ผู้ประกอบการจำหน่ายอาหารทะเลจ่อขึ้นราคา หลังราคาน้ำมันดีเซลไม่มีทีท่าจะลง
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ราคาน้ำมันมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะ น้ำมันดีเซล ที่มีราคาอยู่ที่ลิตรละประมาณ 32.94 สตางค์ ส่งผลกระทบต่อไปยังผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้า รวมถึงผู้ประกอบการขนส่งต่างๆ เนื่องจากรถที่ใช้ขนส่งสินค้าส่วนใหญ่เป็นรถที่ใช้น้ำมันดีเซล ทั้งรถบรรทุกและรถกระบะ
อย่างไรก็ตาม แม้ราคาน้ำมันดีเซลจะมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น แต่บรรดาผู้ประกอบการขายสินค้า รวมถึงผู้ประกอบการขนส่งไม่สามารถปรับราคาเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดีเซลได้ จำเป็นต้องทนแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
น.ส.ณหทัย เจ้าของร้านจำหน่ายอาหารทะเล กล่าวว่า ผลพวงจากราคาน้ำมันดีเซลที่มีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องแบบลูกโซ่ ตั้งแต่แหล่งวัตถุดิบไปถึงผู้บริโภค ตนจำหน่ายอาหารทะเลก็ต้องรับมาจากชาวประมง ชาวประมงก็ต้องใช้น้ำมันในการออกไปหาอาหารทะเล หลังขึ้นจากทะเลแล้วก็มาที่บริษัทขนส่ง ซึ่งน้ำมันดีเซลก็เป็นปัจจัยสำคัญเอาไว้เติมรถที่ใช้ขนส่ง จนมาถึงตน ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายสินค้าก็ต้องมีต้นทุนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้ประชาชนที่ซื้อสินค้าได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าที่ต้องปรับตามราคาค่าขนส่ง
น.ส.ณหทัยกล่าวว่า สำหรับตรยังถือว่าโชคดีที่บริษัทขนส่งเป็นขาประจำ ทำให้ค่าขนส่งถูกกว่าปกติ เช่น อาหารทะเลบรรจุกล่อง 10 กิโลกรัม บริษัทคิดค่าขนส่งกล่องละ 120 บาท แต่ถ้าเป็นลูกค้าทั่วไปกล่องละ 150 บาท อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าร้านของตนจะมีราคาค่าขนส่งถูกกว่าร้านอื่นๆ แต่ในอนาคตถ้าราคาน้ำมันดีเซลยังมีแนวโน้มจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นก็คงจะหลีกหนีไม่พ้นจะต้องปรับราคาสินค้าตามราคาค่าขนส่งตามไปด้วย

