เมืองคอน คิกออฟ ล่า ปลาหมอคางดำ เผย เอกชนแจ้งความประสงค์รับซื้อแล้ว 2.1 ตัน
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหา “ปลาหมอคางดำ” นั้น นายไพโรจน์ รัตนรัตน์ สมาชิกสภาเกษตรกร อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ผู้บริหารสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งปากพนัง และชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสงขลา-นครศรีฯ ได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดกิจกรรมกำจัดปลาหมอคางดำ ในวันที่ 14 กรกฎาคมนี้ รวมทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ได้ให้ความสำคัญในกิจกรรมครั้งนี้เป็นอย่างมาก ระดมกำลังลงพื้นที่ประสานงาน ติดต่อเตรียมการอย่างจริงจัง ทั้งการประสานชาวบ้านทั้งในและต่างอำเภอ ต่างจังหวัดที่จะมาร่วมกิจกรรมจับปลาหมอคางดำ เตรียมเรือหางยาว เรือพาย เรือยาง เครื่องมือประมง การประกอบอาหารจัดเลี้ยง สถานที่และเตรียมเต็นท์ โต๊ะ เก้าอี้ เพื่อให้การจัดกิจกรรมพร้อมสมบูรณ์มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
นายไพโรจน์กล่าวว่า ตนขอขอบคุณสื่อมวลชนที่เกาะติดนำเสนอข่าวการแพร่ระบาดของปลาหมอคางต่อเนื่อง ทำให้ทุกฝ่ายตื่นตัวและให้ความสำคัญกับปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ มหัตภัยจากต่างแดน ตนและสหกรณ์กุ้งปากพนัง ชมรมกุ้งสงขลา-นครศรีฯ ให้การสนับสนุนงบประมาณดำเนินการกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งประชาชนทั้งในพื้นที่รวมทั้งจากต่างอำเภอ ต่างจังหวัดให้ความสนใจแจ้งความประสงค์เดินทางมาร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

ขณะที่มีผู้แจ้งความประสงค์ที่จะรับซื้อปลาหมอคางดำในวันที่ 14 กรกฎาคม นี้แล้ว 2,100 กก. คาดว่าจะยังมีผู้ที่แจ้งยอดความต้องการเข้ามาเพิ่มเติมอีกยอดรวมอาจจะสูงกว่า 3,000 กก. หรือ 3 ตัน อย่างแน่นอน
“ทุกจังหวัดที่มีการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ เรียกร้องให้แต่ละจังหวัดประกาศเป็น ‘วาระจังหวัด’ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉิน เพื่อให้ท้องถิ่นสนับสนุนงบประมาณแก้ปัญหาตามระเบียบราชการได้หรือให้รัฐบาลประกาศเป็น ‘วาระแห่’ชาติ’ ไปเลยก็ได้ จะรีรออะไรกันหนักหนา รีรออยู่ทำไม สังคมไทย รัฐบาลหรือราชการไทยเป็นแบบนี้เห็นโลงศพแล้วยังไม่หลั่งน้ำตา ทำแบบขายผ้าเอาหน้ารอดอีก 5-10 ปีเชื่อว่าปลาหมอคางดำจะแพร่ระบาดเต็มพื้นที่ประเทศไทย เมื่อถึงเวลานั้นจะขนงบประมาณมาสักกี่พันล้านก็คงไม่สามารถแก้ไขได้ ‘กว่าถั่วจะสุกงามันไหม้’ ไปหมดแล้ว”
ขณะที่ชาวบ้านรอบๆ บ่อบำบัดน้ำเสียโครงการชลประทานเพื่อการเลี้ยงกุ้งทะเลบ้านหน้าโกฐิ หมู่ 10 ต.ขนาบนาก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช จำนวน 184 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมกำจัดปลาหมอคางดำ
นางสมจิตร ดีชู อายุ 74 ปี ต่างเตรียมการอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการจัดเตรียมเมนูปลาหมอคางดำ ทั้งปลาแห้ง ปลาแดดเดียว และเตรียมทำน้ำแกงขนมจีนปลาหมอคางดำ โดยในระหว่างนี้จะทำการจับปลาหมอคางดำตัวใหญ่ๆ มาเตรียมทำเมนูอาหารต่างๆ อย่างเต็มที่ โดยใช้วิธีการ “โล้ปลาในเวลากลางคืน” เพื่อเลือกจับปลาหมอคางดำตัวใหญ่

สำหรับวิธีการ “โล้ปลา” ในเวลากลางคืนนั้นเป็นวิธีการที่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวเพราะต้องดำเนินการ โล้ปลาในเวลากลางคืน ต้องใส่หน้ากากติดไฟฉายดำน้ำลึก 1-2 เมตร ลงไปค้นหาแหล่งที่ซ่อนหรืออยู่อาศัยของปลาหมอคางดำ เมื่อพบปลาตัวที่ต้องการก็จะใช้ลูกศรปลายแหลม ซึ่งทำด้วยเหล็กยาวประมาณ 1 เมตรเหนี่ยวด้วยหนังยางสติ๊กยิงใส่ปลาตัวดังกล่าว วิธีการนี้จะเลือกจับเฉพาะปลาหมอคางดำขนาดใหญ่เท่านั้น ไม่เกิน 4-5 ตัว/กก. หลังจากจับปลาหมอคางดำได้แล้วก็จะนำมาผ่าท้องคลุกเกลือตากแดดเป็นปลาแห้งหรือปลาแดดเดียว
นางวาสนา อ่อนเกตุพล บุตรสาวของนางสมจิตร เจ้าตำรับกะปิ หรือ ”เคย” ที่ทำจากเนื้อปลาหมอคางดำ กล่าวว่า การจับตายปลาหมอคางดำ โดยวิธีโล้ยิงด้วยลูกดอกกลางคืนนั้น สามีและน้องเขยตนมีความชำนาญ เชี่ยวชาญอย่างมาก บางคืน 2 คนสามารถสวมหน้ากากติดไปฉายดำน้ำลงไปค้นหาและเลือกเฉพาะปลาหมอคางดำตัวใหญ่ ก่อนจะใช้ลูกดอกหรือลูกศรยิงปลาหมอคางดำได้รวมกันคืนละมากถึง 100 กก. นำกลับมาถึงบ้าน โดยตนและแม่จะรับหน้าที่ผ่าท้องคลุกเกลือนำไปตากแดด ทำปลาหมอแดดเดียว ในวันที่ 14 ก.ค.นี้ ตนและครอบครัวจะทอดปลาหมอแดดเดียวให้เจ้าหน้าที่และผู้มาร่วมกิจกรรมได้กินกันอย่างทั่วถึง

