หน้าแรก ภูมิภาค หนุ่มคองโก ยอ...

หนุ่มคองโก ยอมข้ามน้ำข้ามทะเล ดูโรงงานในไทย เพื่อลงทุน รู้ทีหลังโดนตุ๋นไปครึ่งล้าน

20.06.24 | 14:45 น.

สามหนุ่ม เปิดบริษัท หลอกนักธุรกิจชาวคองโก มัดจำเงินซื้อของครึ่งล้าน บินข้ามน้ำข้ามทะเลดูโรงงาน ผงะ เป็นหอพักหญิง เข้าแจ้ง ตร.แล้ว

วันที่ 20 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวลำปาง ได้พามิสเตอร์คาเซฟ คาบูลู อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นนักธุรกิจชาวคองโก พร้อมเพื่อนสาวสัญชาติเดียวกัน ซึ่งเป็นล่ามพูดภาษาอังกฤษได้ เดินทางมาจากประเทศคองโก เข้าแจ้งความ โดยตำรวจท่องเที่ยวได้พูดคุยสอบถาม พร้อมทั้งตรวจสอบเอกสารต่างๆ สลิปการโอนเงิน ทราบว่า มิสเตอร์คาเซฟ เป็นนักธุรกิจ ติดต่อซื้อขายน้ำตาลจากประเทศไทยทางออนไลน์ เพื่อนำกลับไปขายที่ประเทศตนเอง

โดยครั้งแรกมีการติดต่อกับชาวอินเดีย เป็นคนประสานให้ติดต่อซื้อขายน้ำตาลทรายกับบริษัทแห่งหนึ่งที่จดทะเบียนพาณิชย์ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งตั้งอยู่ในเขต ต.ปงแสนทอง อ.เมือง จ.ลำปาง และมีโรงงานน้ำตาลทราย อยู่ในพื้นที่ จ.ลำปาง จนมีการตกลงสั่งซื้อน้ำตาลทราย จำนวน 128,000 กิโลกรัม กิโลกรัมละ12.88 บาท รวมเป็นเงินประมาณ 1,600,000 บาท แต่ต้องมีการโอนเงิน 30% เพื่อจ่ายค่าสินค้า โดยเงินส่วนที่เหลืออีก 70% ต้องจ่ายทั้งหมด เมื่อสินค้าไปถึงปลายทางที่ประเทศคองโกแล้ว

ต่อมาทางมิสเตอร์คาเซฟได้โอนเงินเป็นเงินดอลลาร์ เข้าบัญชีของบริษัทดังกล่าว ติดต่อกัน 3 วัน ระหว่างวันที่ 10-11 และวันที่ 13 พฤษภาคม 2567 รวมเป็นเงินไทยประมาณ 500,000 บาท

Advertisement

เมื่อสามวันก่อนมิสเตอร์คาเซฟได้เดินทางจากคองโก พร้อมเพื่อนสาวที่เป็นล่าม เดินทางมาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ และนั่งโดยสารรถไฟ มาลงที่สถานีรถไฟนครลำปางเข้าพักโรงแรม เพื่อจะดูสินค้าและโรงงานน้ำตาลทราย

เมื่อไปถึงกลับพบว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นหอพักนักศึกษาหญิง อยู่ด้านหลังโรงเรียนแห่งหนึ่งในตัวเมืองลำปาง จึงรู้ว่าถูกหลอก และได้ติดต่อตำรวจท่องเที่ยวลำปาง พาเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน

ตำรวจท่องเที่ยวลำปางประสานนายเอกสิทธิ์ มานะรุ่งโรจน์ ทนายความชื่อดังในจังหวัด เข้าร่วมรับฟังสอบถาม

ด้านทนายความเผยว่า ในเบื้องต้นจากการตรวจสอบข้อมูลเอกสารต่างๆ และพูดคุยผ่านล่าม และตรวจสอบที่ตั้งของบริษัทที่อ้างว่าเป็นโรงน้ำตาลทราย ตั้งอยู่ใน ต.ปงแสนทอง อ.เมือง จ.ลำปาง มีการจดทะเบียนพาณิชย์ถูกต้องตามกฎหมาย มีชื่อเป็นกรรมการบริษัท เป็นชาย 3 คน อายุอยู่ระหว่าง 20 ปี เป็นคน จ.สกลนคร แต่จากการตรวจสอบที่ตั้งของบริษัทไม่มีอยู่จริง

กลุ่มดังกล่าวใช้ช่องโหว่ จดทะเบียนพาณิชย์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการหลอกลวง ซึ่งตามกฎหมายมีความผิดฐานฉ้อโกง และนำความเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

เมื่อพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความเป็นคดีแล้ว ตนขอประสานให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจรีบดำเนินการในการอายัดบัญชีธนาคารดังกล่าวอย่างรวดเร็ว เพื่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวจะได้ไม่ไปหลอกลวงคนอื่นอีก

ส่วนกรรมการบริษัท ทั้ง 3 คน ทราบชื่อหมดแล้ว ทางพนักงานสอบสวนจะได้ออกหมายเรียก มาทำการสอบสวนปากคำต่อไปว่า มีส่วนรู้เห็นหรือไม่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป