หน้าแรก ภูมิภาค ขนกากแคดเมียม...

ขนกากแคดเมียม จากสมุทรสาครกลับตากต่อเนื่อง อาทิตย์นี้ลอตสุดท้าย 25 ตัน

28.06.24 | 16:52 น.

ขนย้ายกากแคดเมียมขบวนสุดท้าย แต่ยังไม่ท้ายสุดเหลือรอบเก็บตก 1 คัน 25 ตัน

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 28 มิถุนายน นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร มอบหมายให้นายพุทธิกรณ์ วิชัยดิษฐ อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง บก.ปทส. ตรวจสอบการขนย้ายกากแคดเมียม จำนวน 8 คันรถ น้ำหนักรวม 180 ตัน ที่บริษัทเจ แอนด์ บี เมททอล จำกัด ต.บางน้ำจืด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่งนับเป็นขบวนสุดท้ายที่จะนำกากแคดเมียมจาก จ.สมุทรสาคร ที่ตรวจพบกว่า 8,000 ตัน กลับไปยัง จ.ตาก

ทั้งนี้ การขนย้ายกากแคดเมียมในวันนี้ยังไม่ถือเป็นที่สิ้นสุด เพราะยังมีกากแคดเมียมตกค้างอยู่อีก 17 ถุงบิ๊กแบ๊ก หรือประมาณ 25 ตัน เนื่องจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของผู้รับเหมา ดังนั้น จึงจะต้องทำการเก็บตกขนย้ายในส่วนที่เหลือกันอีกครั้งในวันอาทิตย์นี้ ขณะที่การขนย้ายกากแคดเมียมขบวนสุดท้ายนี้มีนายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ.สมุทรสาคร, นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม ส.ส.สมุทรสาคร เขต 1 พรรคก้าวไกล กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน มาร่วมสังเกตการณ์ด้วย

อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาครเปิดเผยว่า การขนย้ายกากแคดเมียมจาก จ.สมุทรสาคร กลับไปฝังกลบที่ จ.ตาก สรุปว่าสมุทรสาครมีการตรวจพบปริมาณกากแคดเมียมรวมทั้งสิ้น 8,407 ตัน โดยพบที่บริษัทเจ แอนด์ บี เมททอล จำกัด ต.บางน้ำจืด อ.เมือง 2 จุด (โรง 1 กับ โรง 2) รวม 6,868 ตัน, บริษัท ซิน หงส์ เฉิง อินเตอร์เทค (2008) ต.บางน้ำจืด อ.เมือง จำนวน 1,005 ตัน และโกดังไม่มีชื่อ ต.คลองมะเดื่อ อ.กระทุ่มแบน จำนวน 534 ตัน โดยเริ่มมีการขนย้ายออกนับตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน-27 มิถุนายน 2567 ดำเนินการขนย้ายไปแล้ว 8,202 ตัน คงเหลืออีก 205 ตัน

Advertisement

อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาครกล่าวอีกว่า ตามกำหนดจะต้องขนย้ายออกให้เสร็จสิ้นภายในวันนี้ (28 มิถุนายน) แต่ก็มาเกิดปัญหาจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนของผู้รับเหมาขนย้ายกากแคดเมียม ทำให้คงเหลือกากแคดเมียมตกค้างอีกราว 25 ตัน ซึ่งจะขนย้ายในวันอาทิตย์นี้ โดยทุกครั้งที่มีการขนย้ายกากแคดเมียมจาก จ.สมุทรสาคร ไปยัง จ.ตาก ไม่ว่าเป็นแบบขบวนรถ หรือแม้แต่รถคันเดียว ก็จะต้องมีตำรวจนำและควบคุมไปตลอดเส้นทางจนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทางที่ จ.ตาก

นายพุทธิกรณ์กล่าวด้วยว่า ตามคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครว่า “ห้ามมิให้บุคคลใดๆ เข้าไปอยู่อาศัยหรือดำเนินกิจการใดในพื้นที่ในพื้นที่ใกล้จะเกิดสาธารณภัย” หรือที่เรียกง่ายๆ ว่าคำสั่ง “ระงับใช้พื้นที่ หรือบริเวณที่มีการตรวจพบกากแคดเมียม” นั้น จะมีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 8 กรกฎาคมนี้ ทั้งนี้ หลังจากการขนย้ายกากแคดเมียมเสร็จสิ้นลงแล้ว ผู้ว่าฯได้สั่งการให้ทุกแห่งเก็บกวาดทำความสะอาดให้เรียบร้อย แล้วสั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด นายอำเภอ เข้าไปตรวจดูว่าการขนย้ายแคดเมียมหมดแล้วจริงหรือไม่ ตรวจสอบว่ายังมีสารแคดเมียมปนเปื้อนอยู่ในอากาศ ในน้ำ หรือพื้นดินหรือไม่ ตรวจประเมินว่ายังผลอันตรายส่งต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนอยู่หรือไม่ และตรวจสุขภาพพี่น้องประชาชนอีกรอบเพื่อยืนยันความปลอดภัย

“หากผลที่ออกมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ภายใต้กฎหมายและข้อบังคับที่วางไว้ ผู้ว่าฯก็จะได้ออกหนังสือยกเลิกคำสั่งเรื่องระงับการใช้พื้นที่ส่วนดังกล่าว เพื่อส่งคืนพื้นที่ให้บริษัทดำเนินกิจการตามปกติต่อไป แต่ถ้าหากตรวจสอบแล้วพบว่าบริษัทยังดำเนินการไม่เรียบร้อยตามคำสั่ง หรือไม่เป็นไปตามกฎหมายระเบียบข้อบังคับ ผู้ว่าฯ ผู้มีอำนาจในการออกคำสั่งระงับการใช้พื้นที่ก็จะออกคำสั่งบังคับเรื่องการระงับใช้พื้นที่ต่อไปอีก จนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย” นายพุทธิกรณ์กล่าว