หน้าแรก ภูมิภาค ห่วงทะลักชายแ...

ห่วงทะลักชายแดน! ยาบ้าเม็ดละ 5 บาท จัดโปรทำการตลาดเพิ่มยอดขาย เพิ่มมาตรการสกัดเข้ม

20.06.24 | 16:24 น.

ห่วงทะลักชายแดน! ยาบ้าเม็ดละ 5 บาท พร้อมจัดโปรทำการตลาดเพิ่มยอดขาย เพิ่มมาตรการสกัดเข้ม

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่ห้องประชุมกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 3 มทบ.210 นครพนม พ.อ.ศิวดล ยาคล้าย ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 3 ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ นบ.ยส.24 พร้อมด้วย พ.อ.กัญญณัต ไชยโอชะ รอง เสธ ส่วนสกัดกั้น นบ.ยส.24 พ.อ.ศรณณัฐ นวลมณี รอง ผบ.บก.ควบคุม ที่กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พ.ท.อนิวรรต ศิริช่วง รอง ผบ.บก.ควบคุมที่ 1 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ร.อ.กิตติกร จันทร์หอม หน.ฝยก.-ขว.บก.ควบคุมที่ 1 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวสถานการณ์ และสถิติการตรวจยึดจับกุมยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน จ.นครพนม พร้อมประเมินสถานการณ์ ทำการประชาสัมพันธ์เชิงรุก สกัดกั้นปราบปรามยาเสพติด ตามแนวชายแดนอีสาน รวมถึง จ.นครพนม

เนื่องจากมีประเด็นสำคัญ พบว่าขบวนการค้ายาบ้า มีการปรับลดราคายาบ้าเหลือเม็ดละ 5 บาท พร้อมปรับปริมาณลดความเข้มข้น เพื่อทำการตลาด ให้ขายได้จำนวนมากขึ้น และผู้เสพจะต้องเสพมากขึ้นหลายเท่าตัว นอกจากนี้ยังพบว่ามีการนำนวัตกรรมใหม่ ใช้โดรนช่วยในการขนส่งยาเสพติด และสอดแนมเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ยังพบว่า มีปัญหาการลักลอบขนกัญชาเข้ามาสวมสิทธิ์ขายในไทย พื้นที่ อ.บ้านแพง จ.นครพนม จึงต้องเร่งสร้างความร่วมมือชุมชน ช่วยสอดส่องดูแล สกัดกั้น

พ.อ.ศิวดล ยาคล้าย  เปิดเผยว่า ปัจจุบันพื้นที่ชายแดนอีสาน รวมถึง จ.นครพนม ถือว่าอยู่ในช่วงสงครามยาเสพติด มีการลักลอบนำเข้ามากขึ้น เนื่องจากมีการหลบเลี่ยงจากชายแดนเหนือเข้ามาอีสาน เพราะพื้นที่เอื้ออำนวย ล่าสุดถือว่าจะต้องมีมาตรการเข้มมากขึ้น พบว่ายาบ้าที่ลักลอบเข้ามาขายในชายแดนอีสาน มีราคาแค่เม็ดละ 5 บาท

โดยจากการตรวจพิสูจน์ พบว่ามีการลดความเข้มข้น ปรับราคาทำการตลาด ทำให้ขายง่าย และคนที่เสพต้องเพิ่มปริมาณมากขึ้น ทำให้การตรวจยึดจับกุม มีจำนวนมากหลายเท่าตัวจากปกติ จากข้อมูลต้นปีที่ผ่านมา ในพื้นที่ชายแดน จ.นครพนม มีการตรวจยึดยาบ้ากว่า 8 ล้านเม็ด เที่ยบกับปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 3-4 เท่า และจะมีการลักลอบขนครั้งละหลายแสนเม็ด ส่วนหนึ่งเชื่อว่าการตลาดกลุ่มค้ายาบ้า ต้องการให้ติดเสพยามากขึ้น เพื่อจะเป็นแนวร่วม

Advertisement

นอกจากนี้ยังพบว่า มีการนำเทคโนโลยีโดรนมาช่วยลักลอบขน รวมถึงสอดแนมเจ้าหน้าที่ ทำให้หน่วยงานความมั่นคง จะต้องทำงานเชิงรุก รวมถึงเร่งประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแล นอกจากนี้ในส่วนของกัญชาสวมสิทธิ์นำเข้าจากลาว ขายฝั่งไทย ถึงแม้จะไม่อยู่ในบัญชียาเสพติด แต่หากพบลักลอบเข้ามาจับทันที มั่นใจเอาอยู่ โดยเฉพาะพื้นที่ อ.บ้านแพง ถือว่ามีการลักลอบบ่อยครั้ง จะต้องจับตาเป็นพิเศษ ฝากพี่น้องประชาชนช่วยกันแจ้งเบาะแส ดูแลลูกหลาน ไม่ให้ตกเป็นทาสยาเสพติด