เร่งล่า หนุ่มใต้ หลอกสาวสองให้รัก ก่อนพาหญิงอื่นเข้าบุกบ้าน กรอกยาพิษ ปล้นรถ เชิดเงินหนี
กรณี นายธนารีย์ นัยนา หรือดุ่ย อายุ 54 ปี ชาวตำบลเกาะเทโพ อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ได้ขอความช่วยเหลือผ่านผู้สื่อข่าวอยากให้ช่วยคืนความเป็นธรรมให้กับตัวเอง หลังถูกหนุ่มใต้ อายุประมาณ 30 ปี ที่รู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊ก ก่อนคบหากันมาได้ประมาณ 1 เดือน สุดเหี้ยมโหดรวมหัวกับแฟนสาวใช้ผ้ารัดคอ ซึ่งยังทิ้งร่องรอยแผลอยู่ ซ้ำยังใช้ยาพิษ คาดว่าเป็นยาเบื่อหนู กรอกปากซ้ำจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ต้องคลานออกจากห้องพักมาขอให้เพื่อนบ้านช่วยชีวิตไว้ได้ทัน ก่อนพบว่า รถยนต์สุดรัก โทรศัพท์มือถือ เงินสดประมาณ 15,000 บาท พร้อมเงินในแอพพ์ธนาคารอีก 800 บาท จึงอยากขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามจับกุมตัวทั้ง 2 คน มาดำเนินคดี โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2567 ช่วงเวลา 17.30 น.

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุทัยธานี ได้เชิญตัวนายธนารีย์ (สาวสอง) เข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติม เพื่อเร่งติดตามตัวนายอาร์ม และหญิงรายดังกล่าว ซึ่งเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการโทรศัพท์ติดต่อไป สอบถามแม่ของนายอาร์ม ซึ่งอยู่ที่จังหวัดตรังว่า นายอาร์มนั้นได้เดินทางกลับไปที่บ้านหรือไม่ ซึ่งทางผู้เป็นแม่ของนายอาร์มนั้นได้ให้การว่า นายอาร์มยังไม่ได้เดินทางกลับมาที่บ้าน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานีได้ทำการลงพื้นที่ยังจังหวัดตรังแล้ว
ด้าน นายธนารีย์เปิดเผยว่า เมื่อคืนนี้ ต่างเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้เรียกเข้ามาให้ปากคำกันจนถึงเวลาตีหนึ่ง ก่อนที่ช่วงเช้าจะกลับมาอีกรอบเพื่อให้ปากคำในด้านนี้อื่นเพิ่มเติมอีก ซึ่งครั้งนี้ก็มีการสอบทั้งพยานที่รู้เห็นเหตุการณ์ร่วมด้วย ซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้เร่งทำการตามรถยนต์ของตัวเองให้อยู่ ตอนนี้ก็เป็นห่วงรถมาก รวมถึงสภาพจิตใจตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยดี ยังนอนไม่หลับหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เพราะยังคงมีความกลัว เนื่องจากยังจับตัวคนร้ายไม่ได้ ซึ่งในใจก็ยังหวาดกลัวว่านายอาร์มนั้นจะย้อนกลับมาทำร้ายตนเองซ้ำอีก ซึ่งตอนนี้ก็ไม่สามารถติดต่อหรือดูช่องทางใดของนายอาร์มได้เลย เพราะหลังจากที่ก่อเหตุทางนายอาร์มน่าจะลบเฟซบุ๊กทิ้งไป ซึ่งหากนายอาร์มได้ ห็นข่าวนี้ ก็อยากจะบอกว่าให้นำรถมาคืน มามอบตัวกับเจ้าหน้าที่เพื่อรับผิดชอบกับสิ่งที่ตนเองทำไว้

“ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่นายอาร์มทำกับตัวเองนั้นใจร้ายมาก ไม่เคยคิดว่าคนที่เคยรักกัน จะมาทำร้ายกันได้ขนาดนี้ โดยนายอาร์มนั้นเริ่มเปลี่ยนไปหลังจากที่เดินทางกลับไปจังหวัดตรัง และมีผู้หญิงกลับมาด้วย ซึ่งตอนที่อยู่ที่จังหวัดอุทัยธานีกับตนนั้น นายอาร์มเป็นคนที่นิสัยดี ไม่เคยมาด่าว่าหรือทำร้ายทุบตีตัวเองแบบนี้” นายธนารีย์กล่าว
ด้าน นายเอ (นามสมมุติ) เพื่อนบ้านที่ช่วยชีวิต นายธนารีย์ หรือนายดุ่ย ไว้ ซึ่งวันนี้ได้เดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.เมืองอุทัยธานี ด้วยเช่นกัน โดยเปิดเผยถึงวันที่เกิดเหตุให้ฟังว่า วันที่เกิดเหตุนั้น ตนและภรรยาได้ยินเสียงคนมาประตูบ้าน ตนจึงได้มองดูผ่านหน้าต่าง ก็พบว่าเป็นนายดุ่ย พอเปิดออกไปก็พบว่าสภาพในดุ่ยนั้นไม่ค่อยสู้ดี ไม่มีแรง พูดไม่ออก พยายามบอกกับตนเองว่าให้ช่วยเรียกรถพยาบาลกับแจ้งตำรวจให้ที พร้อมกับพยายามล้วงจกคอตัวเอง จากนั้นตนเองก็ได้รีบโทรแจ้งโรงพยาบาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาช่วยเหลือดุ่ย จนสามารถช่วยชีวิตไว้ได้ทันดังกล่าว


