หน้าแรก ภูมิภาค จับ 2 พี่น้อง...

จับ 2 พี่น้องวัยรุ่นสร้างตัว ปลอมเฟซบุ๊กนักธุรกิจ หลอกขอบริจาคซื้อถังออกซิเจน รพ.ชนบท

24.06.24 | 13:24 น.

จับ 2 พี่น้องวัยรุ่นสร้างตัว ปลอมเฟซบุ๊กนักธุรกิจ หลอกขอบริจาคซื้อถังออกซิเจน รพ.ชนบท

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 มิถุนายน 2567 ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี พ.ต.อ.ฉกาจน์ เทียมวงศ์ รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.พันธุ์เพ็ชร เหล่ากำเนิดเพชร ผกก.กก.สส.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.อรรคพล วงษ์ฤทธิวัลย์ รอง ผกก.กก.สส.ภ.จ.อุดรธานี ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม 2 พี่น้อง ประกอบด้วย นายวีรพงศ์ ยศศักดิ์ศรี หรือบาส อายุ 19 ปี และนายพีรพัฒน์ ยศศักดิ์ศรี หรือพี อายุ 22 ปี ชาว ต.หนองปรือ อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ 191-192 /2567 ลงวันที่ 21 มิถุนายน 2567

โดยกล่าวหา “ ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลหนึ่งบุคคลใด” โดยจับกุมที่บ้านพักใน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

พ.ต.อ.ฉกาจน์ เทียมวงศ์ รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2567 มีเจ้หงส์ นามสมมติ นักธุรกิจและเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงในอุดรธานี ได้แจ้งความต่อ พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ว่า ถูกคนร้ายปลอมเฟซบุ๊กใช้ชื่อและรูปภาพผู้เสียหาย ไปหลอกขอรับเงินบริจาคจากกลุ่มเพื่อนและผู้ติดตามในเฟซบุ๊กโดยแอบอ้างว่า เป็นการสมทบทุนซื้อถังออกซิเจนให้กับโรงพยาบาลในชนบท กองบุญหรือถังละ 8,999 บาท หรือบริจาคตามกำลังศรัทธา ซึ่งมีเพื่อนและผู้ที่ติดตามเฟซบุ๊ก หลงเชื่อโอนเงินไปทำบุญจำนวนมาก จึงทำให้ได้รับความเสียหายและมีผู้เสียหายหลายรายที่หลงเชื่อโอนเงินบริจาคมาแจ้งความดำเนินคดี

Advertisement

พ.ต.ท.อรรคพล วงษ์ฤทธิวัลย์ รอง ผกก.กก.สส.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้ง จึงได้สืบสวนจากเจ้าของบัญชีมันนี่วอลเล็ท ที่ผู้เสียหายโอนเงินไป จนทราบว่านายพี และนายบาส สองพี่น้องเป็นผู้ปลอมเฟซบุ๊กนักธุรกิจชาวอุดรธานี เพื่อหลอกคนในเฟซบุ๊กให้โอนเงินบริจาคทำบุญ จึงรวบรวมหลักฐาน ขออนุมัติศาลจังหวัดอุดรธานีออกหมายจับ และเข้าจับกุมนายพีและนายบาส ได้ที่บ้านพักใน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุปลอมเฟซบุ๊กหลอกให้โอนเงินจริง โดยจะเลือกปลอมเฟซบุ๊กของผู้ที่มีชื่อเสียง มีคนติดตามมาก เป็นบุคคลสาธารณะที่มีคนติดตามมาก และหน่วยงานราช เชิญชวนให้บริจาค เพราะคนไทยเป็นคนใจบุญ ชอบทำบุญ โดยเลือกเฟซบุ๊กได้กว่า 400 รายชื่อทั่วประเทศ

โดยจะหลอกยืมบัญชีจากเพื่อน ญาติ มาให้เหยื่อที่หลงเชื่อโอนเงินเข้า แล้วโทรแจ้งให้เจ้าของบัญชีโอนเงินให้ เงินที่ได้จะเอาไปใช้จ่ายและซื้อยาเสพติดมาเสพ ซึ่งทั้งสองร่วมกันก่อเหตุในลักษณะนี้ตั้งแต่ปี 2564 โดยนายพีและนายบาส เคยถูกจับกุมข้อหายาเสพติด นายพีได้ประกันตัวแล้วหลบหนี ส่วนนายบาสอยู่ในสถานพินิจ พ้นโทษออกมาก็มาก่อเหตุปลอมเฟซบุ๊กอีก ซึ่งมีผู้เสียหายทั่วประเทศ ส่วนความเสียหายยังประเมินไม่ได้ เพราะผู้เสียหายบางคนยังไม่รู้ว่าโดนปลอมเฟซบุ๊ก ส่วนผู้โอนเงินทำบุญก็ยังไม่รู้ตัวว่าโดนหลอก

“จึงได้ส่งแผนประทุษกรรมดังกล่าว ไปให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือตำรวจไซเบอร์ ขยายผลช่วยตรวจสอบว่า ผู้ต้องหาได้ปลอมเฟซบุ๊กของใครบ้างจาก 400 กว่ารายชื่อที่ตรวจพบ และตรวจสอบหาผู้เสียหายที่โดนหลอกโอนเงิน อยู่ในพื้นที่ใดมาบ้างที่มาแจ้งความ เพื่อจะได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา”

น.ส.จ๊ะโอ๋ อายุ 47 ปี ตัวแทนผู้เสียหาย จ.อุดรธานี นำหลักฐานการแชตสนทนากับผู้ต้องหา ที่ปลอมเฟซบุ๊กผู้อื่นมาชักชวนให้ทำบุญ และยืมเงิน โดย น.ส.จ๊ะโอ๋เล่าว่า เมื่อเห็นเฟซบุ๊กของนักธุรกิจชื่อดังในเมืองอุดรธานี ชักชวนให้ร่วมบริจาคสมทบทุนซื้อถังออกซิเจนให้โรงพยาบาลในชนบท โดยตั้งกองทุน 8,999 บาท ตนก็รีบโอนเงินทำบุญ 1,000 บาท แต่คนร้ายที่ปลอมเฟซก็ยังได้ขอยืมเงินตนให้โอนไปทำบุญให้ก่อน 5,000 บาท แล้วจะโอนคืนให้ภายหลัง ตนหลงเชื่อก็รีบโอนให้ทันที โดยไม่ได้สงสัยอะไร เพราะเห็นว่าเป็นคนที่รู้จักกัน มีชื่อเสียง มีหน้าตาในสังคม ต่อมาตำรวจแจ้งว่ามีคนร้ายปลอมเฟซบุ๊กนักธุรกิจ และตนโอนเงินให้คนร้าย ตนจึงรีบสอบถามไปถามเรื่องราว จึงรู้ว่าโดนหลอกและมาแจ้งความ

ส่วนนายโอ๊ต อายุ 17 ปี ผู้ที่โดนนายบาสหลอกขอยืมบัญชีไปหลอกเหยื่อ เล่าว่า ตนเป็นเพื่อนสมัยเรียนชั้นประถมศึกษากับนายบาสสมัยอยู่ อ.หนองปรือ และรู้จักกับนายพี พี่ชายนายบาสด้วย หลังจบ ม.3 ตนก็ออกมาทำไร่ข้าวโพดช่วยแม่ ต่อมานายบาสมาขอยืมบัญชีตนไป โดยตนไม่รู้ว่านายบาสเอาไปทำไม และตนก็รู้ว่านายบาสติดยาเสพติด (เฮโรอีน) ไม่มีงานทำ แต่มีภรรยาและลูก 2 คน ต่อมามีเงินโอนเข้าบัญชีตน 2 ครั้ง 3,000 บาท และ 5,000 บาท ไม่รู้ว่ามาจากไหน ไม่นานนายบาสก็ได้โทรบอกให้ตนโอนเงินไปให้ ซึ่งตนไม่เคยได้รับเงินส่วนแบ่งจากนายบาสหรือนายพีเลย กระทั่งมีตำรวจมาสอบถามตนถึงบ้าน จึงได้บอกตำรวจไปตามความเป็นจริง หากรู้ว่านายบาสมายืมบัญชีตนไปทำไม่ดี ตนก็คงไม่ให้ เพราะทำให้ตนและครอบครัวเดือดร้อน

พ.ต.อ.ฉกาจน์ เทียมวงศ์ รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยอีกว่า สิ่งที่ผู้ต้องหาเลือกปลอมเฟซบุ๊ก ซึ่งไม่รู้ว่าเฟซบุ๊กของผู้เสียหายเป็นใคร เป็นคนมีหน้าตาในสังคมหรือไม่ อันดับแรกจะเลือกเฟซบุ๊กที่มียอดคนติดตามจำนวนมาก อันดับสองเลือกเฟซบุ๊กที่เปิดสาธารณะ ซึ่งคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เฉพาะอุดรธานีมี 6 พันกว่าคดี แยกออกจากคดีทำร้ายร่างกาย ลักทรัพย์ จะมีผู้มาแจ้งความคดีออนไลน์วันละ 10 ราย แต่ละรายค่าความเสียหายหลักแสนขึ้น เมื่อก่อนผู้เสียหายจะเป็นตาสีตาสาอยู่ห่างไกลไม่มีอินเตอร์เน็ต ไม่รู้เล่ห์เหลี่ยมกลโกง ปัจจุบันวิธีการเปลี่ยนเป็นข้าราชการระดับสูง ผู้มีชื่อเสียง นักธุรกิจ คนมีเงิน วิธีการหลอกให้ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือ รพ.คือการทำบุญ คนไทยชอบทำบุญ โอนไปทำบุญให้คนพิการ สัตว์บาดเจ็บ คนร้ายจึงอาศัยวิธีการนี้