เก๋งส่งขนมปัง บึ่งรถเสียหลัก พุ่งชนป้ายบอกทาง เสียชีวิตคาที่ 2 สาหัส 1
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 8 กรกฎาคม ร.ต.อ.สยาม ผ่องแผ้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงพิจิตร ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งเสียหลักพุ่งชนเสาป้ายบอกทางขนาดใหญ่ มีผู้ขับขี่และผู้โดยสารที่มาด้วยติดอยู่ในซากรถ รวม 3 ราย เหตุเกิดบนทางหลวงสายเอเชีย หมายเลข 117 พิษณุโลก-นครสวรรค์ (ขาล่อง) หลักกิโลเมตรที่ 64-65 ใกล้สี่แยกทุ่งใหญ่ เยื้องร้านอาหารปลาใหญ่ ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร จึงได้ประสาน ร.ต.อ.ปฏิวัติ สนธิรอด ร้อยเวรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรโพธิ์ประทับช้าง และหน่วยกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง ไปที่เกิดเหตุ
โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียนฉะเชิงเทรา อัดก๊อบปี้กับเสาเหล็กป้ายบอกทางขนาดใหญ่ สภาพรถเก๋งด้านหน้าพังยับเยิน ภายในมีผู้เสียชีวิตติดซากรถคาที่ทันที จำนวน 2 ศพ เป็นคนขับ 1 ราย ทราบชื่อภายหลังคือ นายนิพนธ์ จิตประสงค์พาณิช อายุ 36 ปี และนางพรรณธิภา สัญญโภชน์ อายุ 37 ปี และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสติดคอนโซลด้านหน้าเก๋งจำนวน 1 ราย ทราบชื่อคือนายศุภโชค สว่างยิ่ง อายุ 21 ปี เจ้าหน้าที่จึงนำเครื่องตัดถ่างเพื่อช่วยเหลือนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลอำเภอโพธิ์ประทับช้าง ด้านหลังเก๋งมีกล่องขนมปังบรรจุใส่กล่องมาจำนวนมาก

จากการสอบถามนายยุทธนา จันโท เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุตนได้ประสานโทรศัพท์ติดต่อญาติผู้เสียชีวิต ทราบว่าผู้เสียชีวิตคนขับนั้น คือนายนิพนธ์ เป็นชาวตำบลบ้านกร่าง จังหวัดพิษณุโลก ส่วนนางพรรณธิภา เป็นชาวอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย และนายศุภโชค ผู้บาดเจ็บเป็นชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ทั้งหมดนั้นได้นำขนมปังจากจังหวัดพิษณุโลกไปส่งให้ลูกค้าตามสถานีบริการน้ำมัน และจุดจอดรถรวมถึงสถานที่ราชการต่างๆ ในเส้นทางระหว่างพิษณุโลก-นครสวรรค์ และเมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุ รถเก๋งคันเกิดเหตุขับมาด้วยความเร็วค่อนข้างสูง มาเสียหลักพุ่งชนเสาเหล็กป้ายบอกจังหวัด ซึ่งเป็นป้ายขนาดใหญ่ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว
ด้าน ร.ต.อ.ปฏิวัติ สนธิรอด ร้อยเวรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรโพธิ์ประทับช้าง ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่า รถคันเกิดเหตุไม่มีร่องรอยการเบรกแต่อย่างใด คาดว่าอาจจะวูบหลับในหรือไม่ก็อาจจะคุยโทรศัพท์ขณะขับรถก็เป็นได้ อย่างไรก็ตามรอให้ผู้บาดเจ็บพ้นขีดอันตราย จะได้สอบสวนถึงสาเหตุให้แน่ชัดต่อไป ส่วนผู้เสียชีวิตนั้นจะได้ประสานให้ญาติมารับไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป


