ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ตอบข้อสงสัยหลังโซเชียลตั้งคำถามถึงปลายทางของของกลางยาเสพติดที่จับกุมได้ หลังจากจังหวัดขอนแก่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการปราบปรามต่อเนื่อง
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 20 มิถุนายน 2567 ที่ห้องประชุมแก่นชัย ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วย พล.ต.ต.อนุวัตร สุวรรณภูมิ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น นายภิญโญ โฆสิต ผอ.ป.ป.ส.ภาค 4 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นกลุ่มเป้าหมายผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ปี 2567 ภายใต้ยุทธการพิทักษ์ขอนแก่น และปฏิบัติการไล่ล่าเด็ดปีก นักค้าอีสานเหนือ 252 ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น
โดยแบ่งชุดตรวจค้นตามพื้นที่ จำนวน 152 เป้าหมาย 30 หมู่บ้าน จับกุมผู้เสพ 104 คน จับกุมผู้ค้า 27 คน ตรวจยึดของกลางยาบ้า 3,431 เม็ด อาวุธปืน 10 กระบอก กระสุนปืน 104 นัด ยึดทรัพย์รวม 640,000 บาท
นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า หลังจากที่จังหวัดขอนแก่น ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งผลการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1-20 มิ.ย.67 ได้ทำการปิดล้อมพื้นที่เป้าหมายแล้ว 487 เป้าหมาย 60 หมู่บ้าน ดำเนินคดีผู้กระทำผิดแล้ว 655 ราย ผู้เสพ 251 ราย ผู้ค้า 156 ราย ตรวจยึดยาบ้า 37,672 เม็ด ไอซ์ 909.60 กรัม อาวุธปืน 172 กระบอก ยึดทรัพย์รวม 13,228,490 บาท อย่างก็ตาม เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการมอบนโยบายให้กับนายอำเภอทุกอำเภอจัดตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติด หรือศูนย์ C.I เพื่อดูแลผู้ป่วยยาเสพติด ในช่วงระหว่างการรอเข้าไปบำบัดรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวช โดยมีหลายหน่วยงานร่วมกันดูแล ซึ่งได้รับความร่วมมือจากคนในชุมชนและครอบครัวของบุคคลที่มีผู้ติดยาเสพติด
จากการดำเนินการยืนยันว่า มีจังหวัดขอนแก่นจังหวัดเดียวที่ดำเนินการด้านศูนย์ C.I ที่ให้นายอำเภอเข้ามาดูแลอย่างจริงจัง ซึ่งจากการรายงานของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น พบว่า ในช่วงระยะเร่งด่วน 18 วันที่ผ่านมา ได้มีการนำผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตจากการใช้สารเสพติด เข้ารับการบำบัด 750 ราย ซึ่งในภาพรวมตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2566 ถึงปัจจุบัน มีคนไข้ยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัด ทั้งสิ้น 3,941 ราย คืนคนดีสู่สังคมได้ 1,660 ราย

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากที่ทางจังหวัดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่องในทุกสัปดาห์ ทำให้มีประชาชนชื่นชมการทำงานและบางส่วนตั้งคำถามถึงปลายทางของของกลางยาเสพติดว่าไปอยู่ที่ใด
ในเรื่องนี้ พล.ต.ต.อนุวัตร สุวรรณภูมิ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวว่า ยาเสพติดของกลางทุกประเภท เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมหรือเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจในการจับกุมสามารถจับกุมและตรวจยึดของกลางได้ จะนำของกลางทั้งหมดมอบให้กับพนักงานสอบสวน พร้อมกับตัวผู้ต้องหา หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนจะทำการสอบปากคำผู้ต้องหาเพื่อยืนยันทรัพย์ของกลางทั้งหมดว่ามีจำนวนเท่าไหร่ โดยให้ผู้ต้องหาลงลายมือชื่อ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมและพนักงานสอบสวนทำการยืนยันความถูกต้องและการให้การที่ตรงกัน
เมื่อข้อมูลของกลางตรงกันแล้ว จะต้องทำการปิดผนึกของกลางพร้อมกับลงลายมือชื่อ จากนั้นจะนำส่งของกลางไปที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานภาค 4 โดยตามระเบียบจะต้องนำส่งของกลางภายใน 3 วันทำการ
หลังจากนั้นศูนย์พิสูจน์หลักฐานจะทำการตรวจพิสูจน์เพื่อยืนยันว่าของกลางนั้นเป็นยาเสพติดประเภทใด มีน้ำหนักเท่าไหร่ มีปริมาณของสารเสพติดเท่าไหร่ เพื่อเป็นหลักฐานในการฟ้องร้องดำเนินคดีในชั้นศาล
เมื่อตรวจพิสูจน์เสร็จสิ้นแล้ว ของกลางดังกล่าวจะถูกเก็บไว้ในคลังหรือสถานที่จัดเก็บของกลางยาเสพติดภายในศูนย์พิสูจน์หลักฐานก่อน แล้วจะทำการนำส่งยาเสพติดของกลางไปยังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ภายในระยะเวลา 4 เดือน หรือหากของกลางมีจำนวนมากก็สามารถนำส่งไปก่อนได้ เพื่อให้ทาง อย. ทำการจัดเก็บเพื่อรอการทำลายตามขั้นตอน
ซึ่งจะเห็นว่าในทุกวันที่ 26 มิ.ย.ของทุกๆ ปี จะมีการนำเอาของกลางยาบ้านมาเผาทำลาย โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นสักขีพยาน


ขณะที่ นายภิญโญ โฆสิต ผอ.ปปส.ภาค 4 กล่าวเพิ่มเติมว่า เป็นข้อตกลงกันระหว่างพิสูจน์หลักฐานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าหากมีการจับกุมยาเสพติดได้ในพื้นที่แต่ละพื้นที่ หากมีจำนวนมากกว่า 1 ล้านเม็ด จะต้องนำส่งของกลางไปที่กรมวิทยาศาสตร์ที่อยู่ในแต่ละภาค หากกรมวิทยาศาสตร์ที่อยู่ในแต่ละภาค ไม่สามารถรองรับได้ก็จะส่งต่อไปที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานกลาง
และส่วนหนึ่งไปที่ สนง.ป.ป.ส. หลังจากนั้นจะมีการตรวจพิสูจน์และส่งเอกสารหลักฐานไปตามขั้นตอน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาล เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ ของกลางยาเสพติดก็จะถูกนำมาทำลายทิ้ง โดยเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.2566 ได้มีการทำลายยาเสพติดของกลางกว่า 340 ตัน




