กลุ่มฌาปนกิจ ชาวแสลงโทนโวย ‘ตายแล้วไม่ได้เงิน’ บุกโรงพักขอความช่วยเหลือ
เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงาน เว็บสมาชิกกองทุนฌาปนกิจอนุรักษ์วัฒนธรรมตำบลแสลงโทน ต.แสลงโทน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ กว่า 100 คน เดินทางไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ประโคนชัย อ.ประโคนชัย หลังจากสมาชิกคนล่าสุดที่เสียชีวิตลงและเป็นศพแรกที่ไม่ได้เงินตามสัญญา 26,000 บาท
นางแถว อาสาภัค อายุ 88 ปี ชาว อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ เล่าว่า ตนเป็นสมาชิกมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2559 ครอบครัวตนสมัครเป็นสมาชิกทั้งหมด 4 คน สมัครครั้งแรกต้องจ่าย 200 บาทต่อคน จากนั้นได้จ่ายค่าปลงศพให้กับสมาชิกศพละ 100 บาท โดยเฉลี่ยครอบครัวจะจ่ายเงินเข้ากองทุนประมาณเดือนละ 400- 1,200 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เสียชีวิตในแต่ละเดือน ตอนนี้ครอบครัวจ่ายเงินไปแล้วไม่น้อยกว่า 15,000 บาทต่อคน หรือทั้งครอบครัวจ่ายเงินช่วยเหลือไปแล้วกว่า 60,000 บาท
แต่มาทราบข่าวว่าคนเสียชีวิตล่าสุดไม่ได้เงินเพราะกองทุนไม่มีเงินจ่าย และอาจจะมีการลดเหลือศพละ 15,000 บาท จากปกติจ่ายศพละ 26,000 บาท ชาวบ้านจึงรวมตัวกันมาแจ้งความดังกล่าว
นางพา ทับประโคน อายุ 51 ปี เล่าว่า ตอนนี้สมาชิกเสียขวัญหมดแล้ว เบื้องต้นคาดว่ากองทุนไม่มีเงิน แต่ไม่อยากจะให้ยุบ เพราะทุกคนจ่ายเงินกันมามากแล้ว อยากจะให้มีการตั้งกองทุนขึ้นมาใหม่คือการเก็บเงินเข้ากองทุนแล้วจ่ายเงินให้กับสมาชิกที่เสียชีวิตไปแล้ว ถ้าปิดตัวลงเท่ากับชาวบ้านเสียเงินไปเปล่า
ด้านนายเตือน ช้ดทัน อายุ 70 ปี ประธานกลุ่มฌาปนกิจ ”อนุรักษ์วัฒนธรรมตำบลแสลงโทน” กล่าวว่า ตนประกอบอาชีพเจ้าของเต็นท์รถมือสองที่ ต.แสลงโทน ได้รับเชิญให้มาเป็นประธาน เพราะชาวบ้านร้องขอให้เป็น แต่ไม่รู้เรื่องการเงินว่าเข้าออกเท่าไหร่ มีเพียงฝ่ายการเงินเพียงคนเดียวที่เป็นคนจัดการทั้งหมด โดยฝ่ายการเงินจะมาแจ้งด้วยวาจาเป็นระยะ ครั้งแรกของการตั้งกองทุนฌาปนกิจมา มีสมาชิก 250 คน เก็บเงินได้ศพละ 25,000 บาท จ่ายค่าปลงศพให้ศพละ 20,000 บาท ที่เหลือเอาเงินเข้ากองทุน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายอื่นเช่นค่าพวงหรีด และค่าพนักงานเก็บเงินหมู่บ้านละ 400 บาท 5 หมู่บ้านเป็นเงินศพละ 2,000 บาทกับค่าใช้จ่ายในการเดินเก็บ

ต่อมาเงินกองทุนเหลือเยอะขึ้น จึงจ่ายเพิ่มเป็นศพละ 23,000 บาท และ 26,000 บาทตามลำดับ จนกระทั่งศพล่าสุดฝ่ายการเงินมาแจ้งว่าเงินเหลือเพียง 10,000 บาท ไม่พอจ่าย 26,000 บาท ตนจึงไปเจรจากับเจ้าภาพงานศพขอจ่าย 10,000 บาทก่อนแล้วไปเก็บมาจ่ายเพิ่มอีก
สุดท้ายฝ่ายการเงินมาแจ้งว่า ”ไม่ไหวแล้ว” เพราะเงินหมดหน้าตัก ทำให้ศพล่าสุดไม่มีเงินจ่ายให้ ก่อนชาวบ้านจะเดินทางไปร้องทุกข์กับตำรวจและอำเภอดังกล่าว โดยตำรวจได้นัดหมายให้ฝ่ายการเงินไปชี้แจงอีกครั้งในอาทิตย์หน้า ส่วนตนยอมรับไม่รู้เรื่องเรื่องการเงินจริงๆ สำหรับกองทุนฌาปนกิจศพในจังหวัดบุรีรัมย์ ก่อตั้งขึ้นมาเป็นจำนวนมากมีกองทุนล้มแทบทุกปีใน 23 อำเภอ มูลค่าความเสียหายกองทุนละหลักแสนไปจนถึงหลัก 40 ล้านบาทต่อกองทุน รวมแล้วมูลค่าความเสียหายเกินกว่า 100 ล้านบาทในช่วงที่ผ่านมา

