สถานบันเทิงหาดป่าตอง หวังรัฐผ่อนปรนปิดตี 4 หลังกฎปิดเร็วทำสูญเสียรายได้

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 นายวีรวิชญ์ เครือสมบัติ ประธานชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตอง กล่าวว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้กำหนดเวลาเปิด-ปิดสถานบันเทิง โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการสถานบันเทิงตามมาตรา 3 (4) ในเขตปริมณฑลปิดบริการในเวลา 01.00 น. โดยมีผลบังคับเป็นกฎกระทรวงเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2547นั้น ทำให้ผู้ประกอบการสถานบันเทิงในตำบลป่าตอง ได้รับความเดือดร้อนจากการจำกัดเวลาในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่ออกมาใช้บริการสถานบริการและสถานบันเทิงค่อนข้างดึก ทำให้มีระยะเวลาประกอบการค่อนข้างน้อย เพียง 1-2 ชั่วโมง จึงขอให้มีการขยายเวลาเปิดปิดสถานบันเทิงจากเวลา 01.00 น.เป็นเวลา 04.00 น.

นายวีรวิชญ์กล่าวว่า ในพื้นที่เมืองป่าตองมีสถานบริการที่ลงทะเบียนไว้กับชมรมประมาณ 200 กว่าแห่ง จากทั้งหมดในพื้นที่ป่าตองประมาณ 300 แห่ง โดยส่วนใหญ่อยู่ในซอยบางลาและใกล้เคียงถึง 200 กว่าแห่ง ใน 200 กว่าแห่งมีพนักงานรวมหลายพันคน พนักงานเหล่านี้ได้รับผลกระทบ เนื่องจากเมื่อปิดเร็วก็ได้เงินทิปจากนทท.น้อยลงด้วย และเมื่อได้ทิปน้อยลงก็ทำให้ครอบครัวของพนักงานเหล่านี้ก็ได้รับผลกระทบด้วย ซึ่งไม่รวมถึงอาชีพอื่นๆ ทั้งนี้การปิดตามกม.ในเวลา 24.00 น.และ 01.00น. นั้นทำให้นทท.มีเวลา แค่ 1 ชม.เนื่องจากเวลาที่นทท.เดินทางมาซอยบางลาเยอะที่สุดจะอยู่ในช่วง 5 ทุ่มถึง เที่ยงคืน

ด้านนายปรีชาวุฒิ กี่สิ้น ตัวแทนผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตอง กล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้ประกอบการหาดป่าตองใช้พื้นที่เล็กๆ ในการสร้างรายได้เข้าประเทศ ด้วยการพัฒนาทั้งการบริการและบุคลากรของสถานบันเทิงให้เทียบเท่านานาชาติ มีการลงทุนเป็นเม็ดเงินมหาศาล แต่กฎหมายสถานบันเทิงที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบันไม่ทันสมัย และไม่สามารถที่จะแข่งขันกับนานาชาติได้ จึงอยากจะให้มีการปรับปรุงให้ทันสมัย และเหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ไม่ใช่เหมารวมเหมือนกันทั่วประเทศ

การที่จังหวัดภูเก็ตเข้มงวดให้สถานบันเทิงปิดตามเวลาที่กฎหมายกำหนดในเวลา 01.00 น.นั้น เข้าใจว่าเป็นการปฏิบัติการตามกฎหมาย แต่ทำให้ภูเก็ตสูญเสียรายได้มหาศาล โดยเฉพาะในพื้นที่ซอยบางลา ป่าตอง ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 625 ตารางเมตร การปิดเร็วเป็นเวลา 1 วัน สูญเสียรายได้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท แต่หากปิดเวลา 04.00 น.จะสร้างรายได้คืนละไม่ต่ำกว่า 100-150 ล้านบาท ปีละไม่ต่ำกว่า 50,000 ล้านบาท สามารถทำรายได้ให้รัฐในรูปแบบของภาษีต่างๆ ไม่ต่ำกว่าปีละ 5,000-6,000 ล้านบาท โดยรายได้เกือบทั้งหมดมาจากนักท่องเที่ยวชาวชาติเป็นหลัก ที่พร้อมนำเงินมาใช้จ่าย” นายปรีชาวุฒิ กล่าว

ขณะที่นายโชคชัย เดชอมรธัญ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า  สถานบริการและสถานบันเทิงจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย สถานบริการจะต้องปิดในเวลา 24.00 น. และสถานบันเทิงจะต้องปิดในเวลา 1 นาฬิกา แต่อาจจะต้องมีเวลาต่อเนื่องเล็กน้อย  เช่น ระหว่างรอเช็คบิล  ช่วงที่นักท่องเที่ยวกำลังติดพันขณะที่ใช้บริการได้บ้างเล็กน้อย แต่จะต้องเปิดไฟเพื่อแสดงให้เห็นว่าสถานบันเทิงนั้นๆ ได้ปฏิบัติตามกฎหมายกำหนด แม้อยู่ในกรอบกฎหมายก็ต้องไม่ให้ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวมากนัก โดยเฉพาะในพื้นที่หาดป่าตอง ซึ่งต้องยอมรับว่า ผู้ที่ใช้บริการเกือบทั้งหมด 99.99% เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ขณะที่คนไทยไปใช้บริการน้อยมาก และการให้บริการที่หาดป่าตองก็ไม่ได้ส่งผลกระต่อสังคมโดยรวมของภูเก็ต

ภาพรวมกฎหมายที่เกี่ยวกับสถานบริการและสถานบันเทิง ควรมีการปรับปรุงเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันและเหมาะสมกับสภาพแต่ละพื้นที่ เมื่อผู้ประกอบการได้ยื่นหนังสือมายังจังหวัด เพื่อให้เสนอไปยังหน่วยเหนือ เพื่อขอให้แก้ไขเวลาในการเปิด-ปิดสถานบริการและสถานบันเทิงดังกล่าว ทางจังหวัดก็จะส่งข้อเรียกร้องดังกล่าว ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเชื่อว่าหน่วยเหนือจะรับฟังเหตุของผู้ประกอบการ แต่ในระยะนี้ขอให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด“ นายโชคชัย กล่าว

ล่าสุด นายโชคชัย เปิดเผยว่า ทางจังหวัดภูเก็ตได้ส่งหนังสือให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณาว่าจะขยายเวลาได้มากน้อยแค่ไหน  โดยพื้นที่ที่มีการขอขยายเวลาจะเป็นพื้นที่โซนนิ่งเดิม หากมีการขยายเวลาตามบริบทของพื้นที่แล้วก็จะทำให้ปัญหาที่ส่วนราชการถูกกล่าวหาก็จะหมดไป  แต่ในเมื่อยังไม่มีการแก้ไขทุกคนก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งตนทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการเป็นอย่างดี เพราะผู้มาเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ และใช้เวลาอยู่ไม่นานก็เดินทางกลับประเทศ

บทความก่อนหน้านี้ปรีวิวไทยลีกวันเสาร์นี้-‘บุรีรัมย์’บุกซด’นาวี’-‘เชียงราย’เฝ้ารัง-‘แบงค็อก’เจองานง่ายเยือน’ไทยฮอนด้า’
บทความถัดไป‘พรอนงค์’สตาร์ตตามฝูง 3 สโตรกกอล์ฟออสเตรเลีย ส่วน‘เอรียา’แค่อันเดอร์ฯ เดียว