อุกอาจ! 3 โจ๋ซิ่งจยย. ประกบยิง หนุ่มปวช. หน้าวิทยาลัยดัง กระสุนฝังลำคอ เจ็บสาหัส คาดยิงผิดตัว
เมื่อเวลา 15.40 น. วันที่ 20 มิถุนายน ร.ต.อ.เจนวัธน์ วิทยรติโชติตระกูล รอง สว.(สอบสวน) สภ.โนนสูง อ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายบุกมายิงนักศึกษาได้รับบาดเจ็บ ที่หน้าวิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่ง ถนนมิตรภาพ (อุดรธานี-ขอนแก่น) ต.โนนสูง เพื่อนได้นำผู้บาดเจ็บหนีเข้าไปที่โรงพยาบาลศูนย์มะเร็งอุดรธานี ซึ่งอยู่ติดกัน จึงพร้อม ร.ต.อ.อุดมโชค สิงหกุลศิริ รอง สว.สส.สภ.โนนสูง รุดไปตรวจสอบ
พบ นายอนุชิต หรือ แคท อายุ 15 ปี นักศึกษาชั้น ปวช.1 ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าบริเวณแก้มขวา กระสุนฝังใน เลือดไหลอาบ มีอาการเจ็บบริเวณต้นคอ แต่ยังมีสติ เจ้าหน้าที่ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนรีบนำตัวขึ้นรถนำส่งโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี
นายสุทธิรักษ์ อายุ 20 ปี เพื่อนรุ่นพี่นายแคท ผู้บาดเจ็บ เล่าว่า ก่อนหน้านี้ผู้บาดเจ็บอยู่กับยายที่ จ.หนองบัวลำภู พึ่งย้ายมาเรียนที่วิทยาลัยเทคนิคได้ 2 เดือน วันนี้หลังเลิกเรียนผู้บาดเจ็บกลับไปบ้าน แต่เข้าบ้านไม่ได้ จึงชวนตนขี่จักรยานยนต์มาเอากุญแจบ้านกับแม่ซึ่งทำงานเป็นแม่บ้านที่ศูนย์มะเร็ง พอขี่รถมาถึงหน้าวิทยาลัยเทคนิคได้มีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 4 คน อายุไม่เกิน 20 ปี ใส่เสื้อยืดทั้ง 4 คน สวมกางเกงช่างสีกรมท่า ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน เป็นฮอนด้า PCX สีน้ำเงิน ขับมาคนเดียว ส่วนอีกคันซ้อน 3 เป็นฮอนด้า PCX สีส้มแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนทั้งสองคัน
นายสุทธิรักษ์เล่าต่อว่า ตนได้ขี่รถจักรยานยนต์แซงรถคนร้าย รถจักรยานยนต์คนร้ายที่ซ้อน 3 ได้ขี่ประกบรถตน คนนั่งกลางสวมเสื้อยืดสีดำ ไม่สวมหมวกกันน็อกคนเดียว ได้ใช้อาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์แบบหักลำจ่อยิงนายแคทซึ่งนั่งซ้อนท้าย 1 นัด ถูกบริเวณแก้มขวากระสุนฝังใน ตนตกใจจึงรีบขี่รถหนีเข้าไปโรงพยาบาลศูนย์มะเร็งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ ส่วนคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองอุดรธานี ส่วนตัวแล้วคิดว่าน่าจะยิงผิดตัว เพราะนายแคทพึ่งย้ายมาเรียนได้ 2 เดือน ไม่น่าจะมีศัตรูที่ไหน
ต่อมากลุ่มนักศึกษา ปวส.ช่างยนต์ ซึ่งอยู่หมู่บ้านเดียวกันและรู้จักผู้บาดเจ็บ เล่าว่า บ่าย 3 โมงเมื่อวานนี้มีนักศึกษา ปวช.1 และ ปวช.2 ช่างยนต์ ทะเลาะชกต่อยกัน ต่อมาก็แยกย้ายกันไป ก่อนเกิดเหตุวันนี้มีนักศึกษา ปวช.2 ที่มีเรื่องทะเลาะกันได้ส่งแชตมาข่มขู่กัน พอเลิกเรียนก็มีการยิงนักศึกษาที่หน้าวิทยาลัย ซึ่งคาดว่าจะเป็นการยิงผิดตัว
นายธวัชชัย พรหมมาโอน พนักงานขับรถโรงพยาบาลศูนย์มะเร็ง นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เล่าว่า ตอนเกิดเหตุตนอยู่ที่โรงพยาบาล ได้ยินเสียงปืนยิงดังแป๊ะ 1 นัด ไม่ดังมาก คาดว่าจะเป็นปืนไทยประดิษฐ์ ต่อมาเห็นผู้บาดเจ็บนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ขี่เข้ามาในโรงพยาบาล คนขับไม่เป็นอะไร แต่คนซ้อนท้ายโดนยิงที่แก้ม 1 นัด เลือดโชก ผู้คนในโรงพยาบาลพากันแตกตื่น เจ้าหน้าที่จึงนำเข้าโรงพยาบาลช่วยเหลือเบื้องต้น และนำส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี
ส่วน น.ส.พรประภา อายุ 21 ปี พี่สาวผู้บาดเจ็บ เล่าว่า น้องชายเรียนอยู่ชั้น ปวช.ปี 1 แผนกอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนตนและแม่ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์มะเร็ง ซึ่งรั้วอยู่ติดกัน หลังเลิกเรียนน้องได้ขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านซึ่งอยู่ห่างวิทยาลัย 5-6 กม. แต่เข้าบ้านไม่ได้ จึงได้ชวนเพื่อนขี่รถจักรยานยนต์มาเอากุญแจกับแม่ แต่มาถึงหน้าวิทยาลัยได้มีคนร้ายเป็นชาย 3 คน ขี่รถจักรยานยนต์ สวมแมสก์ ประกบยิงน้องได้รับบาดเจ็บ
“ตนสอบถามน้อง ซึ่งน้องยังพูดไม่ได้เพราะกระสุนฝังในลำคอ ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้กับตัวเอง แต่ก็มาเกิดขึ้นกับน้อง อยากให้ตำรวจตามจับคนร้ายให้ได้ เพราะไม่อยากให้น้องเจ็บฟรี น้องพึ่งย้ายมาไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกับใครด้วย”
ตำรวจสันนิษฐานว่า คนร้ายขี่รถตามผู้บาดเจ็บมา พอจังหวะเหมาะก็ประกบยิงแล้วรีบหลบหนีไป ซึ่งตำรวจตั้งประเด็นไว้ที่ยิงผิดตัว เพราะผู้บาดเจ็บเป็นเด็กเรียนดี ไม่ขาดเรียนตั้งแต่เปิดเทอม ซึ่งจะได้สอบสวนปากคำผู้บาดเจ็บ พยานที่เห็นเหตุการณ์ และตรวจกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี เพื่อสืบสวนติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


