หน้าแรก ภูมิภาค ได้ไปต่อ &#82...

ได้ไปต่อ ‘พระตบเณร’ สนั่นกลางวัด พศ.เรียกสอบ เผยเคลียร์แล้ว จบที่ยอมจ่ายชดเชย 1 หมื่น

23.07.24 | 17:04 น.

ได้ไปต่อ “พระตบเณร” สนั่นกลางวัด พศ.เรียกสอบ เจ้าคณะอำเภอเผยเคลียร์แล้ว จบที่ยอมจ่ายชดเชย 1 หมื่น เผยพระอารมณ์ร้อน รับผิดธรรมวินัยแต่ยังไม่สึก ให้โอกาสเผยแผ่พระธรรมต่อ
.
จากกรณีคลิป “พระตบเณร” สนั่นกลางวัด ทั้งกดหัว-บีบคอ ชาวบ้าน-ญาติสุดทนร้องสื่อ สำนักพุทธฯตรังเรียกสอบ เจ้าคณะอำเภอเผย เคลียร์แล้ว จบที่พระก่อเหตุยอมจ่ายชดเชย 1 หมื่น ยอมรับเจ้าตัวเป็นคนอารมณ์ร้อน รับผิดธรรมวินัย แต่ยังไม่สึก ให้โอกาสอยู่ต่อเผยแผ่พระธรรม หากมีหนสองจับสึกแน่
.
จากกรณีปรากฏคลิป พระตบเณร สนั่นกลางวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดตรัง ทั้งกดหัว-บีบคอ ชาวบ้าน-ญาติสุดทน ร้องตรวจสอบพฤติกรรมเกี่ยวพันยาเสพติดหรือไม่ พร้อมจี้ฝ่ายสงฆ์พิจารณาโทษ ขณะที่เณรเผย ไปช่วยงานวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลกะลาเส อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง แต่กลับถูกพระต่างวัดทำร้ายตลอด ล่าสุดรุนแรงจนสลบ ความคืบล่าสุดวันที่ 23 กรกฎาคม 2567 ที่สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดตรัง ศาลากลางจังหวัดตรัง นายสุขพิชัย เชาวกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตรัง พร้อมด้วยพระครูมหาเขตตารักษ์ (จรัญญา สิริปญฺโญ) เจ้าคณะอำเภอวังวิเศษ และพระใบฎีกาชำนาญ เจ้าอาวาสวัดกมลศรี มาร่วมพูดคุยและให้ข้อมูลถึงกรณีดังกล่าว ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงและเกิดเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยได้พูดคุยปัญหาดังกล่าว และแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
.
นายสุขพิชัย  เชาวกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตรัง เปิดเผยหลังพูดคุยว่า สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตรังได้รับแจ้งจากพระครูมหาเขตตารักษ์ (จรัญญา สิริปญฺโญ) เจ้าคณะอำเภอวังวิเศษ ซึ่งรับผิดชอบดูแลวัดทุ่งใหญ่ ตำบลท่าสะบ้า อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นวัดที่สามเณรถูกทำร้ายบวชเรียนอยู่ รวมทั้งพระใบฎีกาชำนาญ เจ้าอาวาสวัดกมลศรี ตำบลกะลาเส อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นวัดที่พระยุทธศักดิ์ซึ่งรับว่าทำร้ายสามเณรจริง

โดยทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตรัง รวมทั้งคณะปกครองสงฆ์ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พบว่าคู่กรณีทั้งสองได้เข้าพบพูดคุยเพื่อทำการไกล่เกลี่ยในเหตุที่เกิดขึ้นแล้วว่าจะต้องมีการช่วยเหลือเยียวยาอย่างไรบ้าง โดยทั้งสองฝ่ายได้ทำบันทึกข้อตกลงการเยียวยากันแล้ว ยืนยันว่าทั้งสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตรังและคฯะปกครองสงฆ์ไม่ได้นิ่งนอนใจและได้ว่ากล่าวตักเตือนไปแล้ว ส่วนเรื่องการทำผิดพระธรรมวินัยก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนโทษทางกฎหมายอาญานั้นทางผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องที่ เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปพูดคุยแล้ว โดยเบื้องต้นมีข้อตกลงในเรื่องการเยียวยา
.
นายสุขพิชัยกล่าวว่า สำหรับพฤติกรรมของพระยุทธศักดิ์ เบื้องต้นยังไม่พบพฤติกรรมต้องสงสัยเรื่องยาเสพติด แต่มีเหตุปัจจัยในขณะนั้นที่ทำให้ก่อพฤติกรรมดังปรากฏตามคลิป ส่วนบทลงโทษเป็นเรื่องของคณะปกครองสงฆ์ที่จะพิจารณาดำเนินการโดยจะมีการประชุมคณะสงฆ์ทั้งคณะอำเภอสิเกาและคณะอำเภอวังวิเศษ โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตรังจะได้เข้าไปช่วยให้คำแนะนำต่อไป เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก
.
“และพรุ่งนี้ (24 ก.ค.67) จะมีการประชุมคณะสงฆ์อำเภอสิเกาและอำเภอวังวิเศษ ที่วัดทุ่งใหญ่ ต.ท่าสะบ้า อ.วังวิเศษ จ.ตรัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก” นายสุขพิชัยกล่าว
.
ด้านพระครูมหาเขตตารักษ์ (จรัญญา สิริปญฺโญ) เจ้าคณะอำเภอวังวิเศษ กล่าวว่า จากกรณีเรื่องคลิปที่มีข่าวของพระวัดกมลศรีกับเณรวัดทุ่งใหญ่ ในส่วนของพระธรรมวินัย ถือว่าเป็นอารมณ์ร้ายไป แต่ว่าทางคณะสงฆ์และญาติโยม ให้อะลุ่มอล่วยว่า ให้ทางพระรูปดังกล่าวอยู่ต่อ เพื่อที่จะได้สืบทอดอายุพระพุทธศาสนา ซึ่งบุญเรื่องของการให้อภัยเป็นบุญที่ยาก เพราะว่าเจตนาของผู้กระทำเองก็ไม่ได้เจตนาร้ายอะไร แต่เป็นอารมณ์ที่ไม่ได้ดั่งใจ แต่ให้ถูกต้องเรื่องปฏิบัติจริยวัตร ก็คงไม่ใช่ แต่ในคดีนี้ตามที่ได้บันทึกข้อตกลงได้มีการยืดหยุ่นกัน ก็อยากให้ทุกคนเข้าใจ

โดยเฉพาะช่วงนี้ คณะสงฆ์สั่นคลอนก็เรื่องพวกนี้ เพราะนักบวชเองก็ไม่เข้าใจถ่องแท้เรื่องของพระธรรมวินัย ซึ่งทางคณะสงฆ์เองก็กำลังที่จะจัดการอบรมและสั่งสอน และผู้ที่ก่อเหตุเอง ซึ่งทางเจ้าอาวาสก็จะต้องเป็นผู้ไกล่เกลี่ยในเรื่องนี้ ซึ่งผู้ที่ก่อเหตุก็ยอมรับผิดทุกประการ แต่ว่าได้มีการไกล่เกลี่ยกันเพื่อชดเชยค่าทำขวัญ เมื่อวาน (22 ก.ค.67) ก็ได้มีทางเลขาเจ้าคณะอำเภอวังวิเศษ เจ้าอาวาสวัดกมลศรี และวัดทุ่งใหญ่พร้อมด้วยชาวบ้านได้มีการคุยกันและทำการบันทึกแล้ว พูดคุยกันรู้เรื่องแล้ว และในส่วนของพระธรรมวินัย และเจ้าของเรื่องก็อะลุ่มอล่วย ก็เลยไม่ได้มีการพิพากษาขั้นหนัก ซึ่งยังไม่ถึงขั้นสึก แล้ววันนี้ที่ได้มาแถลงข่าวเป็นเรื่องจริง และเรื่องนี้ต้องให้สิทธิทางเจ้าอาวาสเป็นผู้ตัดสิน อาตมาในคณะสงฆ์ อำเภอวังวิเศษ ยินดีพร้อมที่จะแก้ไขในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สำหรับอุปนิสัยของพระที่ก่อเหตุในคลิปนั้น เป็นคนเจ้าระเบียบ อารมณ์ร้อนอ่อนไหว ทำงานอย่างจริงจัง
.
ทั้งนี้สำหรับเนื้อหาเอกสารบันทึกข้อตกลงเยียวยาระหว่างคู่กรณีจัดทำขึ้นที่วัดทุ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา ต่อหน้าผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 บ้านทุ่งใหญ่ ตำบลเขาวิเศษ อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง เนื้อหาระบุเหตุการณ์ที่พระยุทธศักดิ์ ภูมิลำเนาชาวตำบลเขาวิเศษ อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง ได้ทำร้ายเณร ซึ่งวัดทุ่งใหญ่ได้ส่งเณรจำนวน 5 รูป ไปร่วมรับกิจนิมนต์ที่วัดกมลศรี ตำบลกะลาเส อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ตามคำร้องขอของเจ้าอาวาสวัดกะลาเส โดยพระยุทธศักดิ์ได้ยอมรับว่าลงมือทำร้ายเณรจนได้รับบาดเจ็บจริงในทุกกรณีดังปรากฏหลักฐานในคลิป

โดยจากการกระทำดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงไกล่เกลี่ยด้วยกันดังนี้ 1.พระยุทธศักดิ์ ยอมรับข้อกล่าวหาและได้ยอมรับชดใช้ค่าชดชย ค่าทำขวัญเด็กเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท ตกลงจ่ายครบจำนวนในวันที่ 6 สิงหาคมนี้ 2.ถ้ามีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นอีกสามารถทำการสึกได้ทันที และ 3.กรณีเกิดมีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทุกกรณี พระยุทธศักดิ์ยินยอมจ่ายค่ารักษาพยาบาลทุกอย่างตามใบเสร็จ ทั้งนี้บันทึกข้อตกลงเยียวยาดังกล่าวลงนามข้อตกลงโดย 4 ลายเซ็น ได้แก่ 1.พระยุทธศักดิ์ผู้ก่อเหตุ 2.พระใบฎีกาชำนาญ เจ้าอาวาสวัดกมลศรี ตำบลกะลาเส อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง 3.พระอธิการยุทธศักดิ์ ธรรมปาโล เจ้าอาวาสวัดทุ่งใหญ่ ตำบลท่าสะบ้า อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง และ 4.โดยมีผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 บ้านทุ่งใหญ่ ตำบลเขาวิเศษ อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง เป็นพยาน
.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตามในโลกโซเชียล มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นกรณีดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่อยากให้คณะสงฆ์ทำการลงโทษขั้นรุนแรง อาทิ จับสึก เพราะพฤติกรรมตามที่ปรากฏในคลิปมีความก้าวร้าวรุนแรงมาก ทั้งการใช้กำลังทำร้าย ไม่สมควรต่อฐานะสงฆ์ และยังมีการกล่าวถ้อยคำหยาบคายรุนแรงถึงขั้นด่าแม่เณรอีกด้วย

 

Advertisement