ที่ประตูระบายน้ำ (ปตร.) บ้านคนชุม ต.ปรุใหญ่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ นายสุทธิโรจน์ กองแก้ว ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง สำนักงานชลประทานที่ 8 (ชป.8) นครราชสีมา พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3 ได้ปรับยกบานประตูระบายน้ำ เพื่อรักษาระบบนิเวศช่วงเส้นทางลำตะคองไหลผ่านเขตเมือง นครราชสีมา และสนับสนุนน้ำดิบใช้ผลิตน้ำประปาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่ลำตะคองตอนล่าง
ต่อมาเมื่อเวลา 12.30 น. นายบุญมี เกลื่อนกลางดอน หัวหน้าอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยสว่างเมตตาโคราช รับแจ้งเหตุสะพานไม้ข้ามลำตะคอง ในซอยคุ้มวงศ์ ข้างโรงพยาบาลกรุงเทพ ราชสีมา เขตเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา ได้ทรุดพังเสียหาย จึงนำกำลังไปตรวจสอบพร้อมให้การช่วยเหลือ พบสะพานไม้ข้ามคลองน้ำธรรมชาติ ความยาวประมาณ 20 เมตร เสาตอม่อไม่สามารถต้านกระแสน้ำ ซึ่งได้พัดเศษวัชพืชและขยะมูลฝอย ทำให้ทรุดตัวลง เดชะบุญไม่มีผู้ใดได้รับอันตรายและสิ่งของเสียหาย

ด้านนายสุทธิโรจน์ ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคองฯ เปิดเผยว่า สถานการณ์อ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว มีปริมาณน้ำดิบที่สามารถใช้งานได้ 84.859 ล้าน ลบ.เมตร หรือ 26.98% ของพื้นที่เก็บกัก 314 ล้าน ลบ.เมตร แนวทางบริหารจัดการ เพื่อให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภคอย่างพอเพียง เนื่องจากมีปริมาณน้ำต้นทุนน้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 58 กว่า 40 ล้าน ลบ.เมตร มติของ ( JMC ) คณะกรรมการลุ่มน้ำลำตะคอง ตามแผนที่ 7 ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ให้สนับสนุนการประปาท้องถิ่นกว่า 100 แห่ง ในอัตราวันละ 2.5 แสน ลบ.เมตร แต่ระหว่างเส้นทางจากเขื่อนลำตะคอง ถึงพื้นที่ลำตะคองตอนล่าง ระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร น้ำถูกสูบไปทำนาปรังและผลิตน้ำประปา รวมทั้งระเหยรั่วซึมตามธรรมชาติ ทำให้ปริมาณน้ำดิบช่วงไหลผ่านเขตเมือง ระดับน้ำต่ำมาก จนไม่สามารถไหลได้ตามธรรมชาติ ทำให้น้ำส่งกลิ่นเหม็นและสิ่งมีชีวิตในน้ำล้มตายอย่างต่อเนื่อง จึงได้ระบายน้ำประมาณ 5 หมื่น ลบ.เมตร ตามวงรอบของสัปดาห์ เพื่อรักษาระบบนิเวศในคลองธรรมชาติและสนับสนุนน้ำอุปโภค บริโภคของการประปาท้องถิ่น
ส่วนสะพานทรุดตัว ได้ตรวจสอบเบื้องต้นพบเป็นสะพานไม้ มีอายุใช้งานกว่า 47 ปี ซึ่งชาวบ้านได้ร่วมแรงร่วมใจสร้างข้ามลำตะคอง เพื่อใช้เป็นเส้นทางสัญจร โดยเดินเท้าและขี่รถจักรยานยนต์ของผู้พักอาศัยประมาณ 60 คน สะพานแห่งนี้สร้างด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น เสาตอม่อจึงถูกวางค่อนข้างถี่มาก ทำให้กีดขวางเส้นทางน้ำไหล อย่างไรก็ตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้การช่วยเหลือเบื้องต้น โดยสร้างสะพานให้สามารถข้ามได้ชั่วคราว จากนั้นจะออกแบบก่อสร้างสะพานใหม่ เพื่อให้มั่นคงแข็งแรง และถูกหลักวิชาการต่อไป

