หน้าแรก ภูมิภาค รวบสามีโหดฆ่า...

รวบสามีโหดฆ่าหมกศพภรรยา อ้างรักมาก แค้นมาก ลั่นไม่ขอโทษ

12.07.24 | 17:19 น.

รวบสามีโหดฆ่าหมกศพภรรยา อ้างรักมาก แค้นมาก ลั่นไม่ขอโทษ

จากเหตุการณ์ที่มีคนพบศพนางกฤตยา รพิรัตน์ อายุ 67 ปี ถูกฆ่าแล้วห่อหุ้มด้วยผ้าห่ม นำมาทิ้งไว้ภายในซอยที่เป็นป่าหญ้าข้างทางใกล้กองขยะ บริเวณถนนเส้นบ้านขอม-บ้านขวาง ม.6 ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร อยู่ห่างจากโรงงานปูนขาวเล็กน้อย ตั้งแต่ วันที่ 11 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น.ของวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 ภายใต้คำสั่งการของ พล.ต.ต.สุระพรรณ นาทวรทัต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ธีระเดช อธิภัคกุล รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมชาย ขอค้า ผกก.สภ.โคกขาม พ.ต.อ.ยอดชาย แก้วเรือง ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร, พ.ต.ท.อภิสิทธิ์ ศักดิ์ชัยยันต์ รอง ผกก.สส.สภ.โคกขาม,พ.ต.ท.ประภาส ศิริรัตน์ สวป.สภ.โคกขาม ทําหน้าที่ สืบสวน พ.ต.ต.มานะ พราหมณี สวป. (ชส.) สภ.โคกขาม และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมกันนำตัวนายอมรเทพ สีใส อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นอดีตสามีของผู้เสียชีวิต และเป็นผู้ต้องหาในคดี “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและปกปิดซ่อนเร้นศพ” ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดที่ทิ้งศพ

โดยนายอมรเทพ ยอมให้ความร่วมมือทำแผนประกอบคำรับสารภาพตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งเริ่มตั้งแต่การนำศพผู้เสียชีวิตห่อด้วยผ้าห่มแล้ววางไว้ที่เบาะด้านหลังคนขับ จากนั้นก็ขับรถยนต์เก๋งสีดำมาจอดปากทางเข้าจุดทิ้งศพ เหตุที่เลือกตรงนี้เนื่องจากตนเองเคยขับรถผ่านเส้นนี้ ทีแรกก็ขับเลยทางเข้าไปแล้วแต่เห็นว่าเป็นจุดที่เปลี่ยวและปลอดคน จึงถอยรถกลับและถอยหลังเข้าซอย พอมาถึงจุดที่เป็นกองขยะ ก็ลากศพลงจากรถแล้วทิ้งไว้

Advertisement

นายอมรเทพ กล่าวว่า ตอนที่ทิ้งตนได้บอกกับผู้เสียชีวิตว่า “ให้น้องนอนรออยู่ตรงนี้ เดี๋ยวก็มีคนมาพบ” จากนั้นก็ขับรถออกไปทันที โดยตนไม่ได้หนีไปไหน แต่กลับไปนอนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับตัวอยู่ที่ห้องเช่า ส่วนที่ทำลงไปนั้นเพราะ “รักมาก ก็แค้นมาก” โดยตนเคยถามผู้ตายว่า เอาเงินที่ตนเองทำงานสะสมมาทั้งชีวิตกว่า 2 ล้านบาทไปไหน แต่ผู้ตายไม่ยอมตอบ จะถามกี่ครั้งก็ไม่ตอบ อีกทั้งตนยังเคยถูกผู้เสียชีวิตวางยานอนหลับทำให้หลับยาวไปถึง 10 ชั่วโมง พอถามผู้เสียชีวิตว่าทำไปทำไม ก็ไม่ยอมตอบอีก ทำให้ตนเกิดความโมโห จึงลงมือบีบคอเมียจนตาย แล้วก็นำศพมาทิ้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า “อยากจะขอโทษดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตหรือไม่นั้น” ทางผู้ต้องหาก็บอกว่า “ไม่ขอโทษ” หากจะบอกอะไรก็รอให้ตนเองตายไปก่อน แล้วค่อยไปเจอกัน

ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหา ซึ่งอาจะต้องมีการเรียกผู้ใกล้ชิดของผู้เสียชีวิตมาสอบถามเพิ่มเติม ส่วนผู้ต้องหาก็จะส่งตัวไปฝากขังยังศาลจังหวัดสมุทรสาครทันที