มหาสารคามเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยหลังอ่างเก็บน้ำห้วยเชียงคำบริเวณช่วงต่อขยายพังเสียหายฟากทางหลวงชนบทเร่งติดตั้งสะพานชั่วคราว คาดสถานการณ์คลี่คลายใน 5 วัน
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 16 กรกฎาคม เกิดเหตุอาคารระบายน้ำล้นอ่างเก็บน้ำห้วยเชียงคำ ต.โนนราษี อ.บรบือ จ.มหาสารคาม ถูกกัดเซาะ ทำให้ทำนบดินระบายน้ำลงช่องอาคารระบายน้ำล้นขาดเป็นทางยาวระยะทางประมาณ 50 เมตร ส่งผลให้มวลน้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและที่อยู่อาศัยของประชาชนเป็นบริเวณกว้าง และไหลลงสู่พื้นที่ 5 ตำบล ในพื้นที่ อ.บรบือ จ.มหาสารคาม ได้แก่ ต.โนนราษี ต.กำพี้ ต.ดอนงัว ต.บัวมาศ และ ต.หนองม่วง ในการนี้ตนจึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุฯ พร้อมระดมสรรพกำลัง เร่งนำเครื่องจักรเข้าซ่อมอุดรอยขาด เพื่อป้องกันมวลน้ำไม่ให้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน พร้อมแจ้งเตือนประชาชนผ่านทุกช่องทาง อพยพประชาชนไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวที่จัดเตรียมไว้ และรายงานให้จังหวัดทราบทุกระยะ จนกว่าสถานการณ์จะยุติ

นายวิบูรณ์กล่าวว่า จากเหตุการณ์ทำนบดินข้างอาคารระบายน้ำล้นของอ่างเก็บน้ำห้วยเชียงคำ ต.โนนราษี อ.บรบือ จ.มหาสารคาม ของโครงการชลประทานมหาสารคามถูกน้ำกัดเซาะทำนบดิน ได้รับความเสียหาย เนื่องจากมีปริมาณฝนตกหนักในพื้นที่ โดยสามารถวัดปริมาณน้ำฝนได้ 145.50 มม. ทำให้มีปริมาณน้ำในอ่างเพิ่มมากขึ้น จำนวน 3.063 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 60.46% ซึ่งอ่างเก็บน้ำห้วยเชียงคำ มีความจุ 5.07 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งปัจจุบันปริมาณน้ำในอ่าง ประมาณ 5.79 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 114.29% ของระดับปริมาณน้ำที่สามารถกักเก็บได้ ทำให้บริเวณคันกั้นน้ำที่เป็นการขยายเขื่อนบ่อดินช่วงประตูระบายน้ำล้น ซึ่งเมื่อน้ำล้นทำให้ปริมาณน้ำไหลไปตามทางน้ำเดิมเกินสปิลเวย์ออกมา

นายวิบูรณ์กล่าวต่อว่า จ.มหาสารคามได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ อ.บรบือ ณ ที่ทำการปกครอง อ.บรบือ และ ณ จุดเกิดเหตุ เพื่ออำนวยการและบูรณาการในการจัดการสาธารณภัยให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว ทันเหตุการณ์ จัดทำประกาศแจ้งเตือน และสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนผ่านทุกช่องทาง พร้อมทั้งขนย้ายสิ่งของขึ้นไว้ที่สูง ซึ่งตนได้นำทีมหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานกู้ภัยในพื้นที่ เข้าสำรวจความเสียหายตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา โดยความเสียหายเบื้องต้น พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายรวม 5 ตำบล 61 หมู่บ้าน ได้แก่ ต.โนนราษี ต.กำพี้ ต.ดอนงัว ต.บัวมาศ และ ต.หนองม่วง มีบ้านเรือนราษฎรได้รับผลกระทบประมาณ 9 หลังคาเรือน ถนนไม่สามารถสัญจรไปมาได้หลายจุด ในส่วนของการอพยพได้ทำการอพยพราษฎรผู้ประสบภัย จำนวน 30 ราย สัตว์เลี้ยงไปไว้ที่ปลอดภัย ปัจจุบันระดับน้ำลดลง ราษฎรผู้ประสบภัยได้แยกย้ายกลับบ้านแล้ว

นายวิบูรณ์กล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน ระดับน้ำอยู่ต่ำกว่าระดับกัดเซาะ ซึ่งเป็นระดับที่สามารถเข้าดำเนินการปิดทำนบดินที่ขาดได้ โดยโครงการชลประทานมหาสารคาม ร่วมกับสำนักงานชลประทานที่ 6 ได้วางแผนปิดกั้นทำนบดิน โดยจะดำเนินการตอกผนังกันน้ำลงกล่องบรรจุหิน เพื่อให้เกิดความแข็งแรง ปิดทางน้ำและเปิดระบายทางน้ำแห่งใหม่เพื่อรองรับปริมาณฝนที่อาจตกลงมาเพิ่ม โดยจะเริ่มดำเนินการในวันนี้ โดยคาดว่าพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมจะคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 5 วัน ซึ่งโครงการชลประทานมหาสารคาม อยู่ระหว่างการควบคุมและเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง และรายงานความคืบหน้าให้ทราบทุกระยะ

นายวิบูรณ์กล่าวว่า สำหรับการช่วยเหลือนั้น ขณะนี้ตนได้สั่งการไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในระดับอำเภอ ทั้งเกษตรอำเภอ โครงการชลประทาน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เร่งสำรวจความเสียหายก่อนจะประกาศเขตพื้นที่ประสบภัย เพื่อให้ความเยียวยาช่วยเหลือต่อไป และในช่วงบ่ายวันนี้ทางกาชาดจะลงพื้นที่พร้อมด้วยทางหลวงชนบท ไปมอบสิ่งของเพื่อช่วยเหลือเยียวยาในขั้นต้น ก่อนจะสำรวจคอสะพานที่เสียหาย เพื่อจะสร้างทางชั่วคราวให้ผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถสัญจรได้ ทั้งนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข่าวสารของทางราชการอย่างใกล้ชิด หากท่านใดยังไม่ได้รับความช่วยเหลือสามารถแจ้งได้ที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการในพื้นที่อำเภอบรบือ หรือโทรสายด่วน 1567 หรือ 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
วันเดียวกัน นายดนุพร ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์อ่างเก็บน้ำห้วยเชียงคำ บ.บ่อหลุม ต.โนนราษี อ.บรบือ จ.มหาสารคาม มีรอยแตกความกว้างของรอยแตกประมาณ 20 เมตร โดยนายสรรพภัญญู ศิริไปล์ ส.ส.มหาสารคาม เขต 4 พรรคเพื่อไทย ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยประสานไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด ให้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดโดยเร็ว พร้อมกับประสานกับหน่วยทหารพัฒนา ให้นำสะพานแบริ่งมาซ่อมแซมส่วนที่แตกเสียหาย และได้หารือกับทางผู้ว่าราชการจังหวัด ให้จัดหาศูนย์พักพิงชั่งคราวให้กับประชาชนที่บ้านเรือนถูกน้ำท่วมแล้ว เบื้องต้นเป็นโรงเรียนบริเวณใกล้เคียง

นายดนุพรกล่าวต่อว่า ในพื้นที่เขต 4 ได้แก่ อ.นาเชือกและ อ.บรบือ (ยกเว้น ต.หนองม่วง ต.ยาง และ ต.บัวมาศ) ซึ่งอยู่บริเวณจุดอ่างเก็บน้ำแตกเสียหาย ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่นาและการเกษตร ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่จะได้สำรวจความเสียหายต่อไป นอกจากนี้นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ ส.ส.มหาสารคาม เขต 2 พรรคเพื่อไทย ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเนื่องจากเขต 2 ได้แก่ อ.แกดำ อ.วาปีปทุม และ อ.บรบือ (เฉพาะ ต.หนองม่วง ต.ยาง และ ต.บัวมาศ) เป็นพื้นที่รับน้ำจากจุดอ่างเก็บน้ำแตกด้วย ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยกำลังประสานสอบถามความต้องการของคนในพื้นที่ และจะมีการเตรียมถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป

