เกือบไป! หนุ่มบริษัทชื่อดังโชคดียิ่งกว่าถูกลอตเตอรรี่ รอดเงื้อมมือแก๊งคอลล์หวุดหวิด
เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 16 กรกฎาคม 67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี พบนายเอก (นามสมมุติ) อายุ 37 ปี หนุ่มพนักงานบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่ง ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี พร้อมแสดงหลักฐานข้อความแชตจากแก๊งค์มิจฉาชีพ หลังจากที่ตนเองมีความจำเป็นที่จะกู้เงินจำนวน 200,000 บาท จึงได้เปิดเจอแอพพ์ธนาคารแห่งหนึ่ง ได้ติดต่อไป ต่อมามีเจ้าหน้าที่ธนาคารแสดงสัญญาลักษณ์บอกตัวตน ว่าชื่อนายจักรินทร์ (ขอสงวนนามสกุล) ส่งรูปบัตรประจำตัวพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง ได้ติดต่อกลับมา พร้อมทั้งพูดคุยให้ตนเองหลงเชื่อในการที่จะได้รับความสะดวกในการกู้เงินจำนวนดังกล่าว โดยการให้ส่งเลขที่บัญชีไปให้ ซึ่งตนก็หลงเชื่อ แต่เมื่อส่งเลขที่บัญชีไปให้แล้ว ทางนายจักรินทร์ได้ส่งแชตกลับมาหาตนและแจ้งว่าเลขที่บัญชีของตนไม่ครบส่งขาดไป 1 ตัว จึงไม่สามารถโอนเงินจำนวน 200,000 ที่ตนจะกู้ไว้ให้ได้ ให้ตนโอนเงินจำนวน 70,000 บาทเป็นการปลดล็อกบัญชีเพื่อตนจะได้เบิกเงินจำนวน 200,000 บาทที่กู้ไว้และเงินปลดล็อกรวมแล้ว 270,000 ออกไปใช้จ่ายได้ แต่ตนมั่นใจว่าตนได้ส่งเลขที่บัญชีให้ทางนายจักรินทร์ครบถ้วนอย่างแน่นอนอีกทั้งตนก็ไม่มีเงินจำนวน 70,000 บาท ที่จะไปปลดล็อกบัญชีดังกล่าว จึงได้เดินทางเข้าแจ้งความกับร.ต.ท.อุทัย ภาพันธ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองนนทบุรี ซึ่งทางตำรวจก็ได้เตือนพร้อมทั้งชี้แจงว่าตนโชคดีเป็นอย่างมากที่ไม่โอนเงินจำนวน 70,000 ไป เนื่องจากคนที่ตนกำลังพูดคุยอยู่นั้นมั่นใจได้ว่าเป็นแก๊งมิจฉาชีพที่หลอกอย่างแน่นอน จึงให้ตนอย่าได้ไปสนใจและอย่ากู้เงินจากแอพพลิเคชั่นต่างๆที่ลงโฆษณาอย่างเด็ดขาด
โดยขณะที่นายเอกกำลังแจ้งความอยู่นั้น ทางแก๊งมิจฉาชีพก็ส่งแชตเข้ามาอย่างต่อเนื่อง พยายามที่จะชักจูงให้โอนเงินไปเมื่อนายเอกอ่านข้อความแล้วไม่ตอบ สร้างความร้อนรุ่มใจให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นอย่างยิ่ง เพราะอาจกลัวเหยื่อหลุดมือไป จึงได้โทรไลน์เข้ามายังมือถือของนายเอกโดยหน้าโปร์ไฟล์ใช้เป็นรูปตราสัญาลักษณ์ธนาคารกรุงศรีอยุธยาโชว์หน้าจอขึ้นหรา เป็นเวลาเดียวกันกับทางทนายอาสาที่นั่งประจำ สภ.เมืองนนทบุรี ทราบเรื่องดังกล่าวจึงได้พูดคุยต่อว่าไปทางปลายสายแทนนายเอก ขณะที่ผู้สื่อข่าวที่อัดอั้นมานานกับคดีความในลักษณะนี้ที่มีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความทุกวันๆละนับ 10 คดี ทนไม่ไหวหลอกล่อพูดจากับมิจฉาชีพจนอดที่จะด่ากลับไปไม่ไหว ก่อนที่มิจฉาชีพจะตัดสายทิ้งไปแบบเซ็ง
สำหรับธนาคารกรุงศรีอยุธยาที่แก๊งมิจฉาชีพหรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ปลอมขึ้นมาใช้หลอกเหยื่อนั้น ทางธนาคารได้มีการใส่ใจในความปลอดภัยของลูกค้าเป็นอย่างมาก จึงได้มีการแจ้งเตือนผ่านทางทั้งแอพพลิเคชั่นทั้งช่องทางต่างๆทางโลกออนไลน์และส่วนตัวของลูกค้า จึงขอชี้แจงให้ลูกค้าของธนาคารดังกล่าวทราบว่า ทางธนาคารไม่เคยลงโฆษณาหรือประกาศให้ลูกค้ากู้เงินผ่านทางแอพพ์หรือทางโลกออนไล์แต่อย่างใด หากลูกค้าต้องการที่จะกู้เงินหรือทำนิติกรรม ธุรกรรมใดๆให้โทรติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารโดยตรงของสาขาที่ลูกค้าสะดวกได้เลย เพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์และความเสียหายของลูกค้าที่อาจจะเกิดขึ้นได้

