ผู้เลี้ยงกุ้ง จับปลาหมอคางดำขาย บอกดีกว่าไม่ได้อะไรเลย ชี้แม้ราคาแพงขึ้นแต่คงไม่มีใครอยากเลี้ยงเพราะได้ไม่คุ้มเสีย
เมื่อเวลา 15.30 น.ของวันที่ 17 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่จุดรับซื้อปลาหมอคางดำ ของนายเฉลิมพล เกิดปั้น เกษตรกรในตำบลยกระบัตร อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งได้รับอนุญาตตามที่กรมประมงกำหนดพื้นที่ให้เป็นจุดรวบรวมรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อกำจัดออกจากแหล่งน้ำในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครตามโครงการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ ที่ส่งผลต่อระบบนิเวศในแหล่งน้ำ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมประมง ทั้งนี้ ก็ได้พบกับเจ้าของพื้นที่ และเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งในบ่อ ที่ได้จับมาปลาหมอคางดำมาขายจำนวน 1 กระสอบปุ๋ย น้ำหนักประมาณ 40 กิโลกรัม
นางสาวน้ำ เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้ง ในพื้นที่ตำบลบางโทรัด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร บอกว่า ปลาหมอคางดำที่จับใส่กระสอบมาขายนี้ ตัวไม่ใหญ่มากนักซึ่งก็ได้มาจากบ่อเลี้ยงกุ้งของตนเองที่เช่าที่เขาทำกิน โดยตลอดเวลากว่า 2 ปีมาแล้ว ที่พบว่าปลาหมอคางดำในบ่อมีเยอะมาก ทำให้การเพาะเลี้ยงกุ้งขาดทุนแทบไม่เหลืออะไรเลย เพราะปลาหมอคางดำจะเข้าไปกินลูกกุ้งที่ปล่อยลงบ่อ กระทั่งเมื่อมีการประกาศรับซื้อปลาหมอคางดำนั้น ทางผู้เพาะเลี้ยงกุ้ง ปู หรือปลาในบ่อก็เห็นว่าดี และจับมาขายแม้ว่าขายแล้วแทบจะไม่ได้อะไรก็ตาม แต่ก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย
ซึ่งปลาหมอคางดำในบ่อเลี้ยงกุ้งนั้น จะไหลเข้ามาตามคลองแล้วเข้าสู่บ่อเพาะเลี้ยง โดยปลาพวกนี้จะขยายพันธุ์เร็วมาก ขณะที่การกำจัดของพี่น้องเกษตรกรนั้น ต้องบอกว่าคงไม่สามารถกำจัดให้หมดไปได้เพราะมันขยายไปทั่วแล้ว แต่ที่ทำกันได้ทุกวันนี้ก็คือต้องจับมาขายก่อน เพื่อให้เกิดความเบาบางในบ่อ จะได้ปล่อยลูกกุ้งลงไปได้ ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าต้องเสี่ยง เพราะไม่รู้ว่าในบ่อจะมีปลาหมอคางดำหลงเหลืออีกหรือไม่ แต่ก็ต้องเสี่ยงไม่เช่นนั้นก็ทำมาหากินกันต่อไปไม่ได้
นางสาวน้ำยังบอกว่าอีกว่า ถ้าเกิดมีการขึ้นราคารับซื้อปลาที่ 15 บาทต่อกิโลกรัมนั้น ตนในฐานะเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งมองว่า ก็น่าจะดีกว่า เพราะจะช่วยกระตุ้นให้เกษตรกรหันมาใส่ใจในการจับเพื่อกำจัดปลาหมอคางดำกันมากขึ้น แต่คงไม่ถึงกับเป็นการกระตุ้นให้ใครแอบลักลอบเพาะเลี้ยง เพื่อหวังผลในเรื่องของเงินเยียวยา หรือนำไปขายอย่างแน่นอน เพราะปลาหมอคางดำขายไม่ดีและขายไม่ได้ราคาเหมือนอย่างกุ้ง ซึ่งปลาหมอคางดำไม่มีใครเขาอยากเลี้ยงมันมาเอง ไม่เหมือนพวกปลาหมอเทศที่ไม่กินกุ้ง หากจะเพาะเลี้ยงเพื่อขายหรือผลประโยชน์อื่นๆ นั้น ไม่คุ้ม ดังนั้นจึงไม่มีใครลักลอบเลี้ยงมีแต่คนอยากกำจัดให้หมดไป ส่วนสถานการณ์ในละแวกบ้านของตนมีการทำบ่อจำนวนมาก พอเจอพิษปลาหมอคางดำเข้าไป ก็เจ๊งเกือบทุกคน
นายเฉลิมพล เกิดปั้น ซึ่งเป็นเจ้าของจุดรับซื้อปลาหมอคางดำ 1 ใน 5 แห่งของจังหวัดสมุทรสาคร บอกว่า จุดรับซื้อของตนนั้นปกติจะรับซื้อได้วันละประมาณ 1 ตัน โดยเอาไปเลี้ยงปลากะพงกับปลาชะโด ซึ่งจะรับซื้ออยู่ที่กิโลกรัมละ 8 บาท แต่ถ้าเหลือจากที่ต้องนำไปใช้แล้ว ก็สามารถนำไปขายโรงปลาป่นได้ในราคากิโลกรัมละ 10 บาท โดยจุดนี้เปิดมาได้แล้วประมาณ 10 กว่าวัน ขณะที่คนที่นำมาขายส่วนมากก็จะเป็นเกษตรกรในพื้นที่โดยรอบ หรือเรียกได้ว่าเป็นลูกค้ารายย่อยที่จับมาจากบ่อได้เท่าไหร่ก็นำมาขายเท่านั้น เพราะขายแล้วยังพอได้เงินบ้างนิดๆ หน่อยๆ ดีกว่าไม่ได้อะไรกันเลย
นายนิพัทธ์ เกี้ยมรอด อายุ 44 ปี เจ้าของแพธนูทอง ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 2 ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร อีกหนึ่งจุดที่รับซื้อปลาหมอคางดำ บอกว่า ตรงแพนั้นเป็นจุดรับซื้อปลาของพวกเรืออวนรุน ที่จะมาส่งที่ท่าและรับซื้อปลาบ่อด้วยตอนนี้ ซึ่งราคาปลาหมอคางดำตอนนี้รับซื้ออยู่ที่กิโลกรัมละ 8 บาท แล้วนำไปส่งโรงงานปลาป่น 10 บาท สำหรับราคาดังกล่าวจะได้เฉพาะพวกที่มี ทบ.1 คือ ขึ้นทะเบียนกรมประมงก่อน แต่ถ้าใครไม่ขึ้นทะเบียนไว้จะไม่ได้ราคานี้ โดยปริมาณแต่ก่อนรับซื้อวันละตันกว่าต่อ 1 ลำ แต่ปัจจุบันเหลือแค่หลัก 100 กิโลกรัม เชื่อว่าน่าจะเกิดจากมาตรการกำจัดปลาหมอคางดำ ทำให้ปริมาณปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติลดน้อยลงไป

