เมื่อเวลา 9.30น. วันที่ 18 กุมภาพันธ์ จังหวัดบึงกาฬ องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ เหล่ากาชาดบึงกาฬ หอการค้าจังหวัดบึงกาฬ เเละองค์การหน่วยงานราชการ-เอกชน จัด “งานวันยางพาราเเละกาชาดบึงกาฬ 2560” ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ โดยบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกมีประชาชน เกษตรกรชาวสวนยาง นักเรียนนักศึกษาเข้าร่วมงานจำนวนมาก โดยเฉพาะเวทีเสวนาปราชญ์ชาวบ้าน ที่มีการจัดสัมมนากระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่อง “การถ่ายทอดเทคโนโลยียางพารา” โดยมีนายนายพิสุทธิ์ บุษยพรรณพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยนายเอกพงศ์ มุสิกะเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานกระทรวงวิทยาศาสตร์เเละเทคโนโลยีประจำภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เปิดการสัมมนาเชิงวิชาการ โดยมีหัวข้อเสวนา 3 หัวข้อ คือ เทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงสำหรับยางพารา และพืชอื่น, การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากยางพาราเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเกษตกรไทย
นายพิสุทธิ์ วิทยากรเสวนาหัวข้อ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเกษตกรไทย กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าการที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เข้ามาจัดเสวนาเป็นเรื่องที่สำคัญ เเละเป็นเรื่องที่จะส่งต่อการเป็นเมืองศูนย์กลางของยางพาราในจังหวัดบึงกาฬอย่างเเท้จริง เนื่องจากกระทรวงวิทย์เป็นหน่วยงานสำคัญที่จะสร้างนวัตกรรมใหม่และเพิ่มมูลค่าในเรื่องของยางพาราในทุกเรื่อง เเละสามารถเเก้ปัญหาตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ของชาติเเละเป็นมิตรต่อสิ่งเเวดล้อม นอกเหนือจากการสัมมนาเเล้วยังมีนิทรรศการที่เกี่ยวข้องเป็นเรื่องที่สามารถสร้างความสนใจต่อเกษตรกรได้อย่างดียิ่ง เเละเป้าหมายที่สำคัญคือตอนนี้เรายังคิดทำแต่ต้นน้ำ แต่ถ้าได้ดูกระบวนการทั้งหมดในงานจะมองเห็นในเรื่องของผลผลิตจากยางพาราตั้นเเต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ
“อย่างการเเปรรูปของกระทรวงวิทย์สามารถทำได้ง่ายๆ ในครอบครัว อย่างการเอาน้ำยางมาผสมกับเเอมโมเนียเเล้วเคลือบที่ถุงมือสามารถใช้ทำงานได้โดยไม่กระทบสุขภาพ เช่น เรื่องเชื้อรา จะไม่มีเลย แต่ยังมีส่วนอื่นที่นำไปสู่เรื่องนวัตกรรม เเต่เมื่อพูดถึงนวัตกรรมใหม่ๆ จะไปนึกภาพว่าต้องวิจัย ต้องค้นคว้า เเต่ในส่วนที่เกี่ยวข้องเมื่อค้นคว้ามาเเล้วเกษตรกรต้องสามารถเอาได้ใช้ได้ ทำเองได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นโรงงานอุตสาหกรรม โรงงานแปรรูปขนาดใหญ่เท่านั้น ยังมีเรื่องของต้นยางพารา ลูกยางพารา หรือเเม้กระทั่งใบยางพารา ก็สามารถที่จะแปรรูปสร้างมูลค่าได้เช่นกัน อย่างภาคใต้มีโรงงานเเปรรูปทำไม้อัดจากยางพารา ทำเฟอนิเจอร์ไม้ยางพารา ดังนั้นนวัตกรรมต่อไปจะต้องเบ็ดเสร็จเรื่องยางพาราทั้งหมด
นายพิสุทธิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับประชาชน เกษตรกรที่มาร่วมงานวันยางพาราเเละกาชาดบึงกาฬในปีนี้ นอกจากจะได้รับในเรื่องของความรู้ทางวิชาการเเล้ว เขายังสามารถนำกลับไปใช้ในการปฎิบัติ เพราะทุกวันนี้เกษตรกรทุกคนเขามีส่วนรวมเเละมีความมุ่งหวังจะเป็นเกษตรกร 4.0 หรือยางพารา 4.0 อยู่เเล้ว
ด้ายนายเอกพงศ์ กล่าวว่า ครั้งนี้ทางศูนย์ประสานงานกระทรวงวิทยาศาสตร์เเละเทคโนโลยีประจำภูมิภาค เป็นหน่วยงานหนึ่งในสำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ ปีนี้เข้าร่วมงานยางพาราบึงกาฬเป็นปีที่2 แล้วโดยร่วมกับ จังหวัดบึงกาฬ เราเอาเทคโนโลยีเกี่ยวกับยางพาราของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมาให้ความรู้ ส่วนเรื่องการถ่ายทอดอาจจะยังยากเพราะศักยภาพของผู้ประกอบการในพื้นที่อาาจะยังไม่สามารถรับเทคโนโลยีบางเรื่องได้ จึงสร้างความรับรู้ก่อนว่ามีเทคโนโลยีอะไรบ้าง เช่น เทคโนโลยีเกี่ยวกับปุ๋ยเฉพาะเกี่ยวกับยางพารา จะทำอย่างไรให้ผลิตน้ำยางพาราที่มีคุณภาพซึ่งต้องเริ่มจากปุ๋ยขึ้นมา เราเอาเทคโนโลยีเรื่องการรักษาคุณภาพน้ำยางโดยไม่พึ่งแอมโมเนีย เทคโนโลยีการเเปรรูปยางพาราเบื้องต้น เช่น ถุงมือผ้าเคลือบยางพารา ที่มีขั้นตอนเเละวิธีการทำที่ไม่ยุ่งยาก กลุ่มเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชนก็สามารถดำเนินการได้ ซึ่งเราเคยทำมาเเล้วที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้ประกอบการมีเเค่ 2 สามีภรรยาก็สามารถทำได้ เริ่มผลิตไม่ถึง 3 ปีเเต่ตลาดตอบรับดีมาก ได้ข่าวมาล่าสุดมีกรมเเรงงานติดต่อมา 6,000 คู่เพื่อเอาไปขายที่สวีเดน เรายังมีโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการนวัตกรรมต่างๆในพื้นที่ ซึ่งกระทรวงวิทย์ก็กำลังรอผู้ประกอบการที่สนใจอยากจะพัฒนานวัตกรรมเเละผลิตภัณฑ์
“รูปแบบการจัดงานก็ยังเหมือนเดิมอยู่ สิ่งที่อยากเห็นคือการเชิญชวนคนรุ่นใหม่ที่มีไอเดีย อยากจะพัฒนาผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับยางพาราเเล้วเอามาพิชชิ่ง (Pitching) ด้วยการนำเสนอไอเดียบนเวทีเเล้วให้คนอยู่ข้างล่าง ซึ่งอาจจะเป็นหน่วยงานราชการ หรือบริษัทที่เขาสนใจเลือกผลงานที่น่าสนใจ อาจจะช่วยสนับสนุนต่อยอดเป็นต้น อยากเห็นเวทีลักษณะเเบบนี้มากกว่า อยากเห็นเวทีในเชิงวิจัยและพัฒนาเพิ่มมากขึ้น สำหรับครั้งนี้ผมคาดหวังว่างานเสวนาของกระทรวงวิทย์จะทำให้เกษตรกรที่ฟังมีความสนใจ อยากจะทำผลิตภัณฑ์แค่ 1-2 คน เช่น มีความสนใจจะทำถึงมือผ้าเคลือบยางพารา เเล้วอยากมาร่วมงานกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ ลองทำดูเเล้วมาดูว่าถุงมือผ้าแบรนด์ยางพาราบึงกาฬจะเป็นอย่างไร ซึ่งจริงๆ บึงกาฬมีจุดขายค่อนข้างเยอะ ทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยว ทั้งอยู่ใกล้กับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่
นายเอกพงศ์ กล่าวว่า ในส่วนของเกษตรกร ต้องเข้าใจด้วยว่าอย่างที่รัฐบาลอยากให้เป็น 4.0 แต่ปกติคนไทยจะอยู่ประมาณ 1.0 หรือ 2.0 เท่านั้น ถึงเเม้ระบบการศึกษาจะมีความคล่องตัวเเต่มันก็ต้องใช้เวลาให้เขาได้เข้าใจว่าวิทยาศาสตร์เเละเทคโนโลยีเป็นเรื่องใกล้ตัว
“ผมเองไปบรรยายหลายที่ ถามแค่ว่ารู้จักวิทยาศาสตร์เเละเทคโนโลยีหรือเปล่า ก็ไม่รู้จักว่าคืออะไร อย่าพูดถึงนวัตกรรมเลย ขนาดคนรุ่นใหม่บางคนก็ยังไม่รู้จักเลยว่าความเป็นนวัตกรรมมันเป็นยังไง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าคงต้องใช้เวลาอีกพอสมควรเลยในการทำให้เขาเข้าใจว่ายางพาราที่เขามีอยู่ถ้าไม่ได้ขายเป็นวัตถุดิบ ยังเอามาทำเป็นผลิตภัณฑ์ได้อีกมากมาย ดังนั้นสิ่งที่คนในพื้นที่รวมถึงเกษตรต้องเปลี่ยนก็คือวิธีการผลิตโดยเฉพาะในภาคอีสาน ในเรื่องของกิจกรรมก็ควรมีต่อเนื่องไม่ใช่จัดปีละครั้ง เเต่อาจจะเป็น 3 เดือนครั้งหนึ่ง โดยเอานักวิชาการ นักวิจัย จากภาคต่างๆ หรือ มหาวิทยาลัยที่ทำเกี่ยวกับยางพารามาให้ความรู้เเละให้ข้อมูลกับเกษตรกรว่าวันนี้โลกของยางพาราเเละงานวิจัยมันไปถึงไหนเเล้ว นั่นถึงจะเป็นเมืองยางพาราอย่างเเท้จริง”นายเอกพงศ์กล่าว

