ช่างตัดผม โวย มีภาพถูกตร.จับว่อนโซเชียล ทำชาวบ้านเข้าใจผิด เอี่ยวแก๊งนักข่าวรีดเงิน ลั่น ผมแค่ไปซื้อกับข้าว
จากกรณี ตร.สส.ภ.จว.อุดรธานี ซ้อนแผนจับกุมแก๊งนักข่าวกำมะลอ เป็นชายจำนวน 4 คน ที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่เครือข่ายประชาชนต่อต้านการทุจริตภาครัฐ กรรโชกทรัพย์ผู้รับเหมาก่อสร้าง 1 แสนบาท ตำรวจและผู้เสียหายได้ซ้อนแผน ถ่ายเอกสารธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท ไว้เป็นหลักฐาน จำนวน 100,000 บาท โดย 2 ใน 4 แก๊งนี้มีหมายจับจากศาล จ.อุดรธานี ในข้อหา “พยายามกรรโชกทรัพย์” ตำรวจจึงแสดงหมายจับ และแสดงตัวเข้าจับกุมได้ครบ 4 คน พร้อมของกลางเงินล่อซื้อ เสื้อมีโลโก้หน่วยงานต่างๆ และอาวุธปืนพก 2 กระบอก พร้อมด้วยกระสุนปืนจำนวนมาก
โดยการเข้าจับกุมครั้งนี้ตำรวจได้บันทึกคลิปไว้เป็นหลักฐานด้วย เนื่องจากผู้ต้องหาตามหมายจับคดีสำคัญ ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการ และชาวบ้าน ทำตัวเสมือนผู้มีอิทธิพล เบื้องต้นให้การภาคเสธ ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย เหตุเกิดเวลาช่วงเย็นวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา บริเวณลานจอดรถ ตลาด ส.นงนุช แยกหนองตูม-หนองใหญ่ ถนนรอบเมือง ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ต่อมาเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 กรกฎาคม นายอังกฤษฎา ราวานิช คณะทำงานสถานียุติธรรม พรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วย นายเด่นจำรัส รัตนศิลศาสตร์ อายุ 50 ปี และนางปรานอม อายุ 52 ปี สามีภรรยา ชาวบ้านหนองตูม ต.บ้านจั่น อ.เมืองอุดรธานี เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนการนำเสนอของสื่อต่างๆ และการทำงานของตำรวจ ต่อ พ.ต.อ.พันธุ์เพ็ชร เหล่ากำเนิดเพชร ผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี

เนื่องจากมีสื่อบางสำนักได้นำเสนอคลิปภาพ นายเด่นจำรัส ขณะนั่งเอามือสองข้างประสานไว้บนศีรษะ (เสื้อชมพู) หลังจากตำรวจเข้าจับกุมตัวคนร้าย และสั่งให้นั่งลงที่พื้น พร้อมกับคนร้ายทั้ง 4 คน โดยไม่มีการตัดภาพนายเด่นจำรัส ออกจากเฟรมภาพ หรือเบอลหน้าให้แต่อย่างใด
ทั้งที่นายเด่นจำรัส ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีดังกล่าว ส่งผลให้ได้รับผลกระทบในการประกอบอาชีพของนายเด่นจำรัส และภรรยา คือช่างตัดผม และช่างเสริมสวย รวมทั้งการใช้ชีวิตไม่ปกติเช่นเคย เพราะถูกคนที่รู้จัก และชาวบ้านเข้าใจผิด รวมทั้งคนที่ได้ดูข่าวในสื่อโซเชียลต่างๆว่า นายเด่นจำรัสฯ เป็นหนึ่งในแก๊งคนร้าย จึงขอให้สื่อบางสำนักที่นำเสนอภาพข่าวที่ผิดพลาด ให้ช่วยแก้ไข รวมทั้งขอให้ตำรวจทบทวนการทำงานด้วย

โดยมี ร.ต.อ.กรกช ทีสระคู รอง สว.สส.ภ.จ.อุดรธานี รอง หน.ชุดจับกุม 4 นักข่าวกำมะลอ เป็นตัวแทนรับหนังสือร้องเรียน พร้อมกับชี้แจงในการปฏิบัติหน้าที่ตามยุทธวิธีของตำรวจ พร้อมกับประสานสื่อต่างๆให้ช่วยแก้ไขข่าวจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ และจะดำเนินการเยียวยาให้กับนายเด่นจำรัสฯ ตามความเหมาะสม หลังได้รับผลกระทบในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจากเหตุการณ์ดังกล่าว
นายเด่นจำรัส เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเพื่อนที่เพิ่งกลับมาจากทำงานต่างประเทศ โทรมาบอกให้นายเด่นจำรัส พาขับรถยนต์กระบะมารับไปซื้อกับข้าวที่ตลาด ส.นงนุช บ้านหนองตูม ไปกินกันที่บ้านของตน ซึ่งอยู่ห่างจากตลาดประมาณ 2 กิโลเมตร ก็พากันเดินซื้อกับข้าว นึกขึ้นได้ว่าลืมล็อกรถ จึงเดินกลับมาที่รถ แล้วเดินหาเพื่อนอยู่สักพัก ก่อนเดินกลับมาที่รถ เพื่อจะขับรถวนมารับเพื่อน แต่ขณะตนจอดรถก็มีตำรวจสั่งให้นั่งลง จากนั้นตนก็หมดอิสรภาพเลย และตำรวจบอกให้นั่งอยู่เฉยๆ ตนบอกว่าตนเป็นชาวบ้านมาซื้อกับข้าว ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไร ตนตกใจมาก และไม่รู้ว่าตำรวจเขามาจับคนร้ายคดีอะไร
นายเด่นจำรัส กล่าวต่อว่า แต่ตนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี นั่งมือประสานไว้บนศีรษะอยู่นาน จนภรรยามาตาม หลังจากตำรวจเคลียร์พื้นที่เสร็จ จับกลุ่มคนพวกนั้นขึ้นรถไป ตำรวจก็มาขอโทษตน เพราะเข้าใจผิด และให้เหตุผลว่าตนมีทรงผมเกรียน เหมือนในกลุ่มนั้น หลังจากนั้นตนก็เดินไปขับรถกลับบ้าน คิดอะไรไม่ออกเลย ข้าวก็ไม่อยากกินแล้ว พอกลับถึงบ้านแม่ และเพื่อนบ้านก็ถามด้วยความเป็นห่วง พอวันรุ่งขึ้นก็มีสื่อบางสำนักเสนอข่าวออกไป ลุงก็มาบกว่าเห็นตนอยู่ในข่าวที่ไม่ดี และไม่มีการเบอลหน้าตนด้วย ทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง

”นับตั้งแต่นั้นมาลูกค้าที่เคยมาตัดผมและเสริมสวยที่บ้านก็หายหมด บางครั้งก็มีชาวบ้านเดินมาดูหน้าตน แล้วก็เดินไป บางคนก็มาถามเรื่องราว ตนก็บอกว่าตนไม่เกี่ยว เพราะเขาไม่รู้ความจริง แล้วก็พากันไปพูดกันปากต่อปาก เวลาพูดคุยกับตนก็ไม่เหมือนเดิม ส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตเป็นอย่างมาก แม้แต่ตลาดที่เกิดเหตุตนยังไม่กล้าไปซื้อกับข้าวเลย เพราะกลัวคนถาม และบางคนก็ยังมีสีหน้าสงสัยตนอยู่ดี และขอให้สื่อแก้ไขข่าวให้ใหม่ และขอให้ตำรวจทบทวนการทำงาน จึงมาร้องสื่อเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับตนเอง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนกับตนอีกต่อไป”นายเด่นจำรัส กล่าว
นายอังกฤษฎา เปิดเผยว่า ผู้เสียหายได้มาร้องกับสถานียุติธรรม พรรครวมไทยสร้างชาติ ว่า มีความรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม และเป็นชาวบ้านธรรมดา ที่ไปจ่ายกับข้าวที่ตลาด จู่ๆก็ถูกตำรวจชุดจับกุม ควบคุมตัวเอาไว้ แล้วบังคับสั่งให้นั่งลงกับพื้น กักขังทั้งที่ไม่รู้เรื่องและไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนั้นเลย และหมดอิสรภาพอยู่ในขณะนั้น จึงพามาร้องสื่อให้รับความเป็นธรรม ให้แก้ไขข่าวที่นำเสนอภาพข่าวออกไป และทำหนังสือมอบให้ ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ให้ตำรวจทบทวนการทำงาน และการปฏิบัติหน้าที่ เพราะนายเด่นจำรัสฯ และครอบครัวได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ลำบากต่อการใช้ชีวิตประจำวัน จึงอยากให้มีการเยียวยาให้กับเขาตามความเหมาะสม
ด้าน ร.ต.อ.กรกช ทีสระคู รอง สว.สส.ภ.จ.อุดรธานี รอง หน.ชุดจับกุมตัว 4 นักข่าวกำมะลอ เปิดเผยว่า หลังจากชี้แจงในการปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ร้องเรียน ว่าในการปฏิบัติหน้าที่ในขณะนั้น เราไม่รู้เลยว่าใครเป็นใคร ว่ากลุ่มคนร้ายมีคนร่วมด้วยอีกหรือไม่ แต่ที่แน่ๆกลุ่มคนร้ายพวกนี้มีอาวุธปืน ตามที่ได้รับแจ้งจากสายข่าว ทางเราจึงจำเป็นใช้ยุทธวิธี ที่ให้เกิดความปลอดภัยต่อเจ้าพนักงาน ให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด หรือไม่เกิดขึ้นเลยก็จะยิ่งดี ซึ่งขณะเข้าปิดล้อมจับกุมตัวคนร้าย บังเอิญนายเด่นจำรัสฯ เดินอยู่บริเวณจุดไข่แดงพอดี
”ทางเราจึงจำเป็นต้องควบคุมตัวเอาไว้ก่อน เมื่อทราบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทางเราก็ปล่อยตัว พร้อมกับกล่าวคำขอโทษ หลังจากอธิบายการทำงานของตำรวจจนเข้าใจกัน ซึ่งเขาก็เข้าใจเราดี เพราะในขณะนั้นนายเด่นจำรัส เมื่อมีการเผยแพร่คลิปของตำรวจออกไปตามสื่อต่างๆ ทำให้ได้รับความเสียหาย ทางเราก็ยินดีที่จะเยียวยาให้กับผู้ร้องตามความเหมาะสม และจะประสานสื่อต่างๆที่นำเสนอให้ช่วยแก้ไขข่าวให้ผู้ร้องอีกด้วย ซึ่งทางผู้ร้องก็เข้าใจในการทำงานของตำรวจ หลังจากได้รับคำชี้แจง”


