อ่างห้วยเชียงคำแตก ที่นาเสียหาย 1 หมื่นไร่ ล่าสุดน้ำ 5 ล้านลูกบาศก์เมตรไหลออกหมดแล้ว ชาวบ้านวอนทางการเยียวยา
จากกรณีที่คันกั้นน้ำ อ่างเก็บน้ำห้วยเชียงคำขาด มวลน้ำจำนวนมหาศาลไหลเข้าท่วมพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำ อย่างน้อย 4 ตำบล ได้แก่ ต.กำพี้ ต.ดอนงัว ต.หนองม่วง และ ต.ยาง อ.บรบือ จ.มหาสารคาม มีพื้นที่ทางการเกษตรที่คาดว่าจะได้รับความเสียหายกว่า 10,000 ไร่เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ที่อ่างเก็บน้ำห้วยเชียงคำอีกครั้ง พบว่า น้ำได้ไหลออกจากอ่างหมดแล้ว ซึ่งจุดที่คันกั้นน้ำขาดถือเป็นจุดที่ลึกที่สุด ทำให้น้ำจำนวน 5 ล้านลูกบาศก์เมตร ไหลออกจนหมด คงหลงเหลือไว้แต่เศษซากดินโคลนเท่านั้น โดยมีชาวบ้านนำชะแลงมาหาปลาภายในอ่างเก็บน้ำในจุดที่ยังมีน้ำหลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก

โดยทางโครงการชลประทานมหาสารคาม ได้ประสานกับสำนักชลประทานที่ 6 กรมชลประทาน นำเครื่องจักรเข้าพื้นที่เพื่อเร่งซ่อมแซมจุดที่ขาด ความยาวประมาณ 60 เมตร โดยช่างได้ทำตาข่ายบรรจุหิน บรรจุในตะแกรงหรือทำหินแกรเบียล เพื่อเตรียมนำไปวางตามจุด ซึ่งสถานการณ์น้ำปัจจุบันระดับน้ำอยู่ต่ำกว่าระดับกัดเซาะ โดยจะได้ดำเนินการ
1.ก่อสร้างทำนบดินชั่วคราว เหนือช่องขาด เพื่อปิดกั้นช่องขาดพร้อมทั้งเสริมความแข็งแรงด้วยกล่อง gabion บรรจุหินใหญ่ เพื่อป้องกันน้ำไหลผ่านและให้สามารถเก็บกักน้ำได้ ระยะเวลาดำเนินการ 1-2 วัน
2.ดำเนินการก่อสร้างตัวเขื่อน กลับคืนสู่สภาพเดิม และ 3.ดำเนินการก่อสร้างทางระบายน้ำล้นชั่วคราว เพื่อช่วยระบายในช่วงน้ำหลาก
สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนนั้น ได้นำเครื่องจักร เครื่องมือลงพื้นที่ เข้าไปกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำลงลำน้ำเสียวใหญ่เป็นการลดผลกระทบจากน้ำไหลลงสู่พื้นที่ท้ายอ่างฯของประชาชนให้รวดเร็ว คาดว่าสามารถระบายน้ำได้ภายใน 5 วัน จะกลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งกรมชลประทานจะติดตามและควบคุมสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ

นายศฎายุช ไชยลาด นายอำเภอบรบือ กล่าวว่า ในส่วนของพื้นที่ความเสียหายจากเหตุคันดินกั้นน้ำห้วยเชียงคำขาด มีพื้นที่การเกษตรที่คาดว่าจะได้รับความเสียหายประมาณ 10,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 4 ตำบล ได้แก่ ตำบลกำพี้ ตำบลหนองม่วง ตำบลดอนงัว และตำบลยาง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่น้ำไหลผ่านเพื่อที่จะไปลงลำเสียวใหญ่ ซึ่งจุดต่อไปที่จะเป็นพื้นที่รับน้ำ ได้แก่ พื้นที่อำเภอวาปีปทุม ต่อไปยังอำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด ไหลลงสู่ลำน้ำมูลต่อไป
ในส่วนของการให้ความช่วยเหลืออยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายในเรื่องของพื้นที่การเกษตร การปศุสัตว์ บ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายรวมถึงสาธารณูปโภค มีถนนได้รับความเสียหายหลายสาย ซึ่งเราได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมสรรพกำลังเพื่อดำเนินการซ่อมแซมให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
นางปนิดา กุดนอก ชาวบ้านบ้านโคกกลางหมู่ 10 ตำบลโนนราษี อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า ที่นาของตนอยู่ท้ายอ่างเก็บน้ำมีพื้นที่ 7 ไร่ คาดว่าที่นาจะเสียหายประมาณ 50% คาดว่าปีนี้น่าจะไม่ได้ข้าว หรือได้ก็ได้เป็นส่วนน้อย อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือชดเชย หรือมีแนวทางการช่วยเหลืออื่นเพื่อเป็นกำลังใจให้กับชาวบ้าน


