ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงันบุกจับ ‘หนุ่มแกมเบีย’ หลบหนีเข้าไทย 7 ปี ไม่รอดโดนจับร้องตกใจเสียงดัง ‘บิงโก’ เมื่อเจอตำรวจชุดจับกุม
จากการที่ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สั่งการให้ พ.ต.ท.วินิจ บุญชิต สว.ส.ทท.5 กก.2 บก.ทท.3 สั่งการให้ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน ให้ระดมกวาดล้างอาชญากรรม แรงงานข้ามชาติ แย่งอาชีพคนไทย และการกระทำความผิดในคดี 10 กลุ่มต้องห้ามในวันที่ 19-23 กรกฎาคม 2567
เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 19 กรกฎาคม ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงันจับกุมตัว นายไซกู จาวารา (Mr.Saikou Jawara) อายุ 52 ปี สัญชาติแกมเบีย บ้านโฉลกหลำ ม.7 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี สวมใส่เสื้อยืดสีเทา แจ๊กเก็ตสีเทา กางเกงขาสั้นสีกรมท่า พร้อมแจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
รายงานว่า นายไซกู จาวารา ขณะกำลังเดินเตร็ดเตร่อยู่ริมถนนและกำลังเข้าไปในร้านวอร์เรน บาร์ ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ขับรถยนต์สายตรวจไปยังหน้าร้านวอร์เรน บาร์ เพื่อทำการตรวจสอบชายต่างด้าว หันมาเห็นรถยนต์สายตรวจตำรวจท่องเที่ยว จึงได้เกิดอาการตกใจ ลุกลี้ลุกลน พยายามที่จะเดินหลบหนีไปยังจุดอับแสงของร้านและร้องตกใจว่า “บิงโก” เมื่อเจ้าหน้าที่ขอตรวจเอกสารไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางหรือเอกสารที่ใช้แทนหนังสือเดินทางได้แต่อย่างใด ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เชิญตัวนายไซกู มาที่หน่วยบริการตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน
รายงานว่าเจ้าหน้าที่ได้ส่งข้อมูลนายไซกูได้ให้การว่าตนชื่อ Mr.John Ako ไปตรวจตรวจสอบ ผลปรากฏว่าไม่พบข้อมูลของบุคคลที่ชื่อ Mr.John Ako สัญชาติแกมเบีย ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจค้นกระเป๋าสตางค์เพื่อหาเอกสารที่ใช้ระบุตัวตน พบกระดาษระบุข้อมูลว่า NAME JAWARA SAIKOU, NATIONALITY GAMBIA, DATE OF BIRTH 25/10/1972 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ส่งข้อมูลไปยัง ส.ทท.5 กก.2 บก.ทท.3 อีกครั้งเพื่อทำการตรวจสอบ
จากการตรวจสอบพบว่า ชื่อ นายไซกู จาวารา (Mr.Saikou Jawara) สัญชาติแกมเบีย โดยมีข้อมูลเดินทางขาออก ผ่านด่านท่าเรือตำมะลัง ตม.จ.สตูล วันที่เดินทาง 10/11/2016 16:16 น. ประเภทพาหนะ เรือ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบรูปภาพใบหน้าในระบบสารสนเทศตรวจคนเข้าเมือง โดยมีรูปภาพใบหน้าตรงกับนายไซกูปัจจุบัน เจ้าหน้าที่จึงได้สอบถามนายไซกู ได้ให้การยอมรับแก่เจ้าหน้าที่ว่าข้อมูลการเดินทางและรูปภาพใบหน้าเป็นตนเองจริง
“ได้ให้การยอมรับต่อว่า เมื่อตนได้เดินทางออกจากประเทศไทยไปแล้วนั้น ตนได้ไปอยู่อาศัยที่ประเทศมาเลเซียระยะหนึ่ง และได้ทำหนังสือเดินทางสูญหาย แต่ตนต้องการที่จะเดินทางกลับมายังราชอาณาจักรไทยอีกครั้ง จึงได้ติดต่อเพื่อนที่เป็นชาวมาเลเซียในการช่วยเหลือตนลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยได้จ่ายเงินให้กับเพื่อนชาวมาเลเซียเป็นเงิน 200 ดอลลาร์สหรัฐ”
รายงานว่า ติดต่อประสานเพื่อนคนไทยในการช่วยเหลือการลักลอบเข้าราชอาณาจักรไทย โดยการลักลอบหลบหนีเข้าในราชอาณาจักรไทย มีชาวต่างชาติ ไม่ทราบสัญชาติ 3 คน หลบหนีเข้ามาพักอาศัยอยู่ที่ ม.8 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ได้พักอาศัยอยู่กับหญิงสาวคนสนิทตั้งแต่ปี ค.ศ.2017
รายงานว่าสอบสวน หญิงคนสนิท กล่าวว่าตนเองไม่เคยทราบมาก่อน และไม่เคยเห็นหนังสือเดินทางของชาวต่างชาติระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันมาแต่อย่างใด และอยู่ในราชอาณาจักรไทยแบบผิดกฎหมายเรื่อยมาเป็นระยะเวลา 7 ปี จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม จึงนำตัวผู้ถูกจับส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย

![lobbbbbbbbg[]v](https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2024/07/lobbbbbbbbgv.jpg)
