คืบหน้าตำรวจวิสามัญหนุ่มคลั่ง ญาติยังติดใจทำเกินกว่าเหตุหรือไม่
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีการวิสามัญหนุ่มคลั่งเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ มีตำรวจโดนแทงได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ในพื้นที่บ้านสันธาตุ ม.9 ต.แม่คำ อ.แม่จัน จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปติดตามความคืบหน้าของกรณีดังกล่าว
ที่เกิดเหตุอยู่ภายในซอย 8 ลึกเข้าไปในซอยประมาณ 50 เมตร พบร่องรอยเลือดของผู้เสียชีวิตตามถนน และตามถนนมีร่องรอยการวงกลมจุดที่คาดว่าจะเป็นปลอกกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีทั้งหมด 3 จุด ซึ่งจุดที่มีกองเลือดอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นจุดที่ นายวิฑูรย์ มูลงาม อายุ 28 ปี ที่คลุ้มคลั่งและโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงวิสามัญมาล้มเสียชีวิต
ได้มี นางแสงเดือน มูลงาม อายุ 55 ปี มารดาของผู้เสียชีวิต ลักษณะท่าทางมึนเมา พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง มานั่งร้องไห้อยู่ ได้พร่ำร้องว่าใครเป็นคนทำให้ลูกชายเสียชีวิต โดยบอกกับผู้สื่อข่าวว่าจะไม่ยอมจบ จะเอาเรื่องคนที่ทำให้ลูกชายตายให้ถึงที่สุดด้วย
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของผู้เสียชีวิต ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในซอย ห่างจากจุดพบกองเลือดประมาณ 100 เมตร เป็นบ้านปูนชั้นเดียวที่ป้าของผู้ตายสร้างให้น้องสาวหรือแม่ของคนตายและนายวิฑูรย์คนตายอยู่อาศัย เพราะแม่ของนายวิฑูรย์มีอาการติดเหล้างอมแงม พูดคุยไม่รู้เรื่อง ส่วนนายวิฑูรย์ผู้ตายชอบดื่มเหล้าเมายาเป็นประจำ

สอบถาม นายอุทัย มูลงาม อายุ 48 ปี น้าของผู้ตาย เล่าว่า ตอนเกิดเหตุตนนอนหลับไปแล้ว แต่มีคนมาเรียกบอกว่าหลานถือมีดอาละวาด และจะเข้าไปทำร้ายตำรวจ เลยถูกตำรวจยิงเสียชีวิต ก็เลยลุกไปดูที่เกิดเหตุ แต่ไม่ได้เข้าไปดูใกล้ๆ เพราะตำรวจกันพื้นที่ไว้ไม่ให้เข้า ยอมรับว่าที่ผ่านมาไม่ค่อยสนิทกับหลานเท่าไหร่ แต่เรื่องติดยาก็คงจะมี
ด้าน นางแสงเดือน มูลงาม แม่ของผู้ตาย บอกว่า ยังรู้สึกติดใจในสาเหตุการตายของลูกชาย จะไม่ยอมจบเรื่องกับคนที่ทำลูกชายตาย โดยตั้งข้อสังเกตว่าลูกชายไม่เคยออกไปไหน รถจักรยานก็จอดอยู่ในบ้าน ครั้งนี้จะต้องมีคนหลอกลูกชายออกไปฆ่าอย่างแน่นอน
ขณะที่ชาวบ้านที่แวะเวียนมาสอบถามเหตุการณ์ที่บ้านผู้ตาย ต่างบอกว่าผู้ตายติดยาบ้า ก่อนเกิดเหตุได้ถือมีดไปอาละวาดหน้าบ้าน ขณะที่บางส่วนก็วิจารณ์ถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่าทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ เพราะยิงปืนหลายนัด ทั้งที่น่าจะยิงแค่ 1-2 นัด เพื่อระงับเหตุ

ด้าน นางอำพร น้อยหมอ อายุ 56 ปี ป้าของผู้ตาย เล่าว่า ตนดูแลผู้ตายมาตั้งแต่ 5 ขวบ เพราะพ่อแม่เขาเลิกกันแยกย้ายไปมีครอบครัวใหม่ พ่อไปอยู่อีกหมู่บ้านในพื้นที่ อ.แม่จัน ส่วนแม่ของคนตายหรือก็คือน้องสาวของตนนั้นไปมีสามีใหม่ที่เบตง แต่ต่อมาสามีใหม่ที่อยู่เบตงเสียชีวิต ตนจึงจ้างรถเพื่อนำน้องสาวกลับมาอยู่บ้านด้วยกัน หมดค่าใช้จ่ายไปหมื่นกว่าบาท ส่วนนายวิฑูรย์หลานชายเคยติดยาบ้า ตนเคยพาไปบำบัด แต่ไม่ดีขึ้น ก่อนหน้านี้ไปอาศัยอยู่กับพ่อ และพ่อของหลานเพิ่งมาส่งที่บ้านนี้ได้ไม่นานเท่าไหร่ แต่ตอนพามาส่งพ่อของหลานก็ไม่ได้บอกว่าหลานมีอาการติดยารุนแรง
จนกระทั่งค่ำที่ผ่านมา มีคนมาเล่าว่าหลานถือมีดอาละวาดอยู่ที่หน้าบ้าน ตนก็เลยแจ้งกำนันเพื่อประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาช่วยระงับเหตุ แต่ทราบว่าพอตำรวจลงจากรถหลานก็วิ่งจะเข้าไปหาเพื่อจะทำร้าย มีตำรวจโดนฟันไป 1 นาย ฝั่งตำรวจก็เลยยิงหลานเสียชีวิต ตนก็พอจะเข้าใจว่าถ้าตำรวจไม่ยิงก็อาจจะมีคนอื่นถูกหลานทำร้าย เพราะในซอยมีทั้งเด็ก คนแก่ และคนพิการ แต่ในอีกความคิดหนึ่งก็มีฉุกคิดบ้างว่าตำรวจทำเกินกว่าเหตุไหม
“ในส่วนของพิธีศพ ทางครอบครัวไม่ค่อยมีเงิน เพราะพ่อคนตายไม่ได้ทำประกันหรือเข้าสมาชิกอะไรไว้ เงินค่าทำศพในหมู่บ้านก็น่าจะได้อยู่ประมาณ 2 หมื่นกว่าบาท คิดว่าอาจจะให้ทาง รพ.จัดการเผาศพให้เรียบร้อยไปเลย คงไม่นำศพกลับมาประกอบพิธีที่บ้านอีกแล้ว” ป้าของผู้ตายกล่าว


