ผู้ใหญ่บ้าน ‘พ่อเอเยนต์ยา’ ยืนจดหมายขอลาออก รับคุมลูกไม่ได้ ขอโทษที่ไม่เคยรายงานฝ่ายปกครอง
เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 21 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.น้ำพอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองขอนแก่น นำหมายค้นจากศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ ค.401/2567 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2567 เข้าทำการตรวจค้นบ้านเลขที่ 149 หมู่ 13 บ้านโนนหัวช้าง ต.บัวใหญ่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้าน นายกิตติช (สงวนนามสกุล) หรือ โค้ช อายุ 32 ปี ลูกชายของผู้ใหญ่บ้านบ้านโนนหัวช้าง หมู่ 13 หลังจากสืบทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้มีพฤติกรรมจำหน่ายยาเสพติดให้กับเยาวชนในพื้นที่ โดยจากการตรวจค้นภายในห้องนอน เจ้าหน้าที่สามารถตรวจพบของกลาง ยาบ้าจำนวน 1,034 เม็ด ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นของตนเอง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการตรวจยึดทรัพย์สินอีกหลายรายการที่ผู้ต้องหาได้มาจากการจำหน่ายยาเสพติด พร้อมกับควบคุมตัวผู้ต้องหามาสอบสวนที่ สภ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดเวลา 13.30 น.ที่ผ่านมา นายกรชวาลวิชญ์ ชัยพีรวัส นายอำเภอน้ำพอง พ.ต.อ ชุมพล บัวชุม ผกก.สภ.น้ำพอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.น้ำพอง ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายกิตติธัช พร้อมของกลางรายรายการ ประกอบด้วย
- ยาบ้าจำนวน 1,034 เม็ด
- รถยนต์ ยี่ห้อ Chevrolet รุ่น Colorado สีขาว จำนวน 1 คัน มูลค่า 700,000 บาท
- รถยนต์ ยี่ห้อ Nissan รุ่น March สีเขียว มูลค่า 400,000 บาท
- รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ BMW รุ่น S1000 RR สีขาวน้ำเงิน จำนวน 1 คัน มูลค่า 1,000,000 บาท
- รถจักรยานยนต์ ยีห้อ Suzuki รุ่น GSX- R1000 สีน้ำเงิน จำนวน 1 คัน มูลค่า 800,000 บาท
- รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Honda รุ่น CB400 สีดำทอง จำนวน 1 คัน มูลค่า 300,000 บาท
- รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Yamaha รุ่น R3 สีแดง จำนวน 1 คัน มูลค่า 200,000 บาท
- รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Yamaha รุ่น R15 สีดำ จำนวน 1 คัน มูลค่า 150,000 บาท
- รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Yamaha รุ่น R15 สีขาวแดง จำนวน 1 คัน มูลค่า 150,000 บาท
- รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Yamaha รุ่น R15 สีน้ำเงิน จำนวน 1 คัน มูลค่า 150,000 บาท
- รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Honda รุ่น Sonic สีขาว จำนวน 1 คัน มูลค่า 50,000 บาท
- รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Honda รุ่น ประกอบ สีเขียว จำนวน 1 คัน มูลค่า 10,000 บาท
- สร้อยคอทองรูปพรรณ น้ำหนัก 2 บาท จำนวน 1 เส้น มูลค่า 80,000 บาท
- สร้อยข้อมือทองรูปพรรณ น้ำหนัก 1 สลึง จำนวน 1 เส้น มูลค่า 10,000 บาท
รวมทรัพย์สิน 13 รายการ มูลค่า 4,000,000 บาท

พ.ต.อ ชุมพล บัวชุม ผกก.สภ.น้ำพอง กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.น้ำพอง ได้รับแจ้งเบาะแสผู้มีพฤติการณ์ค้ายาเสพติดในพื้นที่ ต.บัวใหญ่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น จึงได้ทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่อเนื่องเรื่อยมา จนทราบว่า นายกิตติธัช เป็นผู้มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และเป็นผู้ค้ารายใหญ่ในพื้นที่อำเภอน้ำพอง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายค้นจากศาลจังหวัดขอนแก่น ซึ่งศาลจังหวัดขอนแก่นอนุมัติหมายค้น ที่ ค.401/2567 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2567 ให้ค้นสถานที่ บ้านพัก ในพื้นที่หมู่ 13 บ้านโนนหัวช้าง ต.บัวใหญ่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เพื่อพบและยึดสิ่งของที่มีไว้หรือได้มาจากการกระทำความผิดหรือยาเสพติดให้โทษ
ต่อมาวันที่ 21 มิถุนายน เวลา 06.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอน้ำพอง เข้าดำเนินการตรวจค้นที่บ้านเป้าหมาย สามารถจับกุมตัวนายกิตติธัช พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 1,034 เม็ด

จากการสอบสวน นายกิตติธัชให้การรับสารภาพว่า ตนได้ซื้อยาบ้า มาจากนายโก้ (นามสมมุติ) ชาวลาว โดยติดต่อผ่านแอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊ก โดยนายโก้จะส่งเลขที่บัญชีเพื่อให้ตนโอนเงินสดผ่านตู้ธนาคาร โดยที่เลขที่บัญชีจะไม่ซ้ำกันในแต่ละครั้ง และเมื่อโอนเสร็จนายโก้จะสั่งให้ตนลบแชตออกเป็นประจำทุกครั้ง โดยตนซื้อมาครั้งละ 1 มัด (ยาบ้า จำนวน 2,000 เม็ด) ในราคา 2,000 บาท ทำมาแล้ว 5 ครั้ง ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยตนรู้จักกับนายโก้ผ่านเพื่อนทางเฟซบุ๊ก โดยครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา นายโก้ได้ให้นำยาบ้า 1 มัดมาวางไว้ที่บริเวณเสาไฟฟ้าริมถนนบ้านคำแก่นคูณน้อย ถนนเส้นทาง อำเภอน้ำพอง-อำเภออุบลรัตน์ โดยตนจะเข้าไปรับสินค้าและจะนำมาจำหน่ายให้กับวัยรุ่นภายในหมู่บ้านในราคาเม็ดละ 50 บาท

เบื้องต้นได้แจ้ง ข้อหาจำหน่ายโดยมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อกระทำเพื่อการค้า และหรือก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย พร้อมทั้งได้ทำการตรวจยึดทรัพย์สินตามมาตรการยึดทรัพย์
ด้านนายกรชวาลวิชญ์ ชัยพีรวัส นายอำเภอน้ำพอง กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นหนึ่งในยุทธการพิทักษ์ขอนแก่น และปฏิบัติการไล่ล่าเด็ดปีก นักค้าอีสานเหนือ 252 ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ตามนโยบายของนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ซึ่งเน้นย้ำในการกวาดล้างยาเสพติดโดยไม่ละเว้นว่าผู้ที่เกี่ยวข้องจะเป็นใคร ซึ่งการจับกุมผู้ต้องหาในคดี ทราบว่าผู้ต้องหาเป็นบุตรชายของผู้ใหญ่บ้าน ขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง คาดว่าจะทราบผลภายใน 2 วันนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังเกิดเหตุทราบว่าผู้ใหญ่บ้านที่เป็นพ่อของผู้ต้องหาได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งในทางวินัยและทางอาญาจะมีผลหรือไม่ นายกรชวาลวิชญ์กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ทางอำเภอไม่สามารถที่จะให้ลาออกได้ เนื่องจากจะต้องมีการดำเนินการตามวินัย ผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นพ่อของผู้ต้องหา มีบ้านอยู่ติดกับบ้านของผู้ต้องหา ซึ่งจะมีส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่นั้นก็จะต้องสอบสวนอย่างละเอียด แต่ในฐานะที่ผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้นำชุมชน ถือว่ามีความบกพร่องต่อหน้าที่ เพิกเฉยต่อการกระทำผิดกฎหมาย ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าคนในครอบครัวทำผิดกฎหมาย จึงจะต้องดำเนินการเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง
นายกรชวาลวิชญ์กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ใหญ่บ้านในเบื้องต้นให้การว่า ตนไม่สามารถบอกกล่าวหรือควบคุมลูกชายตนเองได้ และตลอดระยะเวลาที่ลูกชายมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ก็ไม่เคยรายงานให้ฝ่ายปกครองหรือตำรวจได้รับทราบ


