เอกพจน์ สั่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ผอ.กองช่าง เตะถ่วงไม่เซ็นฎีกาเบิกจ่ายให้ผู้รับเหมา
จากกรณีโครงการก่อสร้างถนน ค.ส.2. พร้อมวางท่อระบายน้ำ พร้อมเขื่อนกันดิน ค.ส. เลียบคลองระบายที่ 2 (ฝั่งตะวันตก) หมู่ 6 ต.คลองหลวง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ทั้งหมด 6 โครงการ ระยะทาง 6 กิโลเมตร งบประมาณกว่า 200 ล้านบาท ของเทศบาลเมืองคลองหลวง ซึ่งนายคงภพ จานทองธิติ, นายยงยุทธ บุญคำภา, ชัยฤทธิ์ วศินสมบัติ ผู้รับเหมาทั้ง 3 บริษัท ทำหนังสือร้องศูนย์ดำรงธรรม กรณีไม่ได้รับเงินค่าจ้างจำนวน 7 งวด หลังจากส่งงานกันเรียบร้อยแล้ว มีการตรวจรับถูกต้อง โดยคณะกรรมการตรวจรับมีช่างคุมงานเป็นกรรมการตรวจรับงาน เป็นขั้นตอนของการจัดซื้อจัดจ้าง ผ่านมากว่า 3 เดือน ทั้ง 3 ผู้รับเหมายังไม่ได้รับเงิน รวมกว่า 15 ล้านบาท
ล่าสุด เมื่อวันที 7 กรกฎาคม นายเอกพจน์ ปานแย้ม นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง กล่าวว่า ที่ผู้รับจ้างไปร้องศูนย์ดำรงธรรมนั้น จริงๆ แล้วเรื่องนี้เคยร้องมารอบหนึ่งแล้วแต่เรื่องเงียบไป ในเนื้อหาของผู้ร้องจะพุ่งเป้าไปที่ ผอ.กองช่างเทศบาลเมืองคลองหลวง ที่ไม่ยอมเซ็นหน้าฎีกาเบิกจ่าย ซึ่งเป็นขั้นตอนของการเบิกจ่ายตามระเบียบการเบิกจ่ายกระทรวงมหาดไทย เมื่อผู้รับจ้างทำงานเสร็จแล้ว ส่งงานเรียบร้อยแล้ว มีการตรวจรับถูกต้อง โดยคณะกรรมการตรวจรับ จะมีช่างคุมงานเป็นคณะกรรมการตรวจรับงาน ซึ่งเป็นคณะกรรมการบริหารสัญญา เมื่อตรวจรับเสร็จก็เสนอตามขั้นตอน มีการจัดทำฎีกาเพื่อเบิกจ่ายให้กับผู้รับเหมาภายใน 5 วัน

นายเอกพจน์กล่าวว่า ปรากฏว่า ผอ.กองช่าง ไม่ยอมเซ็นหน้าฎีกา ซึ่งในฐานะที่เป็นหน่วยจัดทำโครงการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการอะไรก็แล้วแต่ โดยเฉพาะโครงการเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ถนน ประปา ไฟฟ้าก็อยู่ในความรับผิดชอบของกองช่าง และเป็นนโยบายของฝ่ายบริหารที่ต้องพัฒนาในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นนโยบายที่คณะบริหารได้วางไว้แล้ว ทม.คลองหลวง จึงพัฒนาถนนเลียบคลองสองฝั่งตะวันตก เดิมมีพื้นผิวจราจรแค่ 4 เมตร สร้างมาตั้งแต่สมัยเป็นสุขาภิบาลคลองหลวง แต่เป็นพื้นที่ที่อยู่ในความดูแลของชลประทาน ซึ่งเป็นที่ราชพัสดุ ให้ชลประทานเป็นผู้ใช้
นายเอกพจน์กล่าวต่อว่า กองช่างเป็นหน่วยงานที่จะต้องดำเนินการในการไปสำรวจออกแบบแล้วทำโครงการขึ้นมา เพื่อขอความเห็นชอบจากสภา ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของกองช่าง ฉะนั้น เรื่องการขออนุญาต หรืออะไรก็แล้วแต่เป็นหน้าที่ของกองช่าง รวมทั้งการเบิกจ่ายก็เป็นหน้าที่ของกองช่าง เริ่มตั้งแต่การจัดทำฎีกาเพื่อเสนอคลังและก็ผ่านมายังปลัด จนมาถึงนายกเทศมนตรี
“หลังจากที่มีการจัดซื้อจัดจ้างไปแล้ว ผู้รับจ้างเข้าดำเนินการลงเข็มฐานรากเขื่อนเสร็จไปร่วม 80% ก็มีหนังสือสั่งระงับการก่อสร้างจากชลประทาน ขณะเดียวกันผู้รับจ้างทำงานแล้วเสร็จไปในงวดงาน โดยแบ่งออกเป็นงวดๆ ตามสัญญา เมื่อเสร็จงวดงานก็ต้องมีการส่งงาน ก่อนจะมีหนังสือสั่งระงับจากชลประทาน จึงสั่งให้ปลัดเทศบาลกองช่างและนิติกรเข้าไปคุยกับชลประทานรังสิตเหนือ ถามถึงสาเหตุว่ามีอะไรที่จะต้องแก้ไขปรับปรุง เพราะในหนังสือที่ชลประทานสั่งระงับการก่อสร้างระบุว่าเป็นการรุกล้ำลำคลอง และเป็นการกีดขวางทางน้ำ
ตามที่สังคมและประชาชนได้เห็นนั้นไม่ได้มีการกีดขวางทางน้ำแต่อย่างใด การที่ ทม.คลองหลวง ทำเขื่อนดินเพื่อต้องการขยายผิวการจราจร เนื่องจากปัจจุบันเมืองคลองหลวงเจริญเติบโตมาก มีการขยายตัวประชากรมากขึ้น ปริมาณรถทั้งในเขตพื้นที่และรถอยู่ด้านนอกได้เข้ามาใช้เส้นทางร่วมจำนวนมากแต่ละวัน ดังนั้น จึงมองว่าการพัฒนาตรงนี้ต้องการจะขยายถนนจาก 4 เมตร เป็น 6 เมตร เพื่อรองรับประชาชนที่ใช้เส้นทางร่วมกัน” นายเอกพจน์กล่าว

นายก ทม.คลองหลวงกล่าวด้วยว่า หลังจากชลประทานสั่งระงับ เทศบาลเมืองคลองหลวงก็แจ้งไปยังผู้รับเหมาให้หยุดทำงาน แต่ช่วงสั่งหยุดทำงานผู้รับจ้างมีการส่งงานไปแล้วหลายงวด แต่ฎีกาก็ไปคาอยู่ที่ ผอ.กองช่าง ทม.คลองหลวง ในชุดแรกมี 4 ฎีกาที่ยังคาอยู่ โดยที่ ผอ.กองช่างไม่ยอมเซ็นหน้าฎีกา อ้างเรื่องการระงับก่อสร้าง ซึ่งตนและปลัดเทศบาลเมืองคลองหลวงก็แจ้งไปว่าการเบิกจ่ายต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบการเบิกจ่าย ผู้รับเหมาส่งงานแล้ว มีการตรวจรับถูกต้องแล้ว ผอ.กองช่างต้องทำฎีกาเบิกจ่าย ถ้าจะมีบันทึกความเห็นแย้งก็สามารถทำได้ แต่ตัว ผอ.กองช่างต้องเซ็นหน้าฎีกา เพราะฉะนั้นผู้รับจ้างทั้ง 3 บริษัทเข้ามาถูกต้องตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง e-bidding เพราะมีสัญญาเกิดขึ้นแล้ว อีกทั้งปฏิบัติตามสัญญา ดังนั้น ทม.คลองหลวงที่เป็นผู้ว่าจ้างต้องดำเนินการตั้งฎีกาเบิกจ่าย
นายก ทม.คลองหลวงกล่าว ได้เชิญ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมากับอธิบดีกรมชลประทาน รองอธิบดี ผอ.สำนักชลประทานที่ 11 ลงมาดูหน้างาน ท่านเห็นแล้วก็ได้บอกกับอธิบดีกรมชลประทานว่าให้หยุดงานทำไม ระงับไปได้อย่างไร ติดขวางทางน้ำตรงไหน ที่ทำตรงนี้เขาใช้งบประมาณท้องถิ่นของเขา และสั่งการด้วยวาจา โดยขอให้รีบผ่านเรื่องอนุญาตลงมาให้ดำเนินการต่อ โดยท่านรัฐมนตรีได้แจ้งมาทางตนว่าให้เทศบาลแจ้งผู้รับเหมาเข้ามาดำเนินการได้เลย แต่ผู้รับเหมาก็ไม่สามารถเข้ามาทำงานได้ เพราะขาดเงินทุนหมุนเวียน ปัญหาหลักคือเกิดผลกระทบต่อประชาชนที่ใช้เส้นทางร่วมกัน

“ผมออกคำสั่งไปหลายครั้ง แต่ ผอ.กองช่างก็ไม่ยอมเซ็นฎีกาเบิกจ่าย มองว่ามีเจตนาละเว้นจงใจไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบกฎหมาย จึงตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง และมีการคัดค้าน แต่ได้ส่งเรื่องเข้าไปที่จังหวัดหมดแล้ว การรายงานไม่ปฏิบัติหน้าที่ของ ผอ.กองช่างก็ส่งไปที่จังหวัดหมดแล้วเช่นกัน ซึ่งเรื่องทั้งหมดอยู่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี” นายก ทม.คลองหลวงกล่าว

