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจาก บาดเจ็บที่สมองรุนแรง ครอบครัวผู้เสียชีวิตคาใจเจ้าหน้าที่ไม่นำตัวลูกชายไปเอกซเรย์สมอง ปล่อยให้นอนร้องโอดโอยครางอย่างทรมาน ด้านโรงพยาบาลไม่ได้ออกมาชี้แจงหรือแสดงความเสียใจกับทางครอบครัวที่สูญเสียลูกชายแต่อย่างใดนั้น
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่วัดบ้านกุดตาดำ ตำบลทัพรั้ง อ.พระทองคำ นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายางนว่า ญาติและครอบครัวของน้องบอยผู้เสียชีวิตได้มีการมาจัดเตรียมงานเพื่อเตรียมจะทำพิธีประชุมเพลิง ต่อมา นางสาวชลิดา พะละมาตย์ ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง หรือ “ต้นอ้อเป็นหนึ่ง” ได้เดินทางมาถึงวัด พร้อมกับญาติของผู้เสียหายอีก 2 เคสเมื่อวาน โดยมี นางสมพรและลูกสาวของลุงอดุลย์อดีตผู้ใหญ่บ้าน ที่มีอาการท้องอืดถ่ายไม่ออกไปโรงพยาบาลหมอให้น้ำเกลือ 3 กระปุกจนสุดท้ายช็อคน้ำเกลือและเสียชีวิต รวมถึง แม่ของน้องออมสินเด็กหญิงวัย 4 ขวบที่เกิดอาการไส้ติ่งแตก รักษาไม่ทันจนเสียชีวิต

ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้าของญาติพี่น้องเพื่อนๆ ของน้องบอยมารอทำพิธีทำจำนวนมาก หลังจากที่ญาติช่วยกันนำร่างของน้องบอยมาถึงวัดและนำขึ้นไปบนเมรุเเล้ว กลุ่มเพื่อนมัธยมชั้น ม.4 ของน้องบอยก็ออกมายืนหน้าเมรุ และเริ่มร้อง “เพลงฉันจะมีเธออยู่” เพื่อส่งดวงวิญญาณของน้องบอยไปสู่สุคติ ท่ามกลางเสียงสะอื้นของเพื่อนๆ และญาติของน้องบอย
จนกระทั่งมาถึงพิธีเผาร่าง ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของญาติๆ และนางสุจิน ผู้เป็นเเม่ ที่ร้องไห้ตลอดเวลาจนแทบจะเป็นลม ญาติๆต้องคอยช่วยกันพัดและเอายาดมให้ดมตลอด โดยมี พญ.ราชรัตน์ คำสัตย์ ผอ.รพ.พระทองคำ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ร่วมพิธีประชุมเพลิงด้วย
ด้านนางสาวชลิดา ต้นอ้อเป็นหนึ่ง เปิดเผยว่า ล่าสุดตอนนี้ที่มีผู้เสียหายมีการติดต่อมาที่ตน มีประมาณ 10 กว่าเคสเเล้ว แต่ที่พร้อมจะเดินทางไปร้องเรียนกับตนที่กระทรวงสาธารณสุขในวันพรุ่งนี้มีประมาณ 4-5 เคสเท่านั้น โดยทุกเคสเป็นเหตุที่เกิดขึ้นเนื่องจาก การวินิจฉัยโรคหรือกระบวนการรักษาที่ผิดพลาดของโรงพยาบาล
นางสาวชลิดา กล่าวต่อว่า จากการสอบถามข้อมูลจากญาติของผู้เสียชีวิตพบว่าอาการบาดเจ็บเบื้องต้นก่อนเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ผู้ป่วยไม่น่าถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตทุกคนรู้สึกคาใจ เเต่ไม่รู้ร้องเรียนทางไหน ซึ่งตนมั่นใจว่าหลังจากที่มีข่าวออกไปน่าจะมีอีกหลายเคสที่ต้องการเรียกร้องขอความเป็นธรรมคืน
นางสาวชลิดา กล่าวต่อว่า วันนี้ตนได้ ท่านธนกฤต จิตอารีรัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข พาผู้เสียหายเข้าไปร้องที่กระทรวงสาธารณสุขในวันพรุ่งนี้ในเวลา 10:30 น. โดยจะให้ตรวจสอบในเรื่องของขั้นตอนการรักษา การบริหารงานที่ผิดพลาดของรพ. ซึ่งตนมองว่าไม่ได้มีความผิดเเค่ผู้บริหารที่บริหารงานไม่รัดกุมเพียงผู้เดียว แต่เป็นเพราะบุคลากรในโรงพยาบาลด้วย ซึ่งเท่าที่ตนทราบมาบุคลากรในโรงพยาบาลนี้ไม่มีความใส่ใจที่จะดูแลรักษาอาการของผู้ป่วยเท่าที่ควร ชาวบ้านไม่มีปากเสียง ไม่สามารถพูดอะไรกับเจ้าหน้าที่รัฐได้ เหมือนเขาเป็นผักปลาต้องมาฝากชีวิตไว้ เขาไม่ได้เป็นเเค่ชาวบ้าน เขาคือประชาชน ไม่ใช่ว่ากินเงินเดือนไปวันๆ ไม่ต้องรักษาก็ได้เงินเดือนเท่าเดิม นี่คือภาษีประชาชน ถ้าไม่พร้อมดูแลประชาชนก็ให้คนที่มีความพร้อมเข้ามาดูแลดีกว่า
นางสาวชลิดา กล่าวต่อว่า หน่วยงานรัฐต้องบูรณาการรพ.แห่งนี้ใหม่ทั้งระบบ และทางรพ.ก็ต้องออกมาชี้แจงและรับผิดชอบ รวมถึงหมอที่เป็นเจ้าของเคสยิ่งต้องเป็นคนรับผิดชอบสูงสุด ไม่ใช่เเค่เฉพาะรพ.นี้ เเต่รพ.ทั่วประเทศจะต้องนำเคสนี้ มาเป็นบทเรียนนี้เพื่อแก้ไขอและปรับปรุงบริการ ควรให้หมอเจ้าของเคสที่เป็นคนวินิจฉัยผิดพลาดออกมารับผิดชอบ ขอโทษครอบครัวผู้ตาย และชี้แจงข้อเท็จจริง รวมถึงบุคลากรคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ให้ผอ.ออกมารับหน้าเพียงคนเดียวแบบนี้ ถ้าหากไม่เกิดเรื่องขึ้นทางรพ.ออกมารับผิดชอบหรือไม่
นางสาวชลิดา กล่าวต่อว่า โดยทางผอ.ยอมรับกับครอบครัวผู้เสียชีวิตอีก 2 เคสว่า หลังจากเกิดเรื่องทางโรงพยาบาลยังไม่ได้มีการติดตามและช่วยเหลือเยียวยาจริง ซึ่งหลังจากที่รับเรื่องแล้ว ตนจะช่วยประสานงานทำหนังสือยื่นขอรับเงินเยียวยาตามมาตรา 41 สปสช.

ด้าน ผอ.รพ.พระทองคำ เปิดเผยว่า ขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต และชี้แจงว่าหลังจากนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ว่า กระบวนการรักษามีการผิดพลาดตรงไหน บริการล่าช้าหรือไม่มีมาตรฐาน หากสอบสวนเเล้ว ไม่เป็นที่พึงพอใจของญาติผู้ตาย และเกรงว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ทางครอบครัวผู้ตายจำเป็นต้องส่งเรื่องไปที่สสจ. หรือ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อที่จะส่งเรื่องเข้าส่วนกลางให้มาสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป โดยทางโรงพยาบาลพร้อมและยินดีให้เข้ามาตรวจสอบเสมอ ตนยืนยันว่าทางรพ.ไม่ได้นิ่งนอนใจ
ส่วนอีก 2 เคสนี้ ที่ล่าช้า เป็นเพราะมีอีกแผนกที่ติดตามเเต่อาจขาดช่วงไป ซึ่งหลังจากนี้ตนให้เจ้าหน้าที่ขอรายชื่อเบอร์โทรติดต่อและเอกสารทั้งหมดของครอบครัวผู้เสียชีวิตทำหนังสือเพื่อเตรียมยื่นขอรับเงินเยียวยาต่อไป
หลังจากนี้ถ้าหากพบเคสผู้เสียหายเพิ่มเติมอีกขอความอนุเคราะห์ จากพี่น้องสื่อมวลชนรวมถึงครอบครัวของผู้เสียชีวิต ให้ส่งข้อมูลมายังโรงพยาบาลได้เลย ทางโรงพยาบาลพร้อมและยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือ และไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ตอนนี้ตนเองรู้สึกเครียดและมีความกังวลใจในระดับหนึ่ง เนื่องด้วยเป็นเพราะภาระหน้าที่ที่ตนต้องดูแลอยู่เเล้ว ส่วนแพทย์เวรที่รักษาคนไข้ในเหตุการณ์วันนั้นค่อนข้างมีคงามเครียดและเป็นทุกข์มากกว่าตนหลายเท่า
หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ของน้องบอย และมีผู้เสียหายอีกหลายเคสออกมาร้องสื่อ ทางโรงพยาบาลก็ได้มีการเรียกบุคลากรทั้งหมดที่เกี่ยวข้องเข้าประชุมเเล้วหลายครั้ง ในการประชุมเน้นเรื่องของการปรับปรุงแก้ไขการบริการประชาชนให้รัดกุมมากขึ้น รวมถึงเรื่องการปรับระบบการส่งตัวผู้ป่วยไปรักษาต่อที่รพ.ประจำจังหวัดให้มีความรวดเร็ว และมีการสื่อสารกับญาติมากขึ้น ทางโรงพยาบาลอยากฝากความมั่นใจถึงประชาชนที่ใช้บริการว่าโรงพยาบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ น้อมรับข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นต่างๆ หลังจากนี้มั่นใจว่าการปรับปรุงระบบการให้บริการต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน อีกทั้งยืนยันว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างที่ผ่านมา


