บุกค้นรีสอร์ต ติดชายแดนกัมพูชา แก๊งคอลใช้ตั้งเครื่องแปลงสัญญาณ บรรจุซิมเกือบ 200 ซิม ใช้โทรหลอกคนไทย เจ้าของรีสอร์ตเผย ชื่อผู้เช่าเป็นหญิงชาวสระแก้ว
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 16 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจประกอบด้วย พล.ต.ต.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.ออมสิณ บุญญานุสนธิ์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว, พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว, พ.ต.อ.ดำรง เอี่ยมไพโรจน์ ผกก.สส.ภ.จว.สระแก้ว, และ พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผกก.สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว นำกำลังจาก กก.ภ.จว. สระแก้ว, บก.ปอท.และพิสูจน์หลักฐานจังหวัดสระแก้ว นำหมายค้นศาลจังหวัดสระแก้ว ที่ ค. 113/2567 เข้าตรวจค้น รีสอร์ตแห่งหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ที่ 6 ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ ห้องหมายเลข 178 ห่างจากแนวพรมแดนประมาณ 1 กิโลเมตร
ก่อนการเข้าตรวจค้นครั้งนี้ ตร.ชุดสืบสวนของภูธรจังหวัด ได้รับแจ้งจากประชาชนว่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้โทรศัพท์หมายเลขภายในประเทศโทรเข้ามาหลอกลวง ตามขั้นตอนของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พ.ต.อ.จตุรภัทรฯ จึงสั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.สระแก้ว และชุดสืบสวน สภ.คลองลึก ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอท.ออกทำการสืบสวนหาข่าว จนกระทั่งสามารถตรวจสอบจนพบว่า สัญญาณโทรศัพท์ดังกล่าว ได้มีการส่งจากพื้นที่บริเวณห้องเช่าของรีสอร์ตดังกล่าว จึงรวบรวมพยานหลักฐานจนกระทั่งทราบแน่ชั่ดว่า เป็นแหล่งเชื่อมต่อสัญญาณโทรศัพท์ขนาดใหญ่จุดหนึ่งของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติหมายค้นจากศาล

จากการตรวจค้นภายในห้อง พบเครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์ Sim Box (GSM Gateways) จำนวน 2 เครื่อง โดยแต่ละเครื่อง สามารถใส่ซิมการ์ดได้มากถึง 128 ซิม รวม 2 เครื่อง สามารถใส่ซิมการ์ดโทรศัพท์ได้ถึง 256 ซิม พร้อมกับมี ราวเตอร์ไวไฟอินเตอร์เน็ต จำนวน 1 เครื่อง ที่ติดตั้งและเปิดสัญญาณอยู่ภายในห้องตลอดเวลา โดยระหว่างเข้าตรวจสอบมีการออนไลน์สัญญาณโทรหลอกลวงคนไทยอยู่ ภายในห้องยังมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ด้วย แต่ไม่พบผู้อยู่อาศัย อยู่ในห้อง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและ ปอท. จึงร่วมกันตรวจยึดอุปกรณ์ทั้งหมดมาตรวจสอบที่ สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว

ด้าน พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ให้ข้อมูลว่าอุปกรณ์ที่พบทั้งหมด เชื่อว่า เป็นของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ตั้งอยู่ฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา โดยได้ส่งคนมาขอเช่าห้องพัก แล้วติดตั้งสัญญาณอินเตอร์เน็ต เพื่อกระจายสัญญาณเข้าซิมบ๊อก แล้วแปลงสัญญาณมาเป็นสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้เบอร์ที่โทรออกเป็นเบอร์ในประเทศไทย สำหรับใช้โทรหลอกลวงคนไทยในฝั่งประเทศไทย และ
ซิมบ๊อกแต่ละเครื่องสามารถใส่ซิมการ์ดได้ถึงเครื่องละ 128 ซิม รวม 2 เครื่อง ใส่ซิมการ์ดได้ถึง 256 ซิม ซึ่งสามารถโทรเข้าไปหลอกคนไทยได้ครั้งทีเดียว 256 เบอร์ หรือโทรหลอกประชาชนได้หลายแสนครั้งต่อเดือน ด้วยเบอร์มือถือในประเทศปกติ ทั้งที่พวกนี้อยู่ในฝั่งกัมพูชา คาดว่า จะมีการติดตั้ง Sim Box ลักษณะนี้ไว้ในพื้นที่รีสอร์ทหรือห้องเช่าบริเวณชายแดนอีกหลายจุด

จากการสอบถาม เจ้าของรีสอร์ต และพนักงานหญิงผู้ดูแลรีสอร์ต ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า ผู้ที่มาติดเช่าห้องดังกล่าวชื่อว่า น.ส.จิรสุตา สิงห์จังหรีด อายุ 21 ปี เป็นชาว อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว โดยมาติดต่อเช่าห้องเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.67 และมีคนเข้ามาดู 2 คน ในวันที่ 23 มิ.ย.67 จากนั้นในช่วงปลายเดือน ได้มีคนนำอุปกรณ์เข้ามาแต่ไม่รู้ว่า เป็นอะไรแล้วเข้าไปติดตั้ง โดยขอติดตั้งอินเตอร์เนตของตัวเอง อ้างว่า ไวไฟของรีสอร์ตไม่แรง จากนั้นก็ปิดห้องไว้จนกระทั่้งตำรวจเข้ามาตรวจสอบ ซึ่งผู้เช่าขอเช่าห้องเป็นเวลา 6 เดือน ค่าเช่าเดือนละ 3,500 บาท รวมจ่ายเงินล่วงหน้าไว้ เป็นเงิน 23,000 บาทรวมค่ามัดจำ ซึ่งตั้งแต่เข้ามาปิดห้องและนำของเข้ามาติดตั้ง เคยเห็นเข้ามาเพียงครั้งเดียว ซึ่งไม่ทราบว่าเขามาเปิดห้องไว้ทำอะไรบ้าง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำเจ้าของรีสอร์ตและพนักงานหญิงผู้ดูแลรีสอร์ตเพื่อสืบสวนขยายผลจับกุมต่อไป เนื่องจากมีภาพจากกล้องวงจรปิด การเข้ามาดำเนินการดังกล่าวของกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไว้เป็นหลักฐานด้วย

พล.ต.ต.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ รอง ผบช.ภ.2 ได้เดินทางเข้าไปสังเกตุขณะเจ้าหน้าที่บุกเข้าตรวจสอบและตรวจยึดอุปกรณ์ดังกล่าว เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 2 ได้ปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานของตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว สภ.คลองลึก และตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อเข้าตรวจสอบพื้นที่บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไม่ให้ก่อเหตุกับคนไทย ซึ่งขณะ
ที่ทำการตรวจค้น ซิมบ๊อกยังทำงานอยู่และกำลังมีการโทรหลอกลวงคนไทยอยู่
พล.ต.ต.ฉัตรชัย กล่าวอีกว่า ขณะนี้พอทราบกลุ่มเครือข่ายและขบวนการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้แล้ว เจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัวละครที่เกี่ยวข้องอยู่ ซึ่งก่อนหน้านี้ มีเบอร์โทร ของแก๊งนี้ โทรเข้าไปในเครื่องของเจ้าหน้าที่ของเราด้วย จึงไล่เช็กจนพบ ว่า มีการติดตั้งซิมบ๊อกที่นี่ จากนี้ต่อไป ทางตำรวจจะเร่งดำเนินการ กับพวกนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อยับยั้งไม่ให้เกิดความเสียหายกับคนไทยอีกต่อไป

