โผล่อีก 2 ผู้เสียหายแจ้งความ อ้างถูกปธ.มูลนิธิดัง ชวนลงทุน สูญ 4 แสน
จากกรณีมีผู้เสียหายออกมาอ้างว่าถูกประธานสาวมูลนิธิดัง เสนอซื้อขายวุฒิการศึกษาปริญญาตรี จากมหาลัยแห่งหนึ่ง พร้อมกันนี้ยังได้แอบอ้างเสนอซื้อขายตำแหน่งทางการเมือง ต่อมาได้มีผู้เสียหายจากวงแชร์อีกหลายรายไปแจ้งความไว้ในหลายพื้นที่นั้น
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรับทราบข้อมูลว่ามีผู้เสียหาย 2 ราย จะเดินทางไปแจ้งความประธานมูลนิธิดังที่ สภ.เมืองสกลนคร จึงเดินทางไปพบโดยผู้เสียหายทั้ง 2 ราย สามารถให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวได้แต่ไม่ขอเปิดเผยตัวตน หวั่นจะได้รับผลกระทบไปยังครอบครัว ส่วนหลักฐานต่างๆ ไม่ขอเปิดเผยขอสงวนไว้ให้กับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป
โดย น.ส.เอ (นามสมมุติ) และ น.ส.บี (นามสมมุติ) ชาวสกลนครทั้งคู่ เปิดเผยว่า ตนและเพื่อนได้เดินทางมาลงบันทึกประจำไว้ ที่สภ.เมืองสกลนคร ว่าเมื่อประมาณปี พ.ศ.2561 ประธานมูลนิธิดังชักชวนให้ร่วมวงแชร์ซึ่งตนได้รับเงินครบตามปกติ ต่อมามีการเสนอให้ร่วมลงทุนต่อยอดรับผลตอบแทน โดยประธานมูลนิธิจะเป็นคนกำหนดเปอร์เซ็นต์ผลตอบแทนเอง ซึ่งแต่ละครั้งจะกำหนดไม่เหมือนกัน อย่างเช่น ต้นทุน 40,000 บาท จะได้รับผลตอบจำนวน 4,000 บาท เป็นต้น ช่วงแรกที่โอนไปยังได้กลับคืนมา พักหลังอ้างว่าคนที่ยืมเงินไม่คืน ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าเอาเงินไปให้ใครเท่าไหร่ อย่างไรบ้าง ทั้งนี้ เงินที่ตนโอนให้ประธานมูลนิธิไปจำนวน 260,000 บาท แต่ต่อมาตนเริ่มติดตามทวงถาม ประธานมูลนิธิกลับบ่ายเบี่ยงและขอให้ลดหย่อนเงินลง ตนจึงลดให้ 10% เป็นเงิน 26,000 บาท เหลือคงค้างจำนวน 234,000 บาท ที่ผ่านมา ก็ขอผ่อนจ่ายเป็นรายเดือน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2561 และขาดส่งเมื่อเดือน มีนาคม 2564 จ่ายมาแล้ว 31,800 บาท ยังเหลือยอดคงค้าง 202,200 บาท

ส่วน น.ส.บี (นามสมมุติ) ก็โดนในลักษณะเดียวกันเป็นเงิน จำนวน 200,000 บาท รวมกันแล้วเป็นเงินจำนวน 400,000 กว่าบาท ตนกับเพื่อนพยายามทวงถามไปยังประธานมูลนิธิตลอดแต่ไม่อ่านแชต แล้วก็ไม่มีการตอบกลับตั้งแต่ปี 2564 ที่ผ่านมาที่ยังไม่มีการแจ้งความเพราะเมื่อทวงถามไปแล้วเขาก็ตอบแบบนอบน้อมและอ้างว่าไม่มีเงิน ดังนั้นจึงฝากไปถึงประธานมูลนิธิว่าตนกับเพื่อนอยากได้เงินส่วนนี้คืน หากเป็นไปได้ช่วยติดต่อกลับมาพูดคุยพร้อมให้โอกาสเสมอ โดยเร็วๆ นี้ ตนและเพื่อนจะมีการนำเอกสารหลักฐานมายื่นให้กับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม
ด้าน พ.ต.ท.ธนกฤต เจริญเนติกุล รอง ผกก.สภ.เมืองสกลนคร ให้ข้อมูลว่ากรณี น.ส.วิไลลักษณ์ ได้มีการเดินทางมาแจ้งความกับประธานมูลนิธิใน 2 ข้อกล่าวหา คือ คดีฉ้อโกงและคดีปลอมแปลงเอกสาร ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐาน หากชัดเจนก็จะออกหมายเรียกคู่กรณีมาสอบปากคำ ยืนยันพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสกลนคร พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย


