ส.ส.ภูเก็ต หารือ ประเด็นจีนเทาเปิดธุรกิจโชว์เปลือยใกล้ชุมชนมุสลิม ในพื้นที่ตำบลวิชิต
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต 2 พรรคก้าวไกล กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อคืน หลังจากการลงพื้นที่ตรวจสอบร้านคาบาเร่ต์แห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งมีโพสต์ข้อความกลุ่มจีนเทาเปิดร้านโชว์เปลือยแถวบ่อแร่ ใกล้ชุมชนพี่น้องมุสลิม ไม่กลัวบาปกันเลย โดยเพจ Spotlight Thailand
ในช่วงบ่ายวันนี้ 24 มิถุนายน ตนและทีมงาน พร้อมด้วย ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาจังหวัดภูเก็ต ประชุม กับ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรวิชิต, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร, ตำรวจสันติบาล, กำนันตำบลวิชิต, ผู้ใหญ่บ้าน เข้าร่วมฯ ณ ห้องประชุม ชั้น 3 สถานีตำรวจภูธรวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
พ.ต.อ.ชาตรี ชูแก้ว ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรวิชิต กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับทราบแล้ว และจากการตรวจสอบ พบว่า สถานประกอบการดังกล่าว มีการเปิดประกอบการอยู่ระหว่างการขอประกอบการ ดังนั้น หากยังไม่มีการได้ใบอนุญาตทาง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย มีส่วนประเด็นเรื่องของความเหมาะสมในการทำธุรกิจจำเป็นต้องมีการหารือกับตัวแทนของชุมชน เพื่อกำหนดแนวทาง และทางออก ของเรื่องนี้ต่อไป
ด้าน นายสมุทร เสี้ยมสอน ผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ต.วิชิต กล่าวว่า หากจะมีการเปิดธุรกิจจำเป็นต้องมีการควบคุมแนวเรื่องของเสียง และในส่วนของลูกค้าจำเป็นต้องดูเรื่องของความเหมาะสม ของสถานที่ด้วย หากจะเปิดให้ประกอบการจำเป็นต้องดูในเรื่องข้อกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่ นายไชยยศ สังขรณ์ กำนันตำบลวิชิต กล่าวว่า ในส่วนของการเปิดธุรกิจ ตนได้มีการทักท้วงในเรื่องของอาคารซึ่งทราบว่าขณะนี้ยังไม่ได้ดำเนินการอย่างถูกต้อง จึงได้มีการให้คำปรึกษา และแจ้งว่าให้เข้าไปดำเนินการกับฝ่ายกองช่างของทางเทศบาล พร้อมสอบถามประเด็นทางเข้า-ออกหนีไฟ
นายเฉลิมพงศ์ กล่าวว่า ในเรื่องของการเปิดสถานประกอบการดังกล่าว มองว่ามีการโชว์วาบหวิว หากมีการเปิดสถานประกอบการ จำเป็นต้องดำเนินการเรื่องของใบอนุญาตให้ถูกต้อง และกำหนดระบบทางเดินหนีไฟอย่างชัดเจน อีกประการในพื้นที่ชุมชนดังกล่าวเป็นชุมชนมุสลิม
หลังจากการรับฟังหลายๆ ท่านในที่ประชุม ทางผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรวิชิต ได้สอบถามความเห็นของกรรมการหมู่บ้านเรื่องของใบอนุญาต ซึ่งทางตัวแทนผู้เข้าประชุม กล่าวว่า “การโชว์ในลักษณะนี้ ความเหมาะสม หากจะเปิดประกอบการ อาจต้องทำประชาคม รับฟังความคิดเห็นของหมู่บ้าน”
โดย ผลการประชุมได้มติ ดังนี้
1. ขอความร่วมมือให้หยุดประกอบการจนกว่าจะมีการได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง
2. หากมีการขอใบอนุญาตประกอบการ จะต้องทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็น
ทั้งนี้ จากการประชุมจะมีการทำบันทึกการประชุม นำส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและอำเภอเมือง เพื่อประกอบการพิจารณา สำหรับการขอใบอนุญาตต่อไป








