วันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่หอประชุมเปรม 100 ปี มหาวชิราวุธ โรงเรียนมหาวชิราวุธ จ.สงขลา พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธานงานปัจฉิมนิเทศ ลูกน้ำเงิน-ขาว อำลาสถาบันและให้โอวาทแก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 ซึ่งทุกปีการศึกษา เมื่อเสร็จสิ้นการเรียนในภาคเรียนสุดท้าย ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา และมอบโล่เชิดชูเกียรติแก่นักเรียนดีศรีมหาวชิราวุธ 21 คน รับมอบเงินเพื่อสมทบ มูลนิธิพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ โรงเรียนมหาวชิราวุธ จ.สงขลา
พล.อ.เปรมกล่าวว่า นักเรียนทั้งหมดจะกลายเป็นนักเรียนศิษย์เก่าตนเองก็เช่นกัน เฉพาะเราก็เป็นพี่เป็นน้องเป็นลูกเป็นหลานกัน ถ้าเราคิดได้แบบนี้เราจะคิดถึงโรงเรียน คิดถึงครูบาอาจารย์ที่ได้ให้ความเมตตาสั่งสอนเรามาจนจบการศึกษา บางคนจบแล้วได้สมัครสอบสถาบันในระดับอุดมศึกษา ซึ่งบางคนก็มีที่เรียนแล้ว บางคนรอฟังผลและบางคนยังไม่มีที่เรียน การเรียนที่สูงขึ้นมีความสำคัญเพราะฉะนั้นคนที่ยังไม่มีที่เรียนก็อย่าท้อถอย เพราะความรู้ไม่ได้อยู่ที่ปริญญาอย่างเดียว จะแสวงหาความรู้โดยไม่ต้องเข้ามหาวิทยาลัยก็ได้
“หนังสือที่เกี่ยวกับพระศาสนาที่ทุกคนนับถือ มีส่วนดีที่จะทำให้เราเป็นคนดีได้ และขอให้ทุกคนรักษาความเป็นมหาวชิราวุธให้ติดตัวเราไปจนวันตาย ต้องนึกว่าโรงเรียนนี้ ผม ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และศิษย์เก่า ได้รักษาชื่อเสียงโรงเรียนมาโดยตลอด การจะรักษาชื่อเสียงและเกียรติยศของโรงเรียนมหาวชิราวุธ ง่ายที่สุดคือการเป็นคนดีของโรงเรียนและคนดีในสังคม ตามที่นักเรียนได้ปฏิญาณตนไว้” พล.อ.เปรมกล่าว

รายงานข่าวว่า พล.อ.เปรมได้พบคณะผู้บริหาร และคณะครูอาจารย์โรงเรียนมหาวชิราวุธ เพื่อพูดคุยการปฏิบัติหน้าความเป็นครู ในฐานะที่ตนเป็นศิษย์เก่า แต่ไม่ใช่การตำหนิครู การเป็นครูมี 2 อย่างคือ อาชีพครู และครูอาชีพ ซึ่งเชื่อว่าครูส่วนมากจะเป็นครูอาชีพ ที่มีจรรยาบรรณความเป็นครู รักศิษย์ สนใจศิษย์ทั้งในเวลาและนอกเวลาเรียน เป็นครูทั้งชีวิตและวิญญาณ
“อาชีพครูคือสอนเสร็จกลับบ้านไม่ต้องสนใจนักเรียน ไม่มีความเมตตาและห่วงใยศิษย์และสถาบัน แต่คงเป็นส่วนน้อยสำหรับที่โรงเรียนมหาวชิราวุธ และนอกจากนี้ขอให้ครูทุกคนให้คะแนนตนเองกับครูอาชีพ เพื่อพัฒนาตนเองเป็นครูมืออาชีพต่อไป” พล.อ.เปรม กล่าว

