หน้าแรก ภูมิภาค 2 หนุ่มออกหาป...

2 หนุ่มออกหาปลา น้ำไหลเชี่ยวซัดเรือล่ม เพื่อนจมหายต่อหน้า จนท.เร่งค้นหา

20.06.24 | 18:36 น.

2 หนุ่มออกหาปลา น้ำไหลเชี่ยวซัดเรือล่ม เพื่อนจมหายต่อหน้า จนท.เร่งค้นหา

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.จันทบุรี ศูนย์วิทยุสมาคมสว่างกตัญญูจันทบุรี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุเรือประมงชนสะพาน ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย และสูญหาย 1 ราย โดยเหตุเกิดบริเวณสะพานคลองเกาะกลาง รอยต่อพื้นที่ หมู่ 4 กับ หมู่ 5 ต.เกาะขวาง อ.เมือง จ.จันทบุรี หลังรับแจ้งจึงได้ประสานตำรวจสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเดินทางตรวจสอบ ขณะเดียวกันได้จัดทีมกู้ภัยค้นหาทางน้ำ พร้อมอุปกรณ์ร่วมค้นหาผู้สูญหาย

ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณสะพานข้ามคลองเกาะกลาง พบ นายนภดล (สงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี ชาว ต.เกาะขวาง ผู้ที่รอดชีวิตจากอุบัติเหตุเรือชนสะพาน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย นั่งรอให้ปากคำกับตำรวจ

จากการตรวจสอบที่บริเวณใต้สะพาน พบมีเรือท้องแบน 1 ลำ ผูกมัดติดกับหลักไม้ สภาพมีรอยชนที่กราบข้าง  ตัวเครื่องยนต์หลุดจมน้ำหายไป ส่วนที่ใต้สะพานเสาตอม่อมีรอยถูกเรือชนทางตำรวจได้ถ่ายภาพบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

Advertisement

ต่อมาทางทีมกู้ภัยชุดค้นหาทางน้ำได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ ทันทีที่ทราบจุดผู้จมน้ำซึ่งอยู่ห่างจากสะพานไปประมาณ 200 เมตร ได้ทำการประกอบอุปกรณ์ลงเรือออกไปดำน้ำค้นหาผู้สูญหายทันที

พ.ต.ต.เนรมิตร พงษ์สาลี สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี กล่าวว่า ผู้ที่จมน้ำสูญหายไปคือ นายบุญเลิศ (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี เป็นผู้หลบหนีเชื้อสายไทยจากเกาะกง ปัจจุบันมีบัตรประจำตัว ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด

นายนภดลกล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น.ของวันนี้ ตนพร้อมกับนายบุญเลิศ พากันออกมา หาปลา บริเวณปากน้ำท่าแฉลบ มาตามคลองเกาะกลาง โดยนายบุญเลิศเป็นคนบังคับเรือ ส่วนตนนั่งอยู่บนหัวเรือ ขณะนั้นกระแสน้ำในคลองไหลเชี่ยวมาก เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ เครื่องยนต์เรือเกิดดับกะทันหัน ทำให้ไม่สามารถควบคุมทิศทางได้ ก่อนที่เรือจะหมุนขวางลำไปชนกับเสาใต้สะพานจนเรือพลิกคว่ำ โดยที่ตนมีทักษะว่ายน้ำแข็งกว่า สามารถเอาตัวรอดว่ายน้ำเข้าหาฝั่งได้

นายนภดลกล่าวต่อว่า ขณะที่นายบุญเลิศถูกน้ำพัดลอยไปกับเรือ ซึ่งตนได้พยายามตะโกนให้ว่ายไปเกาะเรือไว้ พร้อมกับโยนทุ่นลอยน้ำไปให้ แต่ นายบุญเลิศ ไม่ยอมเกาะ กลับส่งเสียงขอความช่วยเหลือ ก่อนที่จะจมน้ำหายไป

นายณัฎฐกานต์ พรหมแก้ว อาสากู้ภัยชุดค้นหาทางน้ำบอกว่าปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายในครั้งนี้ ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 15 นาย ผลัดเปลี่ยนดำปูพรมค้นหานานกว่า 3-4 ชั่วโมง จนขณะนี้ยังไม่พบตัว เนื่องจากน้ำทะเลหนุน จนน้ำปากอ่าวท่าแฉลบเริ่มเอ่อขึ้นเข้ามาในคลอง ทำให้การค้นหายากลำบากเพิ่มอีกเท่าตัว