สตง. รับเรื่อง พร้อมเดินหน้าตรวจสอบย้อนหลัง โครงการธนาคารน้ำใต้ดิน อปท.-อบจ.นครพนม ประเมินความคุ้มค่า ดำเนินตามขั้นตอนกฎหมาย หากไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ จะต้องแก้ไข หรือส่งต่อป.ป.ช. ดำเนินการเอาผิดเกี่ยวกับการทุจริต ด้านป.ป.ช.ยัน หากมีการแสวงประโยชน์ จากโครงการถือว่าทุจริต
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ที่ จ.นครพนม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการตรวจสอบการจัดสรรงบประมาณขุดลอกโครงการธนาคารน้ำใต้ดิน ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ จ.นครพนม รวมถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม โดยเฉพาะ อบจ.นครพนม ถือว่ามีการขอสนับสนุนใช้งบประมาณมากสุดในรอบ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2565-2567 รวมมีการดำเนินการขุดลอกธนาคารน้ำใต้ดินมากถึง 867 โครงการ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 433,500,000 บาท จนกลายเป็นประเด็นสำคัญ ทำให้นายไทกร พลสุวรรณ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ขอให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบ
ล่าสุด นายวัฒนา ไตรยราช ส.อบจ.นครพนม เขต อ.นาแก รวมถึง ว่าที่ร้อยตรี พีรยุทธ ตั้งตระกูล ส.จ.โจ ส.อบจ.เขต อ.เมืองนครพนม นายนาวิน นามเรือง อดีต ส.อบจ.เขต อ.นาแก ในฐานะตัวแทนชาวบ้าน ที่มีการติดตามคัดค้านการใช้งบประมาณ เนื่องจากได้รับข้อร้องเรียนจากชาวบ้านว่าไม่มีความคุ้มค่า ไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ และกระทบต่อการใช้งบประมาณภาษีของประชาชน นอกจากจะมีการนำเอกสารหลักฐานร้องต่อ ป.ป.ช.นครพนม ให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อป้องกันปราบปรามการทุจริต และตรวจสอบย้อนหลังหากพบว่ามีการทุจริตให้ดำเนินการตามขั้นตอน ยังได้นำเอกสารหลักฐานยื่นต่อสำนักตรวจเงินแผ่นดิน จ.นครพนม เพื่อให้มีการตรวจสอบติดตามการใช้งบประมาณในการดำเนินการโครงการธนาคารน้ำใต้ดินของ อปท.ทุกแห่ง รวมถึง อบจ.นครพนม เพื่อความโปร่งใส และชาวบ้านได้รับประโยชน์สูงสุด
ด้าน นางกรกนก ศิลา นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกลุ่ม รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดนครพนม ระบุว่า หากมีข้อร้องเรียน ทาง สตง.นครพนม จะต้องมีการนำเรื่องเข้าสู่ขบวนการเพื่อตรวจสอบย้อนหลังเป็นหลัก เพื่อพิจารณาความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณ หากพบว่ามีการใช้งบไม่คุ้มค้า หรือไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ ไม่ได้มาตรฐาน จะต้องมีการพิจารณาสั่งให้หน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบแก้ไข หรือหากพบว่ามีการทุจริตจะส่งต่อไปยัง ป.ป.ช.นครพนม เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการทุจริตต่อไปตามขั้นตอน ยืนยัน สตง.นครพนม พร้อมตรวจสอบทุกหน่วยงานที่ใช้งบประมาณแผ่นดินให้มีความโปร่งใส
ส่วน นายปริญญา ฤทธิ์ตา เจ้าพนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตชำนาญการ กล่าวว่า หลังได้รับการร้องเรียน ป.ป.ช.นครพนม พร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการ โดยมีสองแนวทางในการดำเนินการ คือการป้องกันปราบปราม ในส่วนที่ยังไม่ดำเนินการ แต่ในส่วนที่ดำเนินการไปแล้ว หากตรวจสอบว่าไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์การใช้งบประมาณ หรือแสวงประโยชน์จากโครงการถือว่าเป็นการทุจริต จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย ฝากประชาชนสามารถร้องเรียนตรวจสอบได้ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐ

