พิตบูลหลุดจากบ้าน ขย้ำแขนยายวัย 72 เจ้าของอ้างตะกร้อครอบปากแล้ว เผยเคยกัดคนมาแล้ว 4 ครั้ง
จากกรณีที่เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา เกิดเหตุสุนัขพิตบูลเพศเมีย อายุ 2 ปี ชื่อดาวเรือง หลุดออกจากบ้าน ก่อนจะจู่โจมกัดหญิงชราวัย 72 ปี ที่กำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับจากตลาดจนล้มลง แล้วเข้ากัดแขนขวาจนได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นแผลเหวอะถึงกระดูก ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์รีบเข้าช่วยเหลือจนสุนัขพิตบูลวิ่งหนีกลับเข้าบ้าน จากนั้นกู้ภัยได้เข้าปฐมพยาบาลนำตัวส่งโรงพยาบาลนครนายก ด้านเจ้าของสุนัขอ้างสุนัขใส่ตะกร้อครอบปากปฏิเสธว่าสุนัขไม่ได้กัดหญิงวัย 72 ปี จนกระทั่งญาติหญิงวัย 72 ปี เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองนครนายกนั้น
เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง ซอยสุวรรณศร 2 ตำบลนครนายก อำเภอเมืองนครนายก ซึ่งเป็นบ้านของนางนิตยา ลูกสาวผู้บาดเจ็บชื่อนางบุญยิ่ง อายุ 72 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกสุนัขพิตบูลกัดที่แขน
นางนิตยาได้พาผู้สื่อข่าวเดินไปดูจุดเกิดเหตุ โดยเริ่มจากบ้านของเจ้าของหมาพิตบูล ที่สังเกตว่ามีด้านหนึ่งไม่มีรั้วปิดแต่เป็นช่องว่างทะลุออกมาบนถนนในซอยได้ ซึ่งขณะเกิดเหตุนางบุญยืนแม่ของตนได้ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาในซอยเพื่อจะเข้าบ้านที่อยู่ในซอย นางบุญยืนได้ขี่รถเข้ามาในซอยประมาณ 20-30 เมตร ได้ถูกสุนัขกระโจนใส่กัดแขนซ้ายจนรถล้ม ทำให้ตัวนางบุญยืนล้มหงายท้อง จากนั้นพิตบูลได้เปลี่ยนมากัดที่แขนข้างขวาตั้งแต่แขนท่อนบน จนถึงบริเวณข้อศอก ซึ่งยังมีรอยเลือดอยู่บนถนน ขณะที่บ้านของเจ้าของหมาตอนนี้ไม่พบหมาพิตบูลตัวที่ก่อเหตุอยู่ในบ้านพบเพียงหมาสีดำขนยาวเพียง 1 ตัวที่เดินอยู่บริเวณบ้าน

นางนิตยา กล่าวว่า อาการของนางบุญยิ่ง หลังจากที่แพทย์ได้เข้าดูอาการอีกครั้งตอน 08.00 น. แพทย์ได้บอกว่าโอกาสที่แผลจะติดเชื้อค่อนข้างสูง เนื่องจากบาดแผลที่ถูกกัดเกิดการฉีกขาดเยอะมาก อีกทั้งกระดูกบริเวณที่ถูกกัดแตกละเอียด อาจจะไม่ได้กลับมาเป็นเหมือนเดิม ซึ่งบาดแผลที่ติดเชื้อมีโอกาสสูงที่อาจต้องตัดแขน ซึ่งตอนนี้บาดแผลเละมากไม่สามารถที่จะเย็บหรือศัลยกรรมตกแต่งแผลได้ ทำได้เพียงล้างแผลควบคุมการติดเชื้อของบาดแผลให้ได้มากที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อ จากนั้นจึงจะเป็นขั้นตอนรักษาแผล เย็บเส้นประสาทบางส่วนที่ตายไปแล้ว ซึ่งแม่ของตนก็มีโอกาสที่จะไม่ได้แขนกลับมาสมบูรณ์เหมือนเดิม โดยตอนเกิดเหตุสุนัขตัวใหญ่ ได้กัดและลากแม่ตนไปมาทำให้หัวปูดและเข้าวันนี้มีอาการเจ็บที่ศีรษะมาก อีกทั้งตามตัวพบร่องรอยช้ำตามจุดต่างๆทั่วร่างกาย แต่ตอนนี้ทางตนโฟกัสที่แขนของแม่
นางนิตยา กล่าวว่า ในส่วนความสัมพันธ์ระหว่างบ้านตนกับบ้านเจ้าของหมานั้น เป็นลูกพี่ลูกน้องกันตนกับเจ้าของหมาส่วนตัวไม่มีปัญหากัน แต่เจ้าของหมากับคนอื่นนั้นจะมีปัญหาอะไรกันตนไม่รู้ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุทางเจ้าของสุนัขยังไม่มีท่าทีหรือติดต่อเข้ามาพูดคุยอะไรกับตน ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ตนกับเจ้าของสุนัขแม่ตนรักเจ้าของสุนัขมาก ตนรู้สึกว่าเจ้าของสุนัขควรที่จะเข้าไปกราบขอโทษกับแม่ตน แสดงความรู้สึกนึก เนื่องจากแม่ตนได้รับบาดเจ็บมากขนาดนี้
นางนิตยา กล่าวว่า ที่ผ่านมาพวกตนหวาดระแวงหมาพิตบูลตัวนี้มาตลอด เมื่อต้นปีหมาพิตบูลตัวนี้ได้กัดพี่สะใภ้ของเจ้าของสุนัขไป 1 ครั้ง คนที่ใช้เส้นทางบนถนน 1 ครั้งชื่อตาดำ อีก 2 คนแต่กัดแต่ไม่เข้า แต่ได้มีไปลงบันทึกประจำวัน และครั้งนี้ก็เป็นแม่ของตน รวมแล้ว 5 คน โดยลักษณะการเลี้ยงสุนัขตัวนี้ที่เจ้าของเลี้ยงก็จะมีล่ามแต่บางครั้งก็หลุดออกมาได้ และวันที่เกิดเหตุกับแม่ตนเค้าไม่ได้ล่ามเอาไว้ บางครั้งถ้าปล่อยก็จะใส่ที่ครอบปากครอบเอาไว้ก็จะให้เดินอิสระ แต่ด้วยสุนัขตัวใหญ่ก็มีโอกาสที่ตะกร้อครอบปากที่ครอบเอาไว้หลุดออกได้ แต่เคสของตาดำนั้นสุนัขตัวนี้ได้หลุดจากโซ่พุ่งกัดบนถนนเลย

นายอ้อน อายุ 72 ปี น้องเขยผู้บาดเจ็บ ที่มาพบคนแรกและเข้าช่วยเหลือ บอกว่า ตอนเกิดเหตุตนได้นั่งดูทีวีอยู่ในบ้าน จู่ๆได้ยินเสียงร้องดังขึ้นมาว่า โอ๊ย โอ๊ย ช่วยด้วย จากนั้นได้ออกไปดูก็พบสุนัข 2 ตัว เป็นหมาพิตบูล และ สุนัขตัวสีดำ กำลังกัดแขนของนางบุญยิ่งอยู่ ในลักษณะที่ช่วยกันกัดนางบุญยิ่งเหวี่ยงไปมา ตอนนั้นพิตบูลจะปรี่มาหา ตนจึงได้ถอดเสื้อฟาดสุนัขจึงไม่เข้าหาตนและหนีออกจากนางบุญยิ่ง ซึ่งตนยืนยันว่าสุนัขทั้งสองตนไม่ได้กัดกันเองแต่กำลังรุมกัดนางบุญยิ่งอยู่ และตนยืนวันว่าที่มีคนบอกว่าสุนัขทั้งสองตัวกัดกันเองก่อนที่นางบุญยิ่งขี่รถมานั้นไม่เป็นความจริง ขณะที่หลังจากเกิดเหตุกู้ภัยได้ถามเจ้าของสุนัขได้ล่ามไว้ไหม เจ้าของได้บอกว่าล่ามไว้ แต่ถ้าล่ามจริงสุนัขจะออกมากัดชาวบ้านได้อย่างนี้หรอ
เมื่อถามว่าเจ้าของสุนัขทั้งสองตัวนี้เลี้ยงสุนัขยังไง นายอ้อนบอกว่า เจ้าของเลี้ยงอย่างอดๆอยากๆ เลี้ยงปล่อยอิสระ น้อยครั้งที่จะล่าม ที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุการณ์สุนัขออกมากัดชาวบ้านหลายครั้งแล้วไม่ต่ำกว่า 3-4 ครั้ง แต่เจ้าของก็ยังเลี้ยงปล่อยอยู่แบบนี้
ด้านเจ้าของสุนัขปฏิเสธการให้สัมภาษณ์บอกแต่ว่าจะช่วยเยียวยาผู้บาดเจ็บก่อนจะขอตัวไปหาเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลนครนายก


