หน้าแรก ภูมิภาค พะยูนตรังเริง...

พะยูนตรังเริงร่า รวมฝูง 20 ชีวิตว่ายโชว์ตัว ที่หาดหยงหลำ-เกาะมุกด์

12.07.24 | 15:39 น.

พะยูนตรังเริงร่า ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเล ที่ 3 จ.ตรัง สำรวจพบรวมฝูง 20 ตัว บริเวณหาดหยงหลำ-เกาะมุกด์ พบคู่แม่ลูก คู่หนุ่มสาวเกี้ยวพาราสีผสมพันธุ์ เชื่อสัญญาณดีระบบนิเวศฟื้นตัว

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ตรัง แฟนเพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเล ที่ 3 จ.ตรัง โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความระบุว่า ระหว่างวันที่ 5-10 กรกฎาคม 2567 เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 จังหวัดตรัง ร่วมกับ อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ได้สำรวจติดตามในโครงการสำรวจและศึกษาพฤติกรรมพะยูนในพื้นที่แหล่งหญ้าทะเลหาดหยงหลำ-เกาะมุกด์ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เเละเเนวเชื่อมต่อของพะยูน บริเวณอุทยานเเห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง

เบื้องต้นพบพะยูนจากการสำรวจตลอดระยะเวลา 6 วัน จำนวน 20 ตัว โดยมีคู่แม่-ลูก 1 คู่ พบพะยูนช่วงวัยรุ่นและพะยูนโตเต็มวัย ทั้งนี้ ในการสำรวจสังเกตเห็นพฤติกรรมการนอน การกิน การเล่นน้ำพักผ่อน การรวมฝูง การหากินเป็นฝูง การเลี้ยงลูก เเละการพลิกตัวไปมาระหว่างพะยูน 2 ตัว คาดว่าเป็นพฤติกรรมการผสมพันธุ์

Advertisement

นอกจากนี้ทีมสำรวจยังได้ได้ทำการสำรวจหญ้าทะเลเพิ่มเติมบริเวณเเหล่งหญ้าทะเลหาดหยงหลำ-เกาะมุกด์ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เเละเเนวเชื่อมต่อ โดยในเบื้องต้นพบหญ้าทะเลจำนวน 6 ชนิด ซึ่งมีชนิดเด่น 2 ชนิด ได้แก่

  • หญ้าใบมะกรูด (Halophila ovalis)
  • หญ้าชะเงาเต่า(Thalassia hemprichii)

โดยข้อมูลจากการสำรวจที่ได้จะนำไปวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสำหรับพบพฤติกรรมของฝูงพะยูนดังกล่าว นับเป็นเรื่องน่ายินดี สะท้อนสัญญาณการฟื้นตัวของระบบนิเวศ หลังจากก่อนหน้านี้ได้เกิดวิกฤตโลกร้อน น้ำทะเลมีอุณหภูมิสูงขึ้น เกิดวิกฤตปะการังฟอกขาว โดยเฉพาะวิกฤตหญ้าทะเลเสื่อมโทรมในพื้นที่จังหวัดตรังแหล่งอาศัยของพะยูนฝูงใหญ่ฝูงสุดท้ายของประเทศไทย จนส่งผลให้เกิดการอพยพเคลื่อนย้ายแห่งหากินของพะยูนกระจัดกระจายตัวไปทั่วทะเลอันดามัน โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายของพะยูนเพื่อไปหาแหล่งหญ้าทะเลแหล่งอื่นทางด้านบน อาทิ จังหวัดกระบี่ พังงา และภูเก็ต จนปรากฏข่าวพะยูนตายจากอุบัติเหตุอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากเครื่องมือประมง และการเดินเรือ

การสำรวจพบพฤติกรรมพะยูนฝูงในครั้งนี้ ถือเป็นการค้นพบการรวมฝูงใหญ่เป็นครั้งที่ 2 หลังจากในการสำรวจก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา 2567 โดยใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน บริเวณท่าเทียบเรือเกาะมุกด์ ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ได้พบฝูงพะยูนเข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่บริเวณด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะมุกด์ จำนวน 25-30 ตัว โดยในครั้งนั้นถือเป็นจำนวนที่มากที่สุด ตั้งแต่ทำการสำรวจมาหลังเกิดวิกฤตพะยูนและหญ้าทะเล